เชตวัน เตือประโคน อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญโดยตั้งข้อสังเกตต่อที่มาและสาระของมาตรา 279 บทเฉพาะกาลที่รับรองการกระทำของ คสช. พร้อมวิพากษ์รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ผูกพันชีวิตประชาชนมานานกว่า 8 ปี ทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลพลเรือนำการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพื่อเปิดทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างฉบับใหม่ และผลักดันการปฏิรูปด้วยวิสัยทัศน์ประชาธิปไตยแทนกระบวนการที่ขาดความโปร่งใสในอดีต
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เชตวัน เตือประโคน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอร่วมอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ในวันนี้ ท่านประธานครับ ผมขอเริ่มต้น การอภิปรายด้วยคำถามที่อาจารย์ท่านหนึ่งถามในการอบรมหลักสูตรที่ท่านประธานรัฐสภา เซ็นอนุมัติให้ผมไปเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรบริหารขั้นสูง การบริหารงานภาครัฐและ กฎหมายมหาชน อาจารย์ถามว่าถ้าเปิดอ่านรัฐธรรมนูญเราควรที่จะไปดูหมวดใด ไปดูมาตราใด ก่อนเป็นลำดับแรก หลายคนก็ตอบมาเยอะแยะมากมายหลายคำตอบ แต่อาจารย์ท่าน ก็เฉลยมาว่ามาตราแรกที่เราควรจะไปดู หมวดแรกที่เราควรจะไปดูคือบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๙ ที่สรุปสั้น ๆ ได้ว่าการกระทำใดของ คสช. ถูกทั้งหมด นี่คือตลกร้ายนะครับ และไม่น่าเชื่อว่าจากวันนั้นจนวันนี้พี่น้องประชาชนคนไทยใช้ชีวิตอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาแล้วกว่า ๘ ปี ทั้ง ๆ ที่เราก็รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ปัญหาข้อที่ ๑ ร่างโดยกระบวนการที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมได้เลย ปัญหาข้อที่ ๒ ทางด้านซ้ายมือ ร่างโดยฝ่ายรัฐประหาร คือ คสช. จิ้มมา เชิญมา ซึ่งครั้งแรกร่างแล้วไม่พอใจ เขาอยากอยู่ยาวก็ต้องไปหาผู้ร่างคนใหม่ให้มาทำงานให้ได้อย่างที่ต้องการ ข้อที่ ๓ ร่างโดยที่ มีเนื้อหาวางกลไกในการสืบทอดอำนาจอย่างหน้าไม่อาย อย่างที่มีคนเคยพูดออกมาว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ Design มาเพื่อพวกเรา นี่คือ ๘ ปี สำหรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แต่ถ้ามอง ไปไกลกว่านั้นนับถอยหลังไปอีกตัวเลขที่เราจะได้คือกว่า ๑๑ ปีของรัฐประหาร พฤษภาคม ๒๕๕๗ มองไปไกลกว่านั้น ถอยกลับไปอีกตัวเลขที่เราจะได้คือกว่า ๑๙ ปีของรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เกือบ ๒ ทศวรรษที่เราอยู่ในวังวนความขัดแย้งที่ไม่จบไม่สิ้นนี้ รัฐธรรมนูญที่ควรจะเป็นเจตจำนงของประชาชน เป็นเครื่องมือในการอยู่ร่วมกันของ ประชาชนกลับถูกใช้เพื่อความได้เปรียบทางการเมืองสำหรับฝ่ายตน และถูกใช้เพื่อทำลาย ฝ่ายตรงข้าม ทำลายกันและกันอย่างที่เราทุกคนได้เห็น มีพี่น้องประชาชนต้องติดคุก ติดตาราง มีพรรคการเมืองถูกยุบ มีนักการเมืองถูกตัดสิทธิ บางคน ๑๐ ปี บางคนตลอดชีวิต เกือบ ๒ ทศวรรษ ประเทศอื่นเขาไปถึงไหนต่อไหนแล้วเรายังอยู่ในวังวนนี้ และนี่คือเหตุผล ที่เราจะต้องมาร่วมกัน มาพูดคุยกัน เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ท่านประธานครับ ในการอยู่ร่วมกันของคนตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป มันจะมีสิ่งที่เรียกว่า Power Relation หรือ การใช้อำนาจระหว่างกัน ดังนั้นจะอยู่ด้วยกันได้มันก็ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน และรัฐธรรมนูญ นี่ละที่เป็นข้อตกลงในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม นี่คือสถานะของรัฐธรรมนูญที่เราร่ำเราเรียนมา ในฐานะที่เป็นกฎหมายสูงสุด ในฐานะที่ กำหนดสิทธิเสรีภาพให้แก่ประชาชน ในฐานะที่จัดตั้งสถาบันทางการเมืองที่สำคัญต่าง ๆ ในฐานะที่ควบคุมการใช้อำนาจรัฐและองค์กรอื่น ๆ ในรัฐ ถามว่าถ้าต้องการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับควรต้องเป็นอำนาจของใครครับ ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจสูงสุดใช่หรือไม่ ดังนั้นวันนี้เราจะมาร่วมกันแก้ไขวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดประตูไปสู่การมีสมาชิก รัฐสภา หรือ สสร. ที่ประชาชนเขาจะได้เข้ามามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ แต่พูดอย่าง ถูกต้องที่สุดนะครับ พูดอย่างถูกต้องที่สุดด้วยเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือว่าศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจมากำหนดวิธีการที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แบบที่พวกเราพยายามจะทำ ตามที่ศาลสั่งกันอยู่นี้นะครับ เพราะศักดิ์อำนาจไม่เท่ากัน ศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นองค์กรตาม รัฐธรรมนูญ กำเนิดเกิดมาจากรัฐธรรมนูญ และใช้อำนาจที่ได้รับมาจากรัฐธรรมนูญ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าจะมาสั่งประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ถ้าเป็นอย่างนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็เหนือกว่ารัฐธรรมนูญสิครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ ศาลรัฐธรรมนูญก็เป็นอำนาจอธิปไตยเสียเองสิครับ มันไม่น่าจะใช่อย่างนั้น อย่างไรก็ตาม ท่านประธานนี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เราก็ต้องพยายามร่วมกันทำในวันนี้เพื่อให้มันพอไป กันได้ เพื่อที่จะเปลี่ยนผ่านก้าวแรกให้ได้ เพื่อที่จะไขกุญแจดอกแรกไปสู่ประตูบานต่อ ๆ ไป ที่น่าจะเข้ารูปเข้ารอยกว่านี้ ท่านประธานครับ นับตั้งแต่เป็นประชาธิปไตยประเทศไทย มีรัฐธรรมนูญอยู่ ๓ ฉบับที่จัดทำโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีเนื้อหาและ มีเป้าหมายที่เป็นประชาธิปไตย ขอสไลด์ครับ ๑. รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๔๘๙ ร่างขึ้น หลังเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ ๒ ในช่วงรัฐบาลพลเรือนที่มี ปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรี ๒. รัฐธรรมนูญ ๒๕๑๗ ร่างขึ้นหลังเหตุการณ์กระบวนการประชาชน ได้รับชัยชนะใน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ หรือวันนี้เมื่อ ๕๒ ปีที่แล้วในช่วงรัฐบาลพลเรือนเช่นกัน ครับ ท่านสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และร่างฉบับที่ ๓ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ร่างขึ้นหลังเหตุการณ์กระบวนการประชาชนได้รับชัยชนะในพฤษภาคม ๒๕๓๕ ในช่วง รัฐบาลพลเรือน บรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสดีที่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เป็นช่วงรัฐบาลพลเรือนด้วยนะครับ จะได้จารึกชื่อไว้ใน ประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้นำในการร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนที่มีเนื้อหา ที่มีเป้าหมายที่เป็นประชาธิปไตยครับ ผมลองเปรียบเทียบชื่อของท่านนายกรัฐมนตรีทั้ง ๓ ท่านที่มีบทบาทสำคัญในการร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ กับชื่อของท่านอนุทิน นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันนะครับ คุณอนุทินจะทำให้ประชาชนปรีดีปรีเปรมด้วยการ ไขกุญแจเพื่อเปิดประตูไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ สัญญา คุณอนุทินจะพา ประชาชนเดินไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามสัญญาได้หรือไม่ บรรหารคุณอนุทิน จะบรรหารประเทศหรือบริหารประเทศให้เรามีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ อย่าให้ ประชาชนไม่ปรีดีครับ อย่าต้องกลายเป็นคนผิดสัญญา และอย่าให้ต้องถูกตราหน้าว่าบริหาร ประเทศไม่จำเป็น เพราะไม่อย่างนั้นครับ อนุทินที่แปลว่าบันทึกเรื่องราว ก็จะเป็นการบันทึก เรื่องราวที่เป็นความด่างพร้อยในชีวิตของท่าน ท่านประธานครับ วันนี้ผมหวังว่าพวกเรา สมาชิกรัฐสภาจะร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดประตูไปสู่การมีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการจัดทำ บันทึกไว้ในอนุทินนี้ครับ ขอบคุณครับ