เซีย วิจารณ์รัฐธรรมนูญ 2560 ชี้เอื้อชนชั้นนำ ละเมิดสิทธิแรงงาน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๘

เซีย จำปาทอง อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ร่างโดยกลุ่มชนชั้นนำโดยไม่มีตัวแทนแรงงาน ซึ่งมีเนื้อหาเอื้อประโยชน์ต่อชนชั้นสูง ละเมิดสิทธิผู้ใช้แรงงาน และปราบปรามผู้เห็นต่าง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อบกพร่องในมาตรา 74 ที่ขาดการคุ้มครองแรงงานเฉพาะกลุ่มอย่างเด็กและแรงงานหญิง และสะท้อนความไม่เท่าเทียมในกระบวนการร่างที่มีผู้หญิงมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อย จึงเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเป็นธรรม และคืนเสียงให้กลุ่มเปราะบางได้มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยตรง

นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม เซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับวันนี้ผม ขอร่วมอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๖ และ เพิ่มหมวด ๑๕/๑ ท่านประธานครับ ชนชั้นใดเขียนกฎหมายก็แน่ไซร้ เพื่อชนชั้นนั้น คำพูดนี้ เป็นจริงที่สุดครับ เพราะที่ผ่านมาล้วนเป็นเช่นนั้น รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่เป็นมรดกของ คสช. ด้วย มรดก คสช. ที่เราใช้กันอยู่ปัจจุบันนี้ละครับท่านประธาน ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าคนจำนวน ๒๑ คนที่ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีแต่ข้าราชการชั้นสูง ทหาร นักกฎหมาย นักวิชาการ ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มทุนและชนขั้นสูง ทั้งนั้น พวกเขามาจากการแต่งตั้งของ คสช. ครับ ไม่มีตัวแทนของพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา พี่น้องชาติพันธุ์ หรือคนทำงานอย่างพวกผมแม้แต่คนเดียว นอกจากนี้กระบวนการ รับฟังข้อเสนอแนะจากคนทำงานก็ไม่มีด้วยเช่นกัน กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่มีเนื้อหา ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้แรงงานเลย แต่กลับมีเนื้อหาที่เอื้อประโยชน์ต่อชนชั้นนำเป็นหลัก ท่านประธานครับ ที่เลวร้ายกว่านั้นประชาชนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้ออกมาทำกิจกรรมรณรงค์โหวตไม่รับร่างฉบับนี้กลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับกุมคุมขัง ปิดปากผู้เห็นต่างอีกด้วย กลุ่มคนงานสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ถูกจับกุมด้วยข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง การทำรัฐประหารของคณะรัฐประหารเพราะไปทำกิจกรรมรณรงค์ Vote No ไม่รับกับ อนาคตที่ไม่ได้เลือก เขาไปทำกิจกรรมที่เคหะบางพลี สมุทรปราการ ท่านประธานครับ แบบนี้มันจะยุติธรรมได้อย่างไร แล้วก็เมื่อมีการเขียนรัฐธรรมนูญโดยไม่มีตัวแทนของ พี่น้องแรงงานเข้ามามีส่วนร่วม รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่ออกมาแบบไม่มีเนื้อหาที่เป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องคนทำงานเลย ไม่ยึดโยงกับการคุ้มครองสิทธิที่เป็นธรรมให้แก่คนทำงาน และซ้ำร้ายกว่านั้นสิทธิบางประการที่เคยมีในรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วย ไม่มีอะไรครับ มีบางเรื่องที่หายไป ซึ่งผมจะแยกประเด็นและรายละเอียดให้ท่านประธาน และพี่น้องสมาชิกได้รับทราบดังรายละเอียดต่อไปนี้

ประเด็นแรกครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๗๔ บัญญัติไว้ว่า รัฐพึง ส่งเสริมให้ประชาชนมีงานทำเหมาะสมกับศักยภาพและวัย และพึงคุ้มครองผู้ใช้แรงงาน ให้ได้รับความปลอดภัยและมีสุขอนามัยที่ดีในการทำงาน ท่านประธานครับ เมื่อย้อนไป เปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ จะพบว่าประเด็นการคุ้มครองแรงงาน เด็กและแรงงานหญิงหายไปจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะอะไรครับ เพราะ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีสัดส่วนของผู้หญิงเป็นกรรมการเพียงแค่คนเดียว แถมเขายังไม่เข้าใจ หรือแสดงให้เห็นว่าเขามีจุดยืนเคียงข้างเด็กและผู้หญิงแต่อย่างใด

ประเด็นต่อมา รัฐพึงจัดให้แรงงานได้รับรายได้ สวัสดิการ ประกันสังคมและ สิทธิประโยชน์อื่นที่เหมาะสมแก่การดำรงชีพ เรื่องสวัสดิการและการประกันสังคมอาจมี เนื้อหาไม่แตกต่างกันมากนัก แต่ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็คือเรื่องค่าตอบแทนครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๘๖ บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องส่งเสริมให้แรงงานได้รับค่าตอบแทน ที่เป็นธรรม ในฉบับปี ๒๕๕๐ มาตรา ๘๔ (๗) บัญญัติไว้ว่ารัฐต้องคุ้มครองให้ผู้ทำงาน ที่มีคุณค่าอย่างเดียวกันได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันกลับไม่บัญญัติไว้ กลับบัญญัติไว้เพียงว่าให้เหมาะสมแก่การดำรงชีพเท่านั้น เรื่องนี้มันแตกต่างกันอย่างลิบลับครับท่านประธาน จากรายได้ที่เป็นธรรมกลายเป็น ให้เหมาะสมกับการดำรงชีพ ท่านประธานครับ ประเด็นนี้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำลังจะบอกกับพวกเราว่าถ้าคุณเป็นแรงงานคุณต้องทำงานดิ้นรนรับจ้างไปตลอดชีวิต อย่าได้คิดฝันว่าจะมีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ หากคนงานคนใดคิดแบบนั้นจะเจอข้อกล่าวหา เซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือล้มล้างการปกครองได้ ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องสิทธิ การรวมตัวเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่หายไป พวกเรารู้ดีครับว่าคนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ คนทำงานในประเทศนี้เป็นแรงงานที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันไม่ได้พูดถึงสิทธิของพี่น้องแรงงาน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กำหนดสิทธิในการ รวมตัวมีอย่างน้อย ๗ ประเภท โดยบัญญัติไว้ว่าบุคคลมีเสรีภาพในการรวมตัวกันเป็นสมาคม สหภาพแรงงาน สหพันธ์ สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร องค์การเอกชน หรือหมู่คณะ ขณะที่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้บัญญัติเพิ่มเติมให้องค์กรพัฒนาเอกชน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ของรัฐย่อมมีเสรีภาพในการรวมกลุ่มเช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป แต่ว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๔๒ กลับตัดออก และบัญญัติให้เหลือเพียง ๖ ประเภทเท่านั้น เสรีภาพในการ รวมกลุ่มของเกษตรกร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงองค์การเอกชนหายไปครับ ประเด็นสิทธิการรวมตัวชนชั้นนำเขากลัวการรวมกลุ่มและการต่อรองของภาคประชาชน จึงไม่อยากให้คนตัวเล็กตัวน้อยมีสิทธิเสรีภาพในการรวมกลุ่มกันเช่นในปัจจุบันนี้ครับ ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมพูดมานี้คือสิทธิแรงงานที่ถูกทำให้หายไปในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนคนใช้แรงงาน เพราะเมื่อรัฐธรรมนูญถูกบัญญัติไว้อย่างไร กฎหมายลำดับรองลงมาย่อมต้องปรับ ให้สอดคล้องกันตามไปด้วย ดังสุภาษิตที่ว่าต้นไม้พิษย่อมออกลูกเป็นผลไม้พิษ ดังนั้นผม จึงขอสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของพรรคประชาชน เพื่อให้ประชาชน ได้มีโอกาสใช้อำนาจอธิปไตยของตนเองเลือกสมาชิกสภาที่ปรึกษาร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง และยังสามารถเลือกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญก่อนให้รัฐสภาคัดเลือกภายหลัง ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานคนทำงานเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา พี่น้องชาติพันธุ์และ กลุ่มผู้ด้อยโอกาสกลุ่มอื่น ๆ ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการส่งตัวแทนเข้าไปนำเสนอสาระสำคัญ อันเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดอนาคตของพวกเขาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน