เอกชัย เรืองรัตน์ พูดถึงความสำคัญของอธิปไตยด้านข้อมูลส่วนบุคคลและขอให้รัฐธรรมนูญแห่งศตวรรษที่ 21 ครอบคลุมเรื่องนี้ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการควบคุมข้อมูลสำคัญภายในประเทศ เพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์เอกชัย เรืองรัตน์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ อธิปไตยด้านข้อมูลข่าวสาร จุดตั้งต้นของรัฐธรรมนูญ แห่งศตวรรษที่ ๒๑ วันนี้กระผมขอใช้เวลาสั้น ๆ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งยวดของแนวความคิด อธิปไตยด้านข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งไม่ใช่เพียงหลักประกันสิทธิเสรีภาพ แต่คือรากฐานของ ประชาธิปไตยดิจิทัลในโลกยุคใหม่ ในยุคที่ข้อมูลเป็นทรัพยากรสำคัญที่สุดของโลก แม้พลังงานหรือน้ำมัน ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนมิใช่สิ่งที่รัฐ เอกชน โดยเฉพาะเอกชน ที่ Server ตั้งอยู่นอกราชอาณาจักรไทยเข้าถึงโดยไม่มีข้อจำกัด แต่ต้องเป็นทรัพย์สินที่ควร ปกป้องอย่างที่สุดครับ ผมขออนุญาตพูดถึงมุมมองในประเด็นของอธิปไตยด้านข้อมูล ส่วนบุคคลที่อยากยกระดับเพื่อเข้าสู่การบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนะครับ ปัจจุบันด้วย สภาพแวดล้อมบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปก็ขออนุญาตฝากท่าน สส. ท่าน สว. คณะกรรมาธิการ วิสามัญ และ สสร. ในอนาคตนะครับ ผมขออนุญาตชี้ประเด็นสั้น ๆ นะครับ ทุกวันนี้ตั้งแต่ เช้าตื่นขึ้นมาเราหยิบมือถือขึ้นมาใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ ข้อมูลกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่เราใช้เรา ซื้อถูกส่งออกนอกประเทศอยู่ในแพลตฟอร์มและ Server ต่างประเทศทั้งสิ้นนะครับ ผมขอ ชี้ให้เห็นในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่นานนี้ มีระบบ Automation ต่าง ๆ สิ่งที่ เกิดขึ้นแล้ววันนี้รถยนต์ทันสมัยหลายรุ่นเราใช้ เราขับ เราพูด เราคุยในรถ ท่านทราบไหม ครับข้อมูลต่าง ๆ เราถูกส่งไปต่างประเทศตลอดเวลา และในอนาคตที่จะเกิดขึ้น จะมีหุ่นยนต์แม่บ้านไม่เกิน ๑๐ ปีมาอยู่ในบ้านเรา คอยรับใช้ คอยแก้ปัญหา คอยจัดการ ทุกสิ่งให้เรา แต่ท่านเชื่อไหมครับทุกสิ่งที่เราทำในบ้านผ่านกล้อง ผ่านสายตาของ Robot ต่าง ๆ จนแม้แต่วันนี้กล้องวงจรปิดต่าง ๆ ระบบความปลอดภัยที่ติดอยู่ในบ้านถูกส่งออกนอก ราชอาณาจักรไทยเข้าใน Server ต่างประเทศทั้งสิ้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญจำเป็น หลายท่านบอกผมว่าเรามีกฎหมาย PDPA แล้ว แต่ขอย้ำนะครับกฎหมาย PDPA ครอบคลุม เพียงแค่ราชอาณาจักรไทย แต่ข้อมูลเราทั้งหมดถูกส่งออกนอกราชอาณาจักรไทยทั้งสิ้น ซึ่งกฎหมายเราไม่ครอบคลุม สิ่งที่เราต้องการและสิ่งที่เราควรทำในอนาคตคือการที่เราควร จะระบุชัดเจนว่าข้อมูลสำคัญ ข้อมูลสำคัญนะครับต่าง ๆ ต้องถูกจัดเก็บและประมวลผล ภายในประเทศไทยเท่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ ปัจจุบันแพลตฟอร์มสำคัญ หลายแพลตฟอร์ม ผมในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการแพลตฟอร์มมาก่อน เราขอเชิญ หลายแพลตฟอร์มมาให้ข้อมูล ท่านเชื่อไหมครับไม่เคยครับ ไม่เคยให้ความร่วมมือแม้แต่สัก แพลตฟอร์มนะครับ อันนี้เป็นปัญหามาก ผมว่าอนาคตน่าเป็นห่วง เอาเฉพาะแพลตฟอร์มซื้อ ขายของออนไลน์ก็มีมูลค่าสูงถึง ๒.๖ ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา ยังไม่นับรวมถึงแพลตฟอร์ม Social Media ที่เราจ่ายค่าโฆษณาต่าง ๆ ออกนอกประเทศมูลค่ามหาศาล ซึ่งเราไม่มีข้อมูล เก็บไว้นะครับเท่าไร ข้อมูลอันนี้ขอเป็นจุดตั้งต้นของรัฐธรรมนูญแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ที่ถ้าเรา ไม่มีการจัดทำเราจะเป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ไม่ได้ ในอนาคตมีเรื่องของเอไอนะครับ เอไอ เป็นทั้งสิ่งที่ดี แต่ปัจจุบันมีการสำรวจพบว่าประเทศไทยใช้เอไอค่อนข้างมาก แล้วเราให้ข้อมูล ความคิดความเห็นของเราเข้าไปในเอไอมาก ซึ่งเอไอก็อาจจะชี้นำและบิดเบือนความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรมเราได้ เพราะฉะนั้นเราจึงต้องมีการควบคุมกฎหมายตั้งแต่วันนี้ก่อนที่จะสายไป ในบางประเทศ มีสิ่งที่เรียกว่า Data Localization เพื่อควบคุมข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ต้องถูกจัดเก็บและ ประมวลผลภายในประเทศ ซึ่งอันนี้เป็นอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งเราได้สูญเสียอธิปไตย ทางด้านแพลตฟอร์มไปแล้ว แต่ข้อมูลอันสำคัญภายในประเทศจะต้องอยู่และประมวลผล ภายในประเทศไทย
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมขอให้แง่คิดและ Comment ๓ เรื่อง ในโลก ยุคใหม่ข้อมูลคือทรัพย์สินและความเป็นส่วนตัวถือเป็นอิสรภาพ รัฐธรรมนูญทีไร้หลักประกัน ด้านข้อมูลส่วนบุคคลก็เปรียบเสมือนป้อมปราการที่ไร้กำแพง เราจึงต้องเร่งเติมเต็มช่องว่างนี้ ก่อนที่เสรีภาพจะหลุดลอยไปกับเทคโนโลยี เรื่องที่ ๒ เมื่อใดที่ประชาชนมีอำนาจ เหนือข้อมูลของตัวเอง เมื่อนั้นประชาธิปไตยจึงจะสมบูรณ์ สุดท้าย อธิปไตยของชาติเริ่มต้น ที่อธิปไตยของปัจเจกชน และข้อมูลคือสนามรบใหม่ที่เราต้องไม่ยอมจำนน ขอบคุณ ท่านประธานครับ