วันไชย เอกพรพิชญ์ อภิปรายแสดงความเห็นต่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำความสำคัญของการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบถ่วงดุล และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงอย่างแท้จริง ทั้งเรียกร้องให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงผ่านการทำประชามติ และผลักดันการพัฒนาสู่ระบบประชาธิปไตยที่เข้มแข็งในยุคดิจิทัล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและคืนอำนาจให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ผม พลตำรวจโท วันไชย เอกพรพิชญ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายแสดง ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่จะมีการแก้ไข ซึ่งนำเสนอโดยท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ และคณะ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ท่านรองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล และคณะ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับ ปัจจุบันวันนี้ถือได้ว่าสังคมได้มองเห็นว่ากลไกการตรวจสอบไม่มีประสิทธิภาพ บทบัญญัติ แห่งกฎหมายไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย ขาดการเชื่อมโยงจากประชาชนซึ่งเป็น เจ้าของอำนาจที่แท้จริง ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งด่วนในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามมาตรา ๒๕๖ โดยมี การแก้ไขเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อมาทำหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งจะ เปิดโอกาสให้ตัวแทนของประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่วมกันแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมมีประเด็นอยู่ ๖ ประเด็นที่จะพูดถึงโดยใช้เวลาอาจจะเร็ว ๆ หน่อยนะครับ
ประเด็นที่ ๑ ที่แท้จริงแล้วหน่วยการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ พระองค์ทรงใช้อำนาจผ่านรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาลและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ แต่อำนาจสูงสุดที่แท้จริงคือเป็นของ ประชาชน ประเทศที่ใช้ระบบเช่นเดียวกับเรามีสหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น สเปน สวีเดน เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม แคนาดา ออสเตรเลีย ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่มีความ มั่นคงเจริญรุ่งเรือง มีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เพราะประชาชนมีสิทธิมีเสียง มีส่วนร่วมในการ กำหนดอนาคตของประเทศ นี่คือสิ่งที่มองเห็นแล้วว่าสิ่งนี้เราใช้อยู่ก็ไม่ผิด
ประเด็นที่ ๒ ประชาชนกับรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยแต่ใช้อำนาจโดย ทางอ้อมผ่านทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีหน้าที่ในการออก กฎหมาย ตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเป็นกติกาของประเทศ เป็นสัญญาประชาคม เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศระหว่างรัฐกับประชาชน ที่จะกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ในการรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ประเด็นที่ ๓ มาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ วรรคสอง รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ หน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญกฎหมายหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและความผาสุก ของประชาชนโดยรวม นั่นหมายถึงว่าทุกองค์กรต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน ทำหน้าที่ เพื่อประชาชนที่อยู่ภายใต้หลักนิติธรรม แต่ในทางปฏิบัติ หลายองค์กรโดยเฉพาะองค์กร อิสระบางองค์กรกลับขาดความเป็นกลาง ขาดการตรวจสอบ นี่คือผลพวงของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี่ก็เป็นจุดอ่อนที่ต้องได้รับการแก้ไขเพื่อที่จะสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชน กลับคืนมา
ในประเด็นที่ ๔ อำนาจของประชาชนต่อรัฐธรรมนูญที่แท้จริง รัฐธรรมนูญ ที่ดีต้องมาจากประชาชน ถ้าประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่จริงในเรื่องนี้ท่านประธานครับ เช่นเดียวกัน นะครับ ไม่ใช่มาตัดอำนาจของประชาชน ท่านควรให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตั้งสมาชิก ร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. โดยตรง เพื่อร่างรัฐธรรมนูญสูงสุด ร่างกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพื่อตนเอง และต้องสามารถที่จะ ตรวจสอบได้ คนที่เขาเลือกเข้ามาก็ต้องแสดงความคิดเห็นได้ ต้องวิพากษ์วิจารณ์ได้ ต้องมี สิทธิมีเสียงในการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองอย่างเสรี
ประเด็นที่ ๕ ประเทศไทยไม่เคยมีครั้งใดเลยที่ประชาชนเลือกตั้ง สสร. โดยตรง กว่า ๙๐ ปีนับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ ประเทศไทย ยังไม่เคยเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. ด้วยตนเองเลยแม้แต่ครั้งเดียว รัฐธรรมนูญ ทุกฉบับที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็มาจากผู้มีอำนาจ มาจากคณะบุคคลที่แต่งตั้งขึ้น ประเทศไทยมัน จะไปถึงไหนล่ะท่านประธาน เราไปได้แค่นี้หรือท่านประธาน ขณะที่โลกหมุนเวียนไปสู่ยุค ดิจิทัล เราจะอยู่ในอาเซียน เราจะอยู่ในกลุ่มประเทศล่าง ๆ ท้าย ๆ หรือครับ เราก็เห็นว่า ประเทศที่มีปัญหาคุยไม่รู้เรื่อง นั่นละครับนั่นคือไม่มีการพัฒนาในระบอบประชาธิปไตยเลย วันนี้พี่น้องประชาชนตื่นรู้ สื่อสารได้อย่างเสรี ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะคืนสิทธิให้กับ ประชาชนเป็นผู้เขียนอนาคตของประเทศด้วยมือของตัวเอง
ประเด็นสุดท้ายครับ ความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๓ ฉบับ ผมเห็นด้วยและเห็นด้วยอย่างยิ่งทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งที่โดยท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ และคณะ ท่าน อนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ท่านรองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล และคณะ โดยเฉพาะร่างที่มี การจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพราะนี่คือก้าวแรก ของการคืนอำนาจให้กับเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ขอให้เรามองเรื่องนี้ด้วยใจที่เปิดกว้าง ไม่ต้องกลัว อย่ากลัวว่าประชาชนจะเลือกคนไม่ดี คนไม่เก่ง เพราะประชาชนเขารู้ดีเขาเป็นเจ้าของประเทศว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ในส่วนนี้ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งกับร่างของท่านพริษฐ์ ตรงที่ว่าเพราะสอดคล้องกับแนวทางของระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และให้ประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด ใช้วิธีการผ่านทางตัวแทนทั้งผู้ยกร่างและที่ปรึกษา แล้วให้รัฐสภาคัดเลือกเพื่อทำหน้าที่ ออกกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการบริหารประเทศ โดยไม่ต้องแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญและไม่ต้องกังวล ถึงเรื่องที่จะไม่ได้ผู้มีความรู้ความสามารถจากการเลือกตั้งมาร่างรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยกับ ร่างของท่านรองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล และคณะ ที่จะใช้เวลา ๑๘๐ วันนับตั้งแต่ วันประชุมครั้งแรก สำหรับการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ เห็นด้วยกับการจัดทำกรอบร่างที่อยู่ใน ระบอบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของเรา เห็นด้วยกับเรื่องของการจัดทำ ร่างการแก้ไขเพิ่มเติมการการคุ้มครองเสรีภาพ สถาบันการเมือง การยึดโยงประชาชน มีกลไกขจัดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและประพฤติมิชอบ และเห็นด้วยของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบตามหลักการ ใช้อำนาจอธิปไตยทางรัฐสภา ยังมีอีกประเด็นหนึ่งกรณีของท่านพริษฐ์ กรณีร่างรัฐธรรมนูญ ตกไปขอให้จัดทำร่างอีกได้ เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าทำให้มีโอกาสในการที่จะเสนอญัตติ ต่อสภาได้ดีกว่า เพราะใช้สมาชิก ๑ ใน ๕ ของสภาผู้แทนราษฎร และ ๑ ใน ๕ ของสมาชิก วุฒิสภา ท่านประธานครับ เราต้องคืนอำนาจให้กับประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจสูงสุด อย่ากังวลและดูถูกประชาชนว่าเขาจะไม่ใช้วิจารณญาณในการที่จะคัดเลือกตัวแทน ที่มีความรู้ความสามารถมาร่างรัฐธรรมนูญแทนเขา โดยเฉพาะเรื่องของการติดล็อกที่ต้อง ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ไม่สามารถเลือก สสร. ได้โดยตรง ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรจะมีคำถามถึงประชาชน ที่เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดในการทำประชามติว่าประชาชนต้องการเลือก สสร. โดยตรง ที่ไม่ต้องผ่านการเลือกโดยรัฐสภาในครั้งถัดไปด้วยหรือไม่ ผมขอกล่าวโดยสรุปนะครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่ใช่เป็นการทำลายระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นการเสริมสร้าง ฟื้นฟู ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ให้กลับมามั่นคง แข็งแรง เข้มแข็งและเป็นที่ศรัทธาของประชาชนอีกครั้งหนึ่ง กฎหมายที่ดีไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษรแต่อยู่ที่ หัวใจของผู้มีอำนาจว่าจะยึดโยงประชาชนเป็นศูนย์กลางจริงหรือไม่ครับท่านประธาน ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน ให้ประชาชนร่วมร่างรัฐธรรมนูญของ ตนเอง เพื่ออนาคตของลูกหลาน เพื่อประเทศที่โปร่งใส เป็นธรรมและก้าวข้างหน้าต่อไป อย่างมั่นคง เห็นด้วยทั้ง ๓ ฉบับ ขอบคุณครับท่านประธาน