กอบ อัจนากิตติ อภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 3 ฉบับ โดยแสดงความไม่พอใจและวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการประชุมและพูดจาไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์ผู้ที่ไม่เคารพกฎหมายและไม่ปฏิบัติตามหลักนิติธรรม โดยเรียกร้องให้รัฐสภาปฏิบัติตามกฎหมายและรักษาความยุติธรรม
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตอภิปรายให้ข้อสังเกตร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับที่สมาชิกได้เสนอในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ ก่อนอื่นผมมีความ แปลกใจมากว่าวันนี้เป็นการประชุมพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญหรือมีการประชุมเพื่ออภิปราย ไม่ไว้วางใจ สว. ผมไม่ทราบจริง ๆ ครับว่าทำไมเราถึงไม่มีวุฒิภาวะ โตกันถึงขนาดนี้ยังไม่รู้ เลยครับวันนี้ทำอะไรกัน ทำไมต้องแขวะ ผมไม่เข้าใจว่า สว. ไปเหยียบหัวแม่ตีน สส. เมื่อไร ทำไมถึงไม่รู้จักผู้ใหญ่ ไม่รู้จักเด็ก อันนี้ต้องขอต่อว่า ถ้าสุภาษิตไทยเขาบอกว่ารำไม่ดีแล้ว โทษปี่โทษกลอง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ของปี ๒๕๖๐ มันดีอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าท่านคิดจะแก้นี่ ท่านก็ไปดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านอย่าไปเบี่ยงเบน พูดจาเฉไฉแล้วไปกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้อยู่ในห้องนี้ ท่านก็ทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วบางท่าน ก็บอกว่าไม่สามารถถอดถอนองค์กรอิสระได้ ท่านเข้าใจผิดครับ ท่านอ่านกฎหมายไม่รู้ ท่านดูไม่เป็น ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการตรวจสอบความชอบหรือไม่ชอบของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง เวลาพูดว่าคนอื่นว่าดี ขอให้เลิกนิสัยอย่างนี้นะครับประเทศชาติจะได้เจริญ เอาเรื่องส่วนตัวมาพูดในสภาไม่ควรอย่างยิ่ง เอาให้ได้สาระ ผมมี ๖ นาที ผมเสียไปแล้ว ๓ นาที มีการไม่เคารพเวลา เช้านัด ๙ โมง ก็มา ๐๙.๔๕ นาฬิกา พูดไม่ตามเวลาที่กำหนด ก็เกินเวลา พอเกินเวลากลางคืนเลิกกันเที่ยงคืน ผมถามว่าท่านทำตรงนี้ได้ประโยชน์อะไร มันบั่นทอนสุขภาพคนแก่ครับ ผมจะขอให้ข้อสังเกตสัก ๒-๓ ประเด็น เกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนี้
ประเด็นแรก ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีบทบัญญัติที่ขัดต่อหลักการ หรือความชอบธรรมทางประชาธิปไตย และถูกรับรองโดยกระบวนการประชามติที่ไม่เสรี และเป็นธรรม ท่านพูดได้อย่างไรครับ ท่านเข้ามาในกติกานี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มีทุกอย่าง ให้ท่าน ไม่เสรีอย่างไรครับ มีการทำประชามติ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ตามกระบวนการ ท่านต่างหากที่ไม่ค่อยเคารพกฎหมาย เมื่อสักครู่บอกว่ามีมาตรา ๓ อำนาจ อธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แล้ววรรคสองท่านไม่อ่านหรือครับ มาตรา ๓ วรรคสอง ท่านไม่ดูหรือครับ รัฐสภา คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระ หน่วยงานของรัฐ ต้องปฏิบัติให้เป็นไป ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยหลักนิติธรรม เห็นไหมครับท่านไม่อ่าน แล้วท่านก็ไปสอน คนอื่น ผมไม่อยากจะบอกว่าที่เราเป็นมาทุกวันนี้เพราะว่าไปโทษคนอื่น ไปโทษรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันว่ารัฐธรรมนูญไม่เป็นปัญหาครับ แต่ที่เป็นปัญหาคือคนครับ และคนที่เป็นปัญหาคือ คนโกงครับ ยืนยันครับ ปีที่แล้วผมก็อภิปรายอย่างนี้ครับ องค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญบอกว่าให้ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระมีความกล้าหาญ องค์อิสระไม่เคยใช้อำนาจเกินเลย องค์กร อิสระทำตามกระบวนการรัฐธรรมนูญทุกอย่าง องค์กรอิสระที่ท่านบอกว่าใช้อำนาจล้นเกิน ล้นเกิน มันไม่ใช่หรอกครับ ที่ล้นเกินคือท่านต่างหาก ท่านเห็นไหมครับมีฝ่ายบริหารพยายาม แทรกแซงก้าวก่ายเข้ามาในองค์กรอิสระ ครอบงำองค์กรอิสระ พอครอบงำไม่ได้ พอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าให้คุณถอยออกไป อย่ามาทำตรงนี้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ คุณก็โกรธโวยวาย ฟูมฟักฟูมฟายเพราะลูกโป่งหลุดมือไป ทำอย่างนี้ได้อย่างไร สุภาษิตไทย เขาบอกว่า โทษท่านอื่นเพี้ยงเมล็ดงา ปองติฉินนินทา ห่อนเว้น โทษตนเท่าภูผา หนักยิ่ง ป้องปิดคิดซ่อนเร้น เรื่องร้ายหายสูญ แล้วที่เป็นปัญหาทุกวันเพราะอะไรครับ ท่านบอกว่า ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบได้ ตรวจได้ครับ ที่มีประชาชนกลุ่มหนึ่งไปตรวจสอบเรื่องการ บริหารโทษ แล้วโทษก็กลับมาบังคับตามกฎหมาย อันนี้ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไหม ผมไม่อยากจะพูดให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อองค์กรนิติบัญญัติ สุดท้ายนี้ผมขออนุญาตฝาก ข้อคิดให้แก่เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ในโลกที่เต็มไปด้วยคนดีแต่พูด มีเพียงไม่กี่คนที่ลงมือทำจริง คำพูดอาจสร้างภาพลักษณ์ชั่วครู่ แต่การกระทำต่างหากที่สร้างความเชื่อถือที่ยั่งยืน ความเก่ง ที่แท้จริงไม่ได้วัดจากคำพูด หากอยู่ที่ความสามารถในการปฏิบัติ คนเก่งจริงไม่จำเป็นต้อง ปรากฏตัว เพราะผลงานย่อมเป็นเสียงพูดที่ดังกว่าที่สุด อย่าหลงใหลกับความรู้ที่ไม่เคย ก่อประโยชน์ หรือภาคภูมิใจกับความพยายามที่ไร้ผลสำเร็จ เพราะในสนามชีวิตจริงผู้ชนะคือ ผู้ที่ทำสำเร็จแบบเงียบ ๆ และคนรู้มากอาจแพ้คนชำนาญ และคนทำมากอาจแพ้คนที่ทำ สำเร็จ ขอบคุณครับท่านประธาน