เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยย้ำความสำคัญของประชาธิปไตยจากการรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และเรียกร้องให้มี สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเจตนารมณ์ของประชาชน พร้อมวิพากษ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่จำกัดสิทธิประชาชนและเพิ่มอำนาจองค์กรอิสระโดยไม่ผ่านการเลือกตั้ง
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ อดีตผ่านไปเอามาไม่ได้นะครับ แต่เอาไปเป็นบทเรียน อนาคตก็ยังมาไม่ถึง มีแต่ความหวัง เอาปัจจุบันดีที่สุดนะครับ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งแก้ไขมาตรา ๑๕๖ และเพิ่มเติมรัฐสภาต้องมีการประชุมร่วมกัน และเพิ่มหมวด ๑๕/๑ คือ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันนี้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ทั้ง ๓ ร่างนี้หลักการเหมือนกันและคล้าย ๆ กัน เพราะฉะนั้นสนับสนุนทั้ง ๓ ร่างนะครับ ท่านประธานครับ อดีตเมื่อเช้านี้นี้นะครับ ผมไปที่อนุสาวรีย์ ๑๔ ตุลา ได้ร่วมรำลึกถึงวีรชน คนกล้าที่ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องให้มีรัฐธรรมนูญเหมือนกันเลยนะครับ แล้วเป็นวันที่นิสิตนักศึกษา ประชาชนลุกฮือขึ้นมาครับ พวกเหล่านี้เขารักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย เบื่อเผด็จการครับ ขับไล่รัฐบาลทหาร โดยศูนย์กลางนิสิตนักศึกษา แห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ผมเป็นกรรมการในนั้นด้วย มีผู้ชุมนุมถึง ๕๐๐,๐๐๐ คน ชุมนุมโดยสันติวิธี สุดท้ายรัฐบาลใช้กำลังปราบปรามอย่างรุนแรง เหตุการณ์บานปลาย หมดความชอบธรรม จอมพล ถนอม ต้องลาออก และเดินทางออกนอกประเทศ มีผู้เสียชีวิต ไป ๗๗ คน บาดเจ็บ ๘๕๘ คน เป็นสิ่งสำคัญทางการเมืองไทยนะครับ มีความหมายถึง การต่อสู้เพื่อสร้างประชาธิปไตย ต่อจากยุคแรกที่คณะราษฎรได้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ไม่มีสี ไม่มีพวก ปี ๒๕๔๖ สภาแห่งนี้ได้มีมติเอกฉันท์กำหนดให้วันที่ ๑๔ ตุลาคมเป็นวันประชาธิปไตยของประเทศไทย เพราะฉะนั้นคนเดือนตุลาคมมีอุดมการณ์ ประชาธิปไตย คือเห็นต่างอยู่ร่วมกันได้ มีสิทธิเสรีภาพ มีความเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ท่านประธานครับ หลังจาก๑๔ ตุลาคมแล้วประเทศไทยก็มีปฏิวัติ รัฐประหารมาตลอดบ่อยมาก มีการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อสืบทอด อำนาจจนคนเบื่ออีกแล้วครับ เบื่ออย่างไรครับ มีเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๓๕ เรียกร้องให้มี การปรับปรุงระบบการเมือง เรียกร้องให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ต้องยกย่องท่านบรรหาร ศิลปอาชา ที่ได้ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปบ้านเมือง นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๖ ปี ๒๕๓๙ ให้มี สสร. ซึ่งมีลักษณะ ๒ อย่าง คือตัวแทนจังหวัดก็เหมือนเลือกจาก ทั่ว ๆ ไปส่งมา ๑๐ คน และรัฐสภาเลือกให้เหลือจังหวัดละ ๑ คน และตัวแทนผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งส่งมาจากสถาบันอุดมศึกษา สสร. ปี ๒๕๔๐ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีการรับฟัง เป็นไปอย่างกว้างขวาง และมีการประชาสัมพันธ์ ทำให้ประชาชนเข้าใจ ซึ่งร่างพรรคเพื่อไทย มีลักษณะคล้ายกันมากเลยนะครับ เพราะว่ามี สสร. จังหวัด เช่นเดียวกัน ๑๐๐ คน เลือกมา ๓๐๐ คน แล้วก็รัฐสภาเลือก ๑๐๐ คน แล้วก็คัดสรรจากองค์กรต่าง ๆ ๕๑ คน รวมเป็น ๑๕๑ คน ถูกต้องแล้วนะครับ นี่ล่ะครับคือความเหมือนของร่างพรรคเพื่อไทยที่อยู่กับปัจจุบัน เพราะว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญบอกว่ารัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่าง รัฐธรรมนูญได้โดยตรง อันนี้เป็นการเลือกทางอ้อม ถูกต้องเป็นอย่างที่อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านหมอชลน่านว่าไว้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีปัญหาเยอะแยะผมไม่พูด มากนะครับ เอาเป็นว่า บั่นทอน ลดสิทธิของประชาชน จากเป็นเจ้าของสิทธิ มาเป็นผู้รับผล แค่นั้นเอง ที่เหลือเป็นหน้าที่ของรัฐ มันทำลายหลักการพื้นฐาน ทำลายหลักการ นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ โดยให้มี Candidate ๓ คน เป็นนายกคนนอก ซึ่งไม่ทำลายหลักการ Accountability ของ ฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วยังมีวุฒิสภานะครับ ผมขออนุญาตพูดพาดพิงนิดหนึ่งนะครับ ไม่ได้มา จากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง เลือกกันเองเป็นกลุ่ม จนทำให้เกิดปัญหาอาจจะมี สว. สีน้ำเงินฮั้วกันนะครับ ขออภัยด้วยนะครับ และ สว. นี้มีอำนาจมากครับ คือการให้ความ เห็นชอบต่อบุคคลดำรงตำแหน่งทางการเมืองในองค์กรอิสระ โดยเฉพาะตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ แก้ยากมาก ๆ แก้ยากอย่างไรครับ ในวาระที่หนึ่ง วาระที่สามนี่ต้องมี สว. ร่วมด้วย ๑ ใน ๓ คือ ๖๗ คน อาจจะแก้ไม่ได้เลย อีกอันหนึ่งก็คือมาตรฐานทางจริยธรรมนี่เอามาควบคุมการบริหาร ทำให้มีลักษณะร้ายแรง ท่านประธานครับ เรามี พ.ร.บ. ประชามติ ซึ่งถูกยับยั้งไป ๑๘๐ วัน ก็พร้อมที่จะมีการ ลงประชามติ ซึ่งเป็น Simple Majority นะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ อนาคตก็คือ ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งบอกว่าการทำประชามติมี ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ กับครั้งที่ ๒ อาจจะรวมเป็น ครั้งเดียว แล้วจะไปเลือกในวันที่ลงเลือก สส. นะครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามครับ ผมฝากไปยัง กมธ. และผู้ที่จะเป็น สสร. นะครับว่ารัฐธรรมนูญที่พึงประสงค์ในอนาคต เป็นอย่างไร เป็นเพียงความหวัง คือ ๑. อย่าเริ่มด้วยความหวังจบด้วยข้อจำกัดคือดีแต่เขียน ดีแต่พูดทำยาก เช่น การกระจายอำนาจ ระบบปฐมภูมิทางการแพทย์ ระบบปฏิรูปการศึกษา แม้กระทั่งเรื่อง Digital Economy อันที่ ๒ อย่าใช้ความกลัวเป็นหลักการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ เช่น กลัวนักการเมืองจะมีอำนาจไป กลัวประชาชนจะใช้สิทธิผิดวิธี ความกลัว กลายเป็นกติกา ๓. อย่าให้องค์กรอิสระอิสระจากการตรวจสอบ มีอำนาจจนไม่มีใครท้วงได้ ควรมีการตรวจสอบบนลงล่างและย้อนกลับขึ้นไป ๔. หยุดใช้คำว่าจริยธรรมมาเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองเลือกปฏิบัติเพราะเป็นนามธรรม ขอให้มีหิริโอตตัปปะบ้าง ๕. อยู่บนพื้นฐาน ความเชื่อและศรัทธาในประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจ ไม่ใช่ผู้ขออนุญาตคือเห็นหัวประชาชน ด้วย ๖. แยกการถ่วงดุลของ ๓ อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ไม่ก้าวก่ายกัน ไม่ใช่ให้ศาลที่เรียกว่าตุลาการภิวัตน์มาตัดสินให้นายกหลุดจากตำแหน่ง ควรจะใช้มาตรการ ทางรัฐธรรมนูญก็คือมีการถอดถอนในสภาผู้แทนราษฎร หรือให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ผ่านการเลือกตั้ง สุดท้ายเราต้องการรัฐธรรมนูญที่สามารถพูดได้ เข้าใจได้ชัดเจนโดยไม่ต้องมี การตีความมาก ดังนั้นผมขอเรียกร้องไปยังท่านสมาชิกรัฐสภานะครับช่วยสนับสนุน รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง และขอให้ช่วยกันเลือกร่างของพรรคเพื่อไทยเป็นหลักนะครับ เพื่อจะให้พวกเราได้มีโอกาสเขียนอนาคตของคนไทยทุกคนและก้าวข้ามความขัดแย้ง นำสังคมไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ประชาชนมีความสุข ลูกหลานมีอนาคตและต่างชาติก็ยอมรับ เพราะฉะนั้นขอให้กำลังใจทุกท่านนะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ