ชัชวาล เสนอแก้รัฐธรรมนูญทีละมาตรา หวังเพิ่มโปร่งใส-คุ้มครองสิทธิ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๒ · ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๘

ชัชวาล แพทยาไทย อภิปรายประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเป็นรากฐานของปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และความไม่เป็นธรรมในสังคม จึงเสนอให้แก้ไขทีละมาตราอย่างเร่งด่วนเพื่อตอบสนองต่อประชาชน โดยเน้นการคุ้มครองสิทธิทางธุรกิจ การกำหนดขั้นตอนการขับสมาชิกพรรคที่โปร่งใส การเปิดช่องให้ประชาชนกว่า 50,000 คนร่วมถอดถอนองค์กรอิสระได้ การให้สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงเพื่อป้องกันรัฐบาลเสียงข้างน้อย และการระบุให้คำสั่งของ คสช. ที่ขัดรัฐธรรมนูญเป็นโมฆะ เพื่อฟื้นฟูหลักนิติรัฐและประชาธิปไตย พร้อมย้ำว่าการแก้ไขเฉพาะประเด็นสำคัญ 5 ข้อนี้จะช่วยให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งจะช่วยรักษาศรัทธาของประชาชนต่อกระบวนการปฏิรูปการเมืองได้อย่างแท้จริง

นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพและสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตใช้เวลาของสภาแห่งนี้อภิปรายในประเด็น ที่สำคัญที่สุดอีก ๑ ประเด็นของประเทศ นั่นก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นที่เป็น รากฐานของปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และความไม่เป็นธรรมในสังคมไทยตลอดหลายปี ที่ผ่านมา ท่านประธานครับ วันนี้คนไทยทั้งประเทศตั้งคำถามว่าในเมื่อรัฐบาลมีเวลาเหลือ เพียงแค่ ๔ เดือน ก่อนครบกำหนดยุบสภา เหตุใดจึงไม่ใช้เวลานี้ในการแก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาความยากจน ปัญหาชายแดน หรือปัญหาเศรษฐกิจ แต่กลับเลือกที่จะใช้เวลานี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาที่คนไทยเผชิญทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา ความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ทางกฎหมาย ท้ายที่สุดต้นเหตุของทุกปัญหาอยู่ที่กติกา และกติกาที่สำคัญของบ้านเมืองนี้นั่น ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ไม่สมบูรณ์และมีปัญหาซ่อนอยู่หลายเรื่อง แต่จนถึงวันนี้ ครับยังไม่มีใครออกมาบอกกับประชาชนอย่างชัดเจนเลยครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรมุ่ง ไปในทิศทางใด เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและประชาชนได้ประโยชน์ อย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนคนไทยเกิดคำถามครับว่า จะแก้รัฐธรรมนูญไปทำไม จะแก้ตรงไหน และพวกเขาจะได้อะไรจากการแก้รัฐธรรมนูญ ครั้งนี้ คำถามเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่ไว้วางใจ ความเบื่อหน่ายของพี่น้องประชาชน ที่มีต่อการเมือง และเขาก็ไม่เข้าใจครับว่ารัฐสภาของเรากำลังทำอะไรอยู่ ผมเองและ พรรคไทยสร้างไทยเรามีข้อเสนอที่อาจจะเป็นทางออกที่เป็นรูปธรรมสามารถทำได้จริง ภายในอายุของสภาชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองต้องนำเรียนก่อนครับผมไม่ค่อย มั่นใจครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นไปด้วยความราบรื่น และทันในระยะเวลา เพียงแค่ ๔ เดือน ดังนั้นหากไม่สามารถบรรจุเนื้อหาที่ผมจะอธิบายเข้าไปในร่างหลักได้ ผมอยากใคร่ขอให้มีการพิจารณาอีก ๑ แนวทางครับ นั่นก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รายมาตรา ที่ไม่ต้องรอทั้งฉบับครับ ไม่ต้องรอตั้งสภาร่างใหม่แต่ตอบโจทย์ประชาชนได้ทันที โดยมีทั้งหมด ๕ ข้อหลักดังนี้ครับ

ข้อที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมและพรรคไทยสร้างไทยขอเสนอให้บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนเลยครับว่า กฎหมายใดหรือขั้นตอนในการอนุญาตใด ๆ ที่เป็น อุปสรรคต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน หรือขัดขวางการแข่งขันทางธุรกิจถือว่า เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะว่าวันนี้ครับกฎหมายจำนวนมากกลายเป็นเครื่องมือผูกขาด ของกลุ่มทุนใหญ่ ทำให้ธุรกิจรายเล็ก ๆ ประชาชนทั่วไปไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ข้อดีของ การแก้ไขรายมาตราข้อนี้จะทำให้กฎหมายทุกฉบับที่มีอยู่แล้วและที่จะออกใหม่ในอนาคต ต้องผ่านการตรวจสอบว่าเป็นธรรมกับประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่ก็ถือว่าขัดรัฐธรรมนูญโดย อัตโนมัติครับ นี่คือการคืนสิทธิในการทำมาหากินประกอบธุรกิจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน

ประเด็นที่ ๒ เราขอเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยระบุว่าการขับสมาชิก ออกจากพรรคนี่ต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของกรรมการบริหารพรรค และถือเป็นการสิ้นสุดสภาพของสมาชิกผู้นั้นทั้งในสมาชิกพรรคและสมาชิกรัฐสภา นี่เป็น การสร้างหลักประกันว่าพรรคการเมืองจะไม่ถูกครอบงำโดยคนไม่กี่คน และป้องกันไม่ให้เกิด ผลการต่อรองผลประโยชน์เพื่อแลกตำแหน่งทางการเมือง เมื่อมติของพรรคต้องมาจาก เสียงส่วนใหญ่ของกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกภายในพรรคก็จะทำให้ระบบ พรรคการเมืองเข้มแข็งขึ้น

ประเด็นที่ ๓ เราขอเสนอให้การตรวจสอบองค์กรอิสระ สามารถกระทำได้ โดยพี่น้องประชาชนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ คน เข้าชื่อยื่นถอดถอนบุคคลในองค์กรอิสระได้ โดยผ่านกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรยื่นผ่านท่านประธาน ก็ดีก็คือหน่วยงานเหล่านี้จะ ไม่สามารถตรวจสอบกันเองได้อีกต่อไปครับ แต่จะต้องยึดโยงกับประชาชนถือเป็นการสร้าง ความโปร่งใสที่แท้จริงในระบอบประชาธิปไตยและเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร อิสระมากขึ้น เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง สตง. หรือ ป.ป.ช. ที่มีอำนาจ สูงมากในทางการเมือง แต่ประชาชนกลับไม่มีช่องทางในการตรวจสอบโดยตรงจนทำให้ ภาพลักษณ์ขององค์กรเหล่านี้ถูกมองเป็นภาพลบ

ประเด็นที่ ๔ คือเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีที่มา จาก สส. ที่มีอยู่ในสภาได้โดยตรง ข้อดีก็คือจะไม่มีรัฐบาลเสียงข้างน้อยครับ ไม่มีการต่อรอง ข้ามพรรคเพื่อตั้งนายกรัฐมนตรี และที่สำคัญครับ เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศเกิดทางตันด้วย กรณีแบบนี้อีก

และประเด็นสุดท้าย เราขอเสนอให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเลยว่าคำสั่งหรือ ประกาศของ คสช. ใด ๆ ที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญให้ถือเป็นโมฆะ เพราะหากเราต้องการฟื้นฟู หลักนิติรัฐอย่างแท้จริง เราต้องกล้าที่จะทบทวนและกล้าล้างผลพวงของอำนาจนอกระบบ ทั้งหมด เพื่อให้โครงสร้างของประชาธิปไตยกลับมายืนอยู่บนหลักนิติธรรม ซึ่งจะทำให้ ประโยชน์เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอย้ำอีกครั้งว่าใน ๕ ข้อเสนอนี้ บางท่าน อาจจะมองว่าเป็นเรื่องที่ควรนำไปพูดในชั้นกรรมาธิการ แต่ในเมื่อร่างหลักไม่มีเรื่องเหล่านี้ ตั้งแต่ต้น การจะเพิ่มเติมหรือเสนอเข้าไปภายหลังเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก หากสภาเปิดใจ พิจารณาแนวทางที่ผมได้เสนอนี้จะสามารถดำเนินการได้จริง ซึ่งผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศจะไม่ตั้งคำถามกับนักการเมืองอย่างพวกเราว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำกันทำไม และผมเชื่อว่าเขาจะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่าที่เป็นอยู่ครับ และท้ายที่สุด หากกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ทันเวลา เกิดเหตุการณ์ยุบสภาก่อน ประชาชนจะย้อนกลับมาถามพวกเราครับ ในเมื่อเรารู้แล้วว่าแก้ไม่ทัน ทำไมไม่ใช้เวลาไป แก้ปัญหาที่สำคัญก่อน แล้วสุดท้ายเราก็ต้องมาใช้กติกาเดิมในการเลือกตั้ง คำถามนี้ละครับ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยหมดศรัทธาต่อการแก้รัฐธรรมนูญครั้งต่อไปนี้ ดังนั้น พวกเราเห็นควรว่าควรแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เฉพาะ ๕ ข้อ แบบรายมาตรา ไม่ต้องยืดเยื้อครับ ไม่ต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ เพราะเป็นการแก้ที่ทำได้จริงภายในระยะเวลาอันสั้น และเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทันที ท้ายที่สุดครับ เสียงของผมและพรรคไทยสร้างไทยเรา อาจจะดังไม่พอ แต่ขอยืนยันว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันคือเรื่อง ของสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน และพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่อยากเห็นประเทศเดินไป ข้างหน้า และเมื่อวันนั้นมาถึงประชาชนจะเห็นว่าพวกเรามีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพวกเขา ทำให้เขามีศักดิ์ศรี มีสิทธิ มีเสียงและมีโอกาสในชีวิตมากขึ้นผ่านรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นี้ ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ