ประภาส ปิ่นตบแต่ง อภิปรายรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยเสนอให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญผ่านการเลือกตั้งโดยตรง เพื่อคืนบทบาทประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมวิพากษ์รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ขาดความชอบธรรมและจำกัดสิทธิเสรีภาพ ผลักดันให้เกิดกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่โปร่งใส มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ประภาส ปิ่นตบแต่ง สมาชิกวุฒิสภา กลุ่ม ๑๗ ประชาสังคมและองค์กร สาธารณประโยชน์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออภิปรายเพื่อรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม หมวด ๑๕/๑ และการแก้ไขมาตรา ๒๕๖ ท่านประธานครับ ผมคาดเดาว่า การรับหลักการทั้ง ๓ ร่างนี้ก็น่าจะเป็นฉันทานุมัติร่วมกันของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งนี้เพื่อที่ เราจะได้เดินก้าวแรกนำไปสู่การมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. แม้เราจะมีความเห็น ที่แตกต่างในด้านรูปแบบของ สสร. ที่ปรากฏอยู่ในแต่ละร่างนะครับ
ในแง่ของหลักการและความจำเป็นที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ ต้องกล่าวว่าขาดความชอบธรรมอย่างมาก เนื่องจากมีที่มาหรือ กระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ซึ่งประชาชนมีส่วนร่วมน้อยมาก ที่สำคัญก็คือการ ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่เชื่อมโยงกับอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญของประชาชน ซึ่งเป็นหลักการ ที่สำคัญ ทำให้กลายเป็นจุดบอดที่สำคัญ แล้วก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมือง ตลอดจนการ ใช้รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ มาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นผมเห็นว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด ๑๕/๑ และมาตรา ๒๖๕ เพื่อเปิดทางไปสู่การได้มาซึ่ง สสร. ก็ควรจะต้องคำนึงถึงการ เชื่อมโยงกับประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยให้มากที่สุด หรือควรจะต้องคำนึงถึง การออกแบบที่ต้องให้ประชาชนนั้นอยู่ในวงขอบของเวทีการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเพียงแค่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ผมจึงเห็นว่าประเด็นที่สำคัญประเด็นหนึ่งก็คือองค์ประกอบของ สสร. ควรจะ เปิดกว้างเพื่อโอบรับความคิดที่หลากหลายของผู้คนในสังคมให้เข้ามาอย่างรอบด้านมากที่สุด ผมจึงเห็นว่าอย่างน้อยที่สุดการออกแบบ สสร. ควรให้ประชาชนเลือกตั้งโดยตรง และอย่างน้อยที่สุดก็คือผ่านการรับรองของรัฐสภา และไม่เห็นด้วยกับกระบวนการสรรหา ให้ได้มาโดยผ่านการคัดสรรโดยสมาชิกรัฐสภาแต่เพียงอย่างเดียวหรือขั้นตอนเดียวนะครับ ในส่วนของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ด้านปัญหา ด้านเนื้อหา และบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวถึงปัญหา เนื้อหา และบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับมิติในเชิง โครงสร้างสถาบันทางการเมือง ตลอดจนปัญหาองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญเอาไว้มากแล้ว ผมก็จะขอพูดจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับภาคประชาชน เมื่อมองจากมิติของ ภาคประชาชนคงกล่าวได้อย่างชัดเจนว่าถ้าการเมืองภาคประชาชนคือการมุ่งลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ก็ไม่ได้สร้างการเมืองภาคประชาชน แต่ในทางตรงกันข้ามเป็นการเพิ่มอำนาจรัฐ ลดอำนาจประชาชนมากกว่า จนกระทั่งมี ผู้ที่กล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ เป็นความตกต่ำ ถดถอยของการเมืองภาคประชาชน อย่างที่สุด เมื่อพิจารณาผ่านบทบัญญัติที่ว่าด้วยสิทธิ เสรีภาพ สิทธิชุมชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชน ก็จะเห็นความตกต่ำนี้ได้เกิดขึ้นอย่างชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น การเพิ่ม บทบัญญัติหมวดหน้าที่ของรัฐ และการย้ายบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนให้อยู่ใน หมวดหน้าที่ของรัฐ ฟังดูก็จะดูดีนะครับ แต่ว่าการย้ายสิทธิของประชาชนไว้ที่หมวดหน้าที่ ของรัฐ และให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทำหน้าที่พิทักษ์สิทธิให้กับประชาชน ซึ่งหัวหน้าคณะ ยกร่างรัฐธรรมนูญได้เปรียบผู้ตรวจการแผ่นดินเปรียบเสมือนพระมาลัยที่มาแก้ไขปัญหา ทุกข์เข็ญให้กับประชาชน แต่ว่าผลของการย้ายสิทธิของประชาชนไปอยู่ในหมวดหน้าที่ ของรัฐมันได้ก่อให้เกิดปัญหาที่สำคัญคือการขาดกลไกการบังคับหรือกลไกเชิงสถาบัน เพื่อทำหน้าที่รองรับสิทธิหรือการใช้สิทธิของประชาชน เช่น ถ้าอยู่ในหมวดสิทธิก็จะนำมาสู่ประเด็นสำคัญก็คือให้มีกลไกที่จะรองรับการใช้สิทธิของ ประชาชน เช่น มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ ถ้าอยู่ในหมวดเกี่ยวกับสิทธิก็อาจจะมีองค์กรอิสระ ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และให้มีกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นกลไกในการ บังคับใช้เพื่อให้บรรลุเจตนารมณ์ดังกล่าว ฉะนั้นในแง่นี้การย้ายสิทธิของประชาชนให้อยู่ ในหมวดหน้าที่ของรัฐเป็นตัวอย่างที่สำคัญที่เราจะต้องมีการทบทวน ซึ่งรวมไปถึงประเด็น เรื่องของการมีส่วนร่วมของประชาชนซึ่งจำเป็นจะต้องมีกฎหมายกลางการมีส่วนร่วม ของประชาชนเพื่อจะเป็นหลักประกันในการปกป้องคุ้มครองหรือพิทักษ์สิทธิให้เกิดขึ้นจริง ในแง่ของปัญหาความตกต่ำถดถอยของรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของสิทธิการมีส่วนร่วม ของประชาชนก็จะเห็นได้ว่ามีปัญหาในเรื่องของสิทธิในการถอดถอนผู้บริหารระดับสูงหรือ การมีส่วนร่วมของประชาชนใช้อำนาจโดยตรงก็จะเหลือเพียงเข้าชื่อถอดถอน ป.ป.ช. เท่านั้น นะครับ แล้วหมวดเกี่ยวกับสิทธิประชาชนในหลาย ๆ ประเด็นก็หายไป เช่น สิทธิในการ ดำรงชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิในที่อยู่อาศัยในฐานะที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เหล่านี้ก็เป็น ตัวอย่างปัญหาบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่มาจากประสบการณ์ของคนจน คนด้อยโอกาส ด้อยอำนาจ เพราะขาดการมีส่วนร่วมในการจัดการชีวิตสาธารณะต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ควรจะพิจารณาให้บรรจุเนื้อหาประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ สุดท้ายผมขอเวลาสรุปว่าเวทีแห่งรัฐสภานี้จะเป็น พื้นที่กลางที่จะก่อให้เกิดการปรึกษาหารือสามารถที่จะเชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะ ประชาชนในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ เพื่อให้เข้ามาสู่พื้นที่การ อภิปรายถกเถียงการมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้อย่างแท้จริง ผมคาดหวังเช่นนั้น ทั้งนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความชอบธรรม ขอบพระคุณครับ