กัณวีร์ ยันรัฐธรรมนูญใหม่ต้องคืนอำนาจประชาชนและกระจายอำนาจอย่างแท้จริง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๘

กัณวีร์ สืบแสง หารือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสามฉบับ โดยเน้นย้ำปัญหาของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่จำกัดอำนาจประชาชนและส่งผลเสียต่อการเมือง เรียกร้องให้คืนอำนาจให้ประชาชนผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างโดยประชาชนเอง พร้อมผลักดันหลักความเป็นธรรม ความเท่าเทียม การมีส่วนร่วม และการกระจายอำนาจ รวมถึงคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างแท้จริง โดยย้ำว่ากรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญต้องทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้ง

นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาสักเล็กน้อยจะไม่ใช่หมดเต็ม เวลา ๑๐ นาทีในการอภิปรายรับหลักการทั้ง ๓ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ท่านประธานไม่ต้องแปลกใจครับว่าทำไมผมต้อง ใช้เวลาแค่เล็กน้อยเท่านั้น ผมคงไม่ใช้เวลาเต็มที่ วันนี้ครับท่านประธานเราเห็นกันดีครับว่า ทุกท่านที่มีการอภิปรายตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ทุกคนเห็นพ้องต้องกันมี Consensus ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของเราปี ๒๕๖๐ มีปัญหา ผมเองนั้นเป็นนักการเมืองป้ายแดง มือใหม่ เข้ามาปี ๒๕๖๖ เห็นผลการเลือกตั้งมาก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มีปัญหาที่ทำให้ พรรคการเมืองที่ได้เป็นที่ ๑ ไม่สามารถจะเป็นผู้นำรัฐบาลได้ ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ท่านไม่สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนที่ ๓๐ ได้ เนื่องจากว่ามีปัญหาของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านมา ๒ ท่าน ท่านเศรษฐา ทวีสิน แพทองธาร ชินวัตร ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านอีกทีหนึ่ง ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่หรือไม่ที่ทำให้องค์กรอิสระหรืออำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่าง ในประเทศไทยในนามของกฎหมายที่สูงสุดของประเทศ เราไม่ได้พูดถึงหลาย ๆ เรื่อง ท่านประธาน ผมเป็นคนทำงานชายแดน ณ ปัจจุบันนี้มาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับการตีความ ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำ MOU ที่เกี่ยวข้องกับประเทศ ไทยกับประเทศกัมพูชาที่เรามีปัญหากันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ สรุปว่าจะต้องให้รัฐบาลเป็นผู้เสนอ ในการยกเลิกตัว MOU หรือว่าจะต้องไปทำประชามติหรือว่าทางรัฐสภาของเรามีหน้าที่ ในการพิจารณาตรวจสอบ มาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญ ชัดเจนครับท่านประธานว่า การกระทำใด ๆ ก็ตามที่มีผลกระทบต่ออธิปไตยของประเทศไทย รัฐสภาเรามีอำนาจในการ ตรวจสอบ แต่สุดท้ายรัฐบาลของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ณ ปัจจุบันนี้ก็มีนโยบายออกมาบอก ว่าจะให้ทำประชามติในเรื่องการยกเลิก MOU กับประเทศกัมพูชา ปี ๒๕๔๓ และปี ๒๕๔๔ นี่ละครับคือปัญหาครับท่านประธาน ที่ทำให้พวกเรามานั่งกันอยู่ทุกวันนี้ วันนี้ทั้ง ๓ ฝ่าย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและรัฐสภา มาอยู่ด้วยกันในรัฐสภาของเราวันนี้ เพราะฉะนั้นผมคง จะต้องเห็นชอบในหลักการทั้ง ๓ ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทยและ พรรคภูมิใจไทย จริง ๆ แล้วเพราะว่ามีเจตจำนงร่วมกันครับท่านประธาน คือการสร้าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากประชาชน ถึงแม้ว่ากระบวนการหรือทางเดินที่เรียกว่า Process และเงื่อนไข Condition ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันของทั้ง ๓ พรรคการเมือง ๓ ร่าง ที่ออกมาให้กับพวกเรา แต่มีเจตจำนงร่วมกันคือการนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันเป็น ก้าวแรกครับท่านประธานของการคืนอำนาจให้กับพี่น้องประชาชน และผมหวังว่า เป็นพรรคฝ่ายค้านเป็นพรรคเดียวเป็นคนเดียวนี่ก็ไม่อยากเห็นการช่วงชิงอำนาจทางด้าน การเมืองในการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับออกมา แล้วบอกว่าใครจะสามารถเลือก สสร. เข้ามาได้ จริง ๆ แล้วเจตจำนงของรัฐธรรมนูญเราต้องให้พี่น้องประชาชนเป็นคนร่าง รัฐธรรมนูญ จริง ๆ มันต้องเป็นการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน แต่เพราะว่ารัฐธรรมนูญเรา มีปัญหา นั่นละองค์กรอิสระมีอำนาจมากเหลือเกิน วันนี้เราต้องมานั่งพูดคุยกันว่าจะเอา เงื่อนไขอะไร จะต้องนำกระบวนการไหน จะต้องนำ Process ไหน จะเอา สสร. มาอย่างไร เลือกมา ๓๐๐ คน พิจารณาในรัฐสภาเหลือ ๑๐๐ คน มีการแต่งตั้ง ๑๐๐ คนข้างนอก มีการเลือกตั้ง อะไรเยอะแยะมากมาย นั่นมันคือปัญหาพวกเรา เราจำเป็นครับท่านประธาน ต้องนำรัฐธรรมนูญที่ทำให้ประชาชนคืนอำนาจให้กับพวกเขา ผมอภิปรายครั้งนี้ไม่ใช่การ อภิปรายเพื่อจะเข้าข้างพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ผมเลือกครับ ผมเลือกพี่น้องประชาชน ที่ต้องการรัฐธรรมนูญที่พวกเขาจะต้องมีส่วนร่วมและร่างด้วยมือของพวกเขาเอง ต้องยอมรับ ครับท่านประธาน วิกฤติทางการเมืองในประเทศไทยจริง ๆ แล้วไม่ใช่ว่าประเทศไทยเรา ขาดรัฐธรรมนูญ ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ ปี ๒๔๗๕ เราไม่เคยขาดครับ เรามีตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงประชาธิปไตยเต็มใบ ครึ่งใบ กึ่งใบ หรือไม่เคยมีประชาธิปไตยเลย มีการฉีกรัฐธรรมนูญเราก็มีการร่างขึ้นมาใหม่ เราไม่ขาด รัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราขาดครับท่านประธาน เรื่องเดียวที่เราไม่มี เราขาดซึ่งความไว้วางใจ ในกติกา กติกาที่ผมพูดอยู่กติกากลางของชาติของเราที่เป็นสัญญาทางสังคมที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญของประเทศไทย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้ ที่เรากำลังมีใช้อยู่นี้คือกติกาของผู้มีอำนาจ ไม่ใช่กติกาทางสังคม เป็นกติกากลางของ ประเทศเรา กติกาของผู้มีอำนาจที่พยายามสืบทอดอำนาจให้กับพวกเขาในการเข้ามาสู่สภา ของพวกเราเหล่านี้ เราเห็นครับ ตอนที่ผมเข้ามาปี ๒๕๖๖ ยังมีการสืบทอดอำนาจอยู่ ยังมีเครื่องมืออยู่โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมเรียนไปแล้วในเรื่องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๖ ที่เกิดขึ้น มันน่าเศร้าจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมฝากไปถึงครับ ผมเชื่อมั่นว่า รัฐสภาของเราอย่างไรก็ตามเห็นชอบในหลักการ ๓ ร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด จะมีการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาเกิดขึ้น ผมต้องขอฝากไปถึง กรรมาธิการว่าต้องสร้างความมั่นใจว่าประชาธิปไตยต้องสร้างได้จริงและมีอยู่จริง ประชาชน ต้องมีความรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของไม่ใช่เพียงผู้ถูกปกครองภายใต้กติกาที่ไม่เคยสอบถาม ความเห็นแต่อย่างใด ดังนั้นผมขอเรียนฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการร่วมจัดตั้งขึ้น ในหลักการ ๓ เสาหลักทางสังคม และ ๔ แนวทางของการสร้างสัญญาทางสังคมใหม่ และอยู่ได้จริงแล้ว หลักการ ๓ เสาหลักทางสังคมนี้คือ ๑. ประชาธิปไตยที่มาจากประชาชน อย่างแท้จริง People Center Democracy ขอให้พี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลางจริง ๆ การเลือกผู้แทนที่จะมายกร่างรัฐธรรมนูญนั้นต้องมีประชาชนเป็นหลักทำให้ได้ อันนั้นคือ หลักแรก

หลักที่ ๒ ความเป็นธรรมทางสังคมและความเท่าเทียม Social Justice and Equality ขอให้มีเถอะความเท่าเทียมกัน ในรัฐธรรมนูญของประเทศไทยเรายังไม่มีการขจัด การเลือกปฏิบัติในรัฐธรรมนูญ ขอให้คณะกรรมาธิการร่วมทั้ง ๒ สภานี้มีการพิจารณาเลือก ในเรื่องเกี่ยวกับการขจัดการเลือกปฏิบัติเข้าไปอยู่ในตัวรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะมีขึ้น

หลักการสำคัญหลักสุดท้ายที่เป็นหลักฐานทางสังคมก็คือหลักการกระจาย อำนาจและการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน Decentralization and Participation คงจะเป็น ๓ หลักการนี้ที่จะฝากท่านประธานไปถึงกรรมาธิการที่จะมีการ จัดตั้งขึ้นแล้วนำไปใช้ และ ๔ แนวทางของการสร้างสัญญาทางสังคมใหม่และอยู่ได้จริง ที่ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของครับท่านประธาน แนวทางแรก เปิดโอกาสให้ทุกภูมิภาคและทุกกลุ่มมีส่วนร่วมได้จริง ๆ แนวทางที่ ๒ รับฟัง เสียงจากผู้ที่มักถูกละเลยจากกระบวนการทางด้านการเมือง พี่น้องชายขอบครับ ท่านประธาน ยังมีผู้พิการ ยังมีหลาย ๆ คนที่ไม่ได้เคยถูกเข้ามาร่วมในกระบวนการสร้าง การเมืองโดยเฉพาะการมีส่วนร่วมทางสังคมพวกเราในการสร้างกติกาสังคมของชาติ เป็นส่วนกลาง แนวทางที่ ๓ คุ้มครองสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ควรจะเป็น กระดูกสันหลังของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในประเทศไทยซึ่งเคยเห็นแต่ไม่เคยได้ยินและไม่เคย ได้ใช้ในประเทศไทยในการปรับใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แนวทางที่ ๔ สร้าง กลไกตรวจสอบและการสร้างความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างแท้จริง อย่าปล่อยปละละเลย อย่าทำให้เครื่องมือต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วทำให้การเมืองของไทย มันบิด ๆ เบี้ยว ๆ เพราะฉะนั้น ๓ หลักการนี้บวกกับ ๔ แนวทาง ขอฝากท่านประธาน ไปถึงกรรมาธิการร่วมที่จะมีการจัดตั้งขึ้นในระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา

สรุปครับท่านประธาน กรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นก็คงจะไม่ร่างรัฐธรรมนูญที่ทำ ให้ประชาชนรู้สึกถึงความอ้างว้าง โดดเดี่ยวและไม่มีส่วนร่วม ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความ เป็นเจ้าของของกติกากลางทางสังคมใหม่อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ประชาชนรู้สึกซาบซึ้งถึง อำนาจที่แท้จริงของพวกเราผ่านกฎหมายสูงสุดของประเทศที่เราเรียกว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตยของเราไม่ได้หมดสิ้นไปในวันที่ประชาชนเข้าไปเลือกตั้งในคูหา ประชาธิปไตยของเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้งหากประชาชนผู้มีอำนาจที่แท้จริงของ ประเทศรู้สึกว่าเขาเป็นเจ้าของของประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน