อัจฉรพรรณ หอมรส เสนอแนะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแนะนำให้ผสมเจตนารมณ์ของร่างทั้งสามเข้าด้วยกัน เพื่อรักษาหลักประกันและเสริมสร้างความหลากหลายของตัวแทนและผู้เชี่ยวชาญ โดยเน้นย้ำว่าประชามติควรเป็นกระบวนการที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่พิธีกรรมทางกฎหมาย และเชื่อว่าหากทั้ง 3 ร่างที่มีอยู่ ประชาชนเป็นศูนย์กลาง และรัฐสภาทำหน้าที่ถ่วงดุลอย่างสร้างสรรค์ ประเทศไทยจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอัจฉรพรรณ หอมรส สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มสตรีจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นวาระสำคัญ ของประเทศ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่กฎหมายสูงสุด แต่คือสัญญาทางสังคมที่จะกำหนดว่า เราจะอยู่รวมกันได้อย่างไร และจะพาประเทศไปในทิศทางใด ดังนั้นรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องไม่ใช่เพียงเป็นเรื่องของนักการเมืองหรือผู้มีอำนาจ แต่ต้องเป็นของประชาชนทุกคน อย่างจริง วันนี้เรามี ๓ ร่างรัฐธรรมนูญที่มีเป้าหมายเดียวกันคือการคืนอำนาจให้กับประชาชน แตกต่างกันในแนวทางและระดับการมีส่วนร่วม ร่างของท่านพริษฐ์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ให้ประชาชนเลือก สสร. ทั่วประเทศ มีความชอบธรรมสูงแต่ใช้งบประมาณมาก และอาจ ขาดสมดุลทางเทคนิค ร่างของท่านอนุทินค่ะ กราบขออภัยที่เอ่ยนามท่านเช่นกัน ผสมผสาน ระหว่างอำนาจประชาชนกับรัฐสภา โดยกำหนดให้มีตัวแทนทุกจังหวัดพร้อมผู้เชี่ยวชาญจาก หลากหลายสาขาและวางหลักประกันไม่ให้แก้หมวด ๑ หมวด ๒ และหมวด ๑๕ เพื่อคงไว้ ความมั่นคงของรัฐและสถาบันหลักของประเทศ ส่วนร่างของท่านอาจารย์ชูศักดิ์ค่ะ กราบขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เปิดกว้างที่สุดเลย ให้มีตัวแทนจากกลุ่มทุกจังหวัดตามส่วนของ ประชากรในทุกภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อสร้างฉันทามติของคนทั้งสังคม ดิฉันในฐานะผู้มาจาก ภาคประชาสังคมด้านสตรี ขอเรียนว่าดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการแก้รัฐธรรมนูญเพราะ กติกาของประเทศควรเป็นของทุกคน เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นฉบับที่ก้าวไปด้วยกัน ดิฉันขอเสนอข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ ๙ ประการดังนี้ค่ะ
ประการที่ ๑ ควรผสมเจตนารมณ์ของทั้ง ๓ ร่างเข้าด้วยกัน โดยรักษา หลักประกันหมวด ๑ หมวด ๒ และหมวด ๑๕ ไว้มั่นคง เสริมสร้างความหลากหลายของ ตัวแทนและผู้เชี่ยวชาญให้ประชาชนเป็นเจ้าของกระบวนการอย่างแท้จริง เมื่อมีทั้งความ ชอบธรรม มีทั้งเสถียรภาพและการมีส่วนร่วมรัฐธรรมนูญนี้ก็จะอยู่ได้ยาวนานค่ะ
ประการที่ ๒ กำหนดคุณสมบัติผู้เป็น สสร. ให้ชัดเจน ต้องมีภูมิลำเนาหรือ ทำงานอยู่ในพื้นที่นั้นจริง เพื่อให้เสียงของแต่ละจังหวัดเป็นเสียงแท้ของประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่เสียงที่ถูกยืมสิทธิมาแทน
ประการที่ ๓ ควรเร่งรัดกระบวนการให้กระชับมีกรอบเวลาที่แน่นอน ไม่ลอย และยืดเยื้อประเทศก็จะเสียโอกาสตั้งแต่การเลือก สสร. การประชุม การลงประชามติ ควรกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนเห็นความต่อเนื่องและโปร่งใส
ประการที่ ๔ คณะกรรมการยกร่างควรมีกำหนดที่เหมาะสมและมีผู้เชี่ยวชาญ ครบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย การคลัง การบริหาร หรือเศรษฐกิจ เพื่อให้ ร่างรัฐธรรมนูญมีคุณภาพและลดปัญหาการตีความในอนาคต
ประการที่ ๕ ภาคส่วนต่าง ๆ ที่เสนอ สสร. ควรได้มามากกว่าจำนวนที่จะ ได้รับเลือกและให้รัฐสภาเป็นผู้คัดเลือก เพื่อให้เกิดทั้งความโปร่งใสและความหลากหลาย
ประการที่ ๖ ควรมีหลักประกันด้านความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยเฉพาะ ด้านงบประมาณ เศรษฐกิจและผลกระทบทางสังคม เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่มีรากฐาน ที่มั่นคงและนำไปใช้ได้จริง
ประการที่ ๗ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องสะท้อนเสียงของทุกคนควรกำหนด ให้ผู้หญิงมีไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ รวมทั้งตัวแทนของเยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ เพราะประชาธิปไตยจะสมบูรณ์ได้หากมีคนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ประการที่ ๘ ควรจัดตั้งศูนย์ข้อมูลรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนให้ประชาชน เข้าถึงข้อมูลได้ทุกขั้นตอนผ่านเว็บไซต์ สื่อสาธารณะและเวทีชุมชนเพื่อให้ทุกคนได้ติดตาม ตรวจสอบและเสนอความคิดเห็นได้จริง
ประการที่ ๙ ประการสุดท้าย การออกเสียงประชามติต้องอยู่บนข้อมูล ที่ถูกต้อง เข้าใจง่ายและรอบด้าน รัฐบาลและรัฐสภาควรสร้างความรู้ความเข้าใจในทุกพื้นที่ ตั้งแต่โรงเรียน มหาวิทยาลัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนถึงภาคประชาชนเพื่อให้การ ลงประชามติครั้งนี้มีการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่พิธีกรรมทางกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ดี ไม่ใช่แค่ฉบับที่เขียนได้สวยแต่คือฉบับที่ประชาชนเชื่อมั่นเพราะคือสัญญาทางสังคมที่สร้าง ความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน ดิฉันเชื่อว่าหากเราประสานจุดแข็งของทั้ง ๓ ร่าง ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางของกระบวนการและให้รัฐสภาทำหน้าที่ถ่วงดุลอย่างสร้างสรรค์ ประเทศไทยถึงจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง วันนี้ไม่ใช่เพียงการเขียน กฎหมายใหม่ แต่คือการเขียนของอนาคตของประเทศไทยไปด้วยกัน ขอบพระคุณค่ะ