ณัฐวุฒิ อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ยืนยันอำนาจประชาชนและคัดค้านการตีความที่ขัดขวาง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม สรุปประเด็นอภิปราย ๓ ส่วน ได้แก่ การเสนอให้กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้มาจากการเลือกตั้งหรือการพิจารณาของรัฐสภา ความเห็นของกรรมาธิการที่ต้องการหลักประกันความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชนและราชการ และข้อสงวนความเห็นเรื่องการดำรงอยู่ของที่ปรึกษากรรมาธิการ ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายเรื่องการลงมติไม่เห็นด้วยในการเพิ่มมาตรา ๒๕๖/๑ และชี้แจงหลักการของกรรมาธิการว่าเชื่อมั่นในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญโดยอาจไม่ต้องระบุคุณสมบัติผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านไว้ในมาตรานี้ ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือกรณีพิจารณาคุณสมบัติตามร่างมาตรา ๒๕๖/๓ และเสนอให้เปิดกว้างให้ผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมแสดงความกังวลต่อความพร้อมของข้อมูลวิจัยจากสถาบันพระปกเกล้า ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายประเด็นการร่างรัฐธรรมนูญโดยเน้นย้ำว่าอำนาจต้องมาจากประชาชนและเสนอให้ยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเพื่อเร่งกระบวนการ โดยชี้ว่าการเลือกตั้งผู้ร่างก่อนรัฐสภาเลือกซ้ำซ้อน เสี่ยงต่อการตีความผิดกฎหมายและทำให้ล่าช้า พร้อมยืนยันว่ามาตรา ๒๕๖/๒ ที่มีอยู่สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน ณัฐวุฒิ บัวประทุม ให้ความเห็นต่อร่างกฎหมายว่าให้ กกต. ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครและเปิดเผยบัญชีรายชื่อต่อประชาชน พร้อมยืนยันความเชื่อมั่นในบทบาทของ กกต. และคัดค้านการตีความที่อาจขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงไม่เห็นด้วยกับการใส่ถ้อยคำเรื่องความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในมาตรานี้ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ยืนยันว่าประเด็นอื่นไม่กระทบต่อร่างกฎหมาย จึงยืนตามรายงานของกรรมาธิการเสียงข้างมากและไม่เห็นด้วยกับข้อสงวน

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก ทั้ง ๗ ท่าน ที่ได้มีการตั้งข้อสงวน มีการแปรญัตติ แล้วก็มีการอภิปรายเพิ่มเติมในประเด็น ต่าง ๆ ผมขออนุญาตสรุปว่าสิ่งที่ท่านมีการอภิปรายนั้นแบ่งออกเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน

ส่วนที่ ๑ ก็คือมีกรรมาธิการ แล้วก็ที่สงวนไว้ แล้วก็เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ จากพรรคประชาชนที่ตั้งประเด็นในลักษณะการขอให้พิจารณาการกลับคืนสู่ร่างเดิม ซึ่งร่างเดิมในส่วนของมาตรา ๒๕๖/๒ นั้นคือการได้มาซึ่งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ขอให้เป็นการได้มาจากการเลือกตั้ง แม้กระทั่งอาจจะมีการเรียกว่าการเลือกตั้งทางอ้อม แต่คือการเลือกตั้งบุคคลจำนวนหนึ่งขึ้นมาก่อนแล้วให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณาอีกส่วนหนึ่งครับ

กรรมาธิการที่สงวนความเห็นในส่วนที่ ๒ ก็คือกรรมาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยหลายท่านครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านก่อแก้ว ท่านเอกพร ท่านจาตุรนต์ ที่มีการสงวนความเห็นว่าในกรณีที่จะพิจารณาบุคคลที่จะมาทำหน้าที่ เป็นกรรมาธิการร่าง อย่างน้อยที่สุดควรจะมีหลักประกันเรื่องของความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายมหาชน ความเชี่ยวชาญในด้านของการปฏิบัติราชการต่าง ๆ ซึ่งห่วงกังวลว่าในกรณีที่ไม่เขียนระบุไว้ในตอนนี้นั้น หากมีการพิจารณาคุณสมบัติ ตามมาตรา ๒๕๖/๓ นั้น อาจจะไม่ได้มาซึ่งบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในบางประการที่จะ ส่งผลต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประเด็นนี้เองทางเราก็ตระหนักแล้วก็มีความเห็น ที่คล้อยตามในบางส่วน แต่ว่าก็จะเป็นการพิจารณาในมาตราถัด ๆ ไปครับ

อีกส่วนหนึ่งที่กรรมาธิการสงวนความเห็นไว้นะครับ โดยเฉพาะในส่วนของ ท่านรัชนีกร ก็คือการสงวนความเห็นเรื่องของการดำรงอยู่ ซึ่งกลุ่มที่เรียกว่าที่ปรึกษา ของกรรมาธิการในการร่างรัฐธรรมนูญ

ผมขออนุญาตตอบประเด็นที่ ๓ ก่อนนะครับ เนื่องจากว่าเราได้มีการลงมติ ในมาตรา ๒๕๖/๑ แล้วเราได้มีการลงมติที่ไม่เห็นด้วยในการเพิ่มมาตรา ๒๕๖/๑/๑ และมาตรา ๒๕๖/๑/๒ ไปแล้ว ฉะนั้นเรื่องที่มา ถึงแม้อาจจะมีรายละเอียดในบางประการ เรื่องจำนวนการรับรอง และกระบวนการในการเลือกนั้น แต่กรรมาธิการคงไม่อาจที่จะ เห็นด้วยกับข้อสงวนของท่านรัชนีกรได้ครับ

ส่วนอีก ๒ ประเด็นที่เป็นข้อสงวนของเพื่อนสมาชิกก่อนหน้านี้ ผมก็ต้อง นำเรียนว่าหลักคิดของกรรมาธิการในการพิจารณาคือกรรมาธิการยังเชื่อมั่นว่าในท้ายที่สุด แม้กระบวนการในการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าจะออกมาเป็นบทบัญญัติรายมาตราดังที่ปรากฏ ในการร่างอยู่นั้น อาจจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญในแง่ของการพิจารณาด้านกฎหมายมหาชน ด้านการบริหารราชการแผ่นดินต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมจริงครับ แต่เรามองว่าในส่วนของ ผู้ที่จะคงหลักการพื้นฐานต่าง ๆ นั้น อาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องได้บุคคลดังกล่าวทั้งหมด เพราะเราเชื่อมั่นว่าฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมาธิการในการร่าง ซึ่งก็คงต้องพิจารณาว่า เป็นหน่วยงานใดในอนาคต ซึ่งมีแนวโน้มที่อาจจะเป็นบุคลากรของรัฐสภานั้น และบุคลากร ของกฤษฎีกาที่มาช่วยเราในการพิจารณาครั้งนี้ อาจจะเข้าไปมีส่วนช่วยในการดำเนินการ ครั้งหน้า ซึ่งสามารถมีได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใส่คุณสมบัติมาในมาตรานี้เป็นการเฉพาะ

อีกทั้งกรณีมาตรา ๒๕๖/๓ ที่จะมีการพิจารณาต่อไป ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็พูดถึงว่ามีการเปิดกว้างเรื่องของคุณสมบัติในระดับหนึ่ง เช่น บุคคลที่มี ความเชี่ยวชาญในการบริหารราชการ คนที่เคยเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย คนที่เคยเป็น ในส่วนของคนที่ทำงานวิจัยด้านที่เกี่ยวข้อง อย่างที่ท่านทวี สอดส่อง พูดเมื่อเช้าว่าขณะนี้ สถาบันพระปกเกล้าเองก็มีงานวิจัยออกมา ถ้าเพื่อนสมาชิกมีเวลาลองไปดูอย่างที่ ท่านประธานแนะนำนะครับ ผมเองอยากได้กล่องนั้นนะครับท่านประธาน กล่องที่รวบรวม เรื่องของการศึกษาวิจัยของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นกล่องใหญ่ครับ แต่เขาบอกว่า เขาเตรียมมาน้อย เขายังไม่สามารถที่จะให้ผมได้ อันนี้ก็ต้องฝากท่านประธาน ซึ่งถ้าเป็น มาตรา ๒๕๖/๓ ที่เรากำลังจะพิจารณาคุณสมบัติต่อไป เราเชื่อว่าเปิดกว้างมากพอ และเชื่อว่าในท้ายที่สุดกรณีของบุคคลที่จะเลือกบุคคลดังกล่าวนั้น หากพิจารณา มาตรา ๒๕๖/๕ ตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็มั่นใจในกรณีของ ๒๐ คน ที่จะมี การเข้าชื่อว่าท่านจะเลือกคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่เขาจะเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ฉะนั้นประเด็นนี้กรรมาธิการไม่เห็นด้วยครับ

ประเด็นสุดท้าย ก็คือประเด็นที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชน ท่านสหัสวัต ท่านธิษะณา ชุณหะวัณ ได้พูดถึง เรื่องของการยึดโยงต่อเรื่องของการเลือกตั้ง บุคคลที่จะ เข้ามาทำหน้าที่ในการร่างอีกครั้งหนึ่ง ผมตระหนักดีครับ และยอมรับว่าอำนาจสถาปนา รัฐธรรมนูญนั้นต้องปักหมุดให้ชัดว่าเป็นอำนาจของประชาชน ผมตระหนักดีครับว่าอำนาจ ในการจัดทำรัฐธรรมนูญที่พี่น้องประชาชนมอบให้มานั้น รัฐสภาย่อมมีส่วนร่วม แต่เมื่อ พิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราจะทำให้การแก้ไขครั้งนี้ผ่านไปโดยไม่มีมิติเรื่องของ การตีความ เรื่องของการทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาถูกทอดยาวออกไปโดยไม่จำเป็น ก็จำเป็นต้องอิงคำวินิจฉัย ที่ ๑๘/๒๖๘ ของศาลรัฐธรรมนูญ และเราไม่ได้อิงเฉพาะคำวินิจฉัย นี้นะครับ เราดูคำวินิจฉัยส่วนตน และดูแนวทางคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ในอดีต ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในปี ๒๕๕๕ หรือในปี ๒๕๖๔ เราเห็นว่าหากจะให้มีการระบุให้มี การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งบุคคลเข้ามาก่อนแล้วรัฐสภาเป็นคนเลือกอีกครั้งหนึ่งนั้น สุ่มเสี่ยงครับ สุ่มเสี่ยงทั้งในแง่ของการที่มีคูหาเลือกตั้ง อาจถูกเข้าข่ายเป็นการตีความว่า เราให้มีการเลือกตั้งผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงหรือไม่ และสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ทำให้ กระบวนการในการแก้ไขครั้งนี้ล่าช้ายิ่งขึ้น อีกทั้งเรามั่นใจครับว่าแม้จะไม่ใช้กระบวนการดังกล่าว แต่มาตรา ๒๕๖/๒ ณ ขณะนี้ ที่กรรมาธิการพิจารณาไป ที่มีอยู่สี่วรรคนั้น สามารถที่จะตอบโจทย์เพื่อนสมาชิกทุกคนครับ มาตรา ๒๕๖/๒

ในวรรคหนึ่งนั้น พูดเรื่องของที่มาที่ไปว่าบุคคลที่จะเข้ามาเป็นผู้สมัคร รับการคัดเลือกเป็นกรรมาธิการร่างนั้น ท่านต้องมาพร้อมกับรายชื่อของบุคคลที่ให้ การสนับสนุน ท่านต้องมาพร้อมกับหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งจะมีกระบวนการในการตรวจ อย่างที่ บางท่านกังวลว่ากระบวนการตรวจจะหลุดรอดไปหรือไม่ ผมเชื่อมั่นว่าไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว และท่านต้องมาพร้อมกับวิสัยทัศน์ในการร่างรัฐธรรมนูญ นี่คือวรรคหนึ่งครับ

วรรคสอง ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากพิจารณาออกมานั้น ก็คือว่าให้อำนาจ คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้าม ซึ่งผมเชื่อมั่น ในระดับหนึ่งนะครับ แม้อาจจะยังมีข้อติดขัดในบางครั้งของการทำหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง แต่ในฐานะที่เห็นบทบาทบางส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อการตรวจสอบ คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้ที่สมัคร เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้บริหาร และสมาชิกขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ผมเชื่อมั่นว่าเขาเองก็สามารถดำเนินการ ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามได้อย่างเพียงพอ และสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ของกรรมาธิการที่กำลังพิจารณาอยู่

วรรคสาม พูดถึงเรื่องบัญชีรายชื่อว่าเมื่อบัญชีรายชื่อดังกล่าวนั้นถูกส่งมาที่ รัฐสภาแล้ว เป็นอำนาจของท่านประธานรัฐสภาที่จะต้องออกระเบียบและให้มีการเปิดเผย บุคคลดังกล่าวเหล่านั้นต่อพี่น้องประชาชน ให้มาแสดงความคิดเห็นว่าบุคคลท่านนั้นที่สมัคร เข้ามาเหมาะหรือไม่เหมาะ มีเงื่อนไขติดขัดใด ๆ ในการจะมาเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่

ส่วนวรรคสี่นั้น เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องเท่านั้นว่าในกรณีแบบใบสมัคร ต่าง ๆ นั้นขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้กำหนดครับ

ฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมได้นำเรียนต่อที่ประชุมนะครับ

๑. คือเราระมัดระวังและเราหลีกเลี่ยงมากที่สุดที่อาจจะนำไปสู่การตีความ ใด ๆ ต่าง ๆ ที่ทำให้การปลดล็อกการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ไม่สำเร็จ ฉะนั้นประเด็นเรื่อง การกลับคืนไปสู่ระบบการคัดเลือกบุคคลเข้ามา เบื้องต้นนั้นทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่เห็นด้วย

๒. ก็คือกรณีของความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เราเห็นชอบกับสิ่งที่ท่านเสนอว่า มีเหตุผลในระดับหนึ่ง แต่เราไม่อาจเห็นด้วยกับการใส่ถ้อยคำดังกล่าวมาในมาตรานี้ได้ และเราเชื่อมั่นว่าเมื่อพิจารณาในมาตราถัด ๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๒๕๖/๕ บุคลากรตามความเชี่ยวชาญต่าง ๆ ที่ท่านพูดถึงนั้นก็จะถูกพิจารณาในมาตราถัด ๆ ไป และเชื่อมั่นในผู้ที่คัดเลือกบุคคลดังกล่าวมา

ส่วนประเด็นที่เหลือเป็นประเด็นปลีกย่อย ที่ผมคิดว่าในท้ายที่สุดนั้นไม่ส่ง ผลกระทบต่อมาตราที่เรากำลังเดินหน้าอยู่ครับ ด้วยเหตุด้วยผลทั้งหมด ทางกรรมาธิการ เสียงข้างมากขอยืนตามร่างที่ปรากฏในรายงาน แล้วก็ไม่อาจเห็นด้วยกับข้อสงวนของ เพื่อนสมาชิกได้ครับ กราบขอบคุณครับ