รัชนีกร เสนอเกณฑ์เลือกที่ปรึกษาฯ เน้นผู้เชี่ยวชาญอิสระ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๘

รัชนีกร ทองทิพย์ เสนอข้อสงวนความเห็นเกี่ยวกับการคัดเลือกที่ปรึกษากรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้ลดจำนวนผู้รับรองจาก 100 คนเหลือ 3 คน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองได้มีส่วนร่วม และชี้ให้เห็นความยุ่งยากในการหาผู้รับรองจำนวนมาก

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดพังงา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา และในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ในมาตรา ๒๕๖/๒ ดิฉันได้สงวนความเห็น ไว้ว่าให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการคัดเลือกบุคคลเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๖/๑ โดยให้บุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๒๕๖/๓ และมาตรา ๒๕๖/๔ และมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งรับรองจำนวนไม่น้อยกว่า ๓ คน ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ แจ้งความประสงค์ในการสมัครรับคัดเลือกต่อประธานรัฐสภา ทั้งนี้ ตามระเบียบที่ประธาน รัฐสภาประกาศกำหนด โดยประกาศดังกล่าวให้ประกาศในวันเดียวกับวันที่ประธานรัฐสภา ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๕๖/๑ มาตรา ๒๕๖/๒ วรรคสาม โดยต้องกำหนดระยะเวลาการได้มาซึ่งบัญชีรายชื่อผู้สมัคร รับคัดเลือกก่อนวันที่รัฐสภาจะดำเนินการเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ที่เคารพคะ สิ่งที่ดิฉันต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมากก็คือ ๑. คุณสมบัติเหล่านี้ดิฉันขอให้ เป็นคุณสมบัติของที่ปรึกษา เนื่องด้วยจากที่อภิปรายไปแล้วในมาตราก่อนหน้าในเรื่องของ ความรับผิด รับชอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นผู้แทนปวงชน ชาวไทย อีกประการหนึ่งก็คือในเรื่องของผู้รับรอง กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นว่าต้องมี ผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ส่วนนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นสิ่งที่เป็นภาระยุ่งยากเกินความจำเป็น และจะทำให้ ๑๐๐ คนนั้นที่จะมาเป็นผู้รับรองจำกัดการได้มาซึ่งบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถที่จะมาช่วยกันแก้หรือว่าในการร่างรัฐธรรมนูญ เหมือนที่ได้นำเรียนว่าบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หรือการใช้ รัฐธรรมนูญ ไม่ว่าทางกฎหมายหรือว่าทางการใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาคประชาชน ผู้รับรอง ๑๐๐ คน ไม่น้อยนะคะ กับผู้เชี่ยวชาญที่มาจากประชาชนที่อิสระที่ไม่ได้อิงกับ พรรคการเมือง ถามว่า ๑๐๐ คนของผู้รับรองเขาต้องใช้เวลาเยอะมาก แล้วจะเอามาจากไหน ๓ คนก็พอแล้วค่ะ ดิฉันขอเทียบเคียงกับผู้รับรองของผู้สมัคร สว. ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ได้รับเลือกกันมาในปัจจุบัน ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่าง ในการเป็นผู้รับรองหรือว่าพยาน ของผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา หากผู้รับรองให้ข้อมูลเท็จในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ก็จะมีโทษ ตามกฎหมายอาญาและกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน ๑ ปี และ/หรือปรับ ไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท และหากศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๕ ปี ตาม พ.ร.ป. ว่าด้วย การได้มาซึ่ง สว. มาตรา ๗๕ และหากเป็นการให้ข้อมูลเท็จต่อเจ้าหน้าที่ กกต. หรือเจ้าพนักงานโทษก็หนักมากขึ้น อาจจะเป็นต้องโทษจำคุก ๗-๑๐ ปี และเพิกถอน สิทธิเลือกตั้ง ๒๐ ปี ท่านเอา ๑๐๐ คน มารับรองผู้สมัคร เอาจริง ๆ คือผู้ที่เข้ามาสมัคร จะต้องมีทั้งคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม คุณสมบัติตัวอย่างที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้พูดถึง ที่สำคัญ ๆ ที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องการรับรองก็คือมีทั้งเรื่องของการเคยเป็นผู้สอน วิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือเป็น หรือเคยเป็นผู้วิจัยที่มีรายชื่อในโครงการวิจัยของหน่วยงานในระบบวิจัยและนวัตกรรมและมี ผลงานเป็นที่ประจักษ์ ใช้คำว่า ผลงานเป็นที่ประจักษ์ หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพที่มีกฎหมาย รับรองการประกอบวิชาชีพมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารระดับสูง ของบริษัทมหาชนจำกัดมาแล้วไม่น้อยกว่า ๕ ปี ซึ่งการพิจารณาคุณสมบัติต่าง ๆ ดิฉันถามว่า ถ้าจะเอาคน ๑๐๐ คน แล้วให้มารับรองคนคนเดียว ถ้าคนคนนั้นเป็นผู้อิสระจริง ตามเจตนารมณ์ของการได้มาซึ่งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้างว่าจะไม่อิงกับ พรรคการเมือง จะไม่มีสายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ดิฉันเชื่อว่าเป็นไปได้ยากมาก เอาความจริงมาพูดกันค่ะ ๑๐๐ คนจะเอามาจากไหนกับคนอิสระ มาดูถึงลักษณะต้องห้าม อีกนะคะ ที่ไม่ใช่แค่คุณสมบัติที่มี ลักษณะต้องห้ามที่กำหนดไว้ก็มีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ เคยต้องโทษต่าง ๆ ถามว่า ๑๐๐ คน ที่จะเอาเข้ามารับรองผู้สมัคร ๑๐๐ คนนั้นจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่าคนเหล่านั้นไม่เคยมีลักษณะต้องห้าม ตัวอย่างเช่น เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุด ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุด ให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม นี่แค่ตัวอย่างนะคะ ดิฉันถามว่าประชาชน ๑๐๐ คน ที่จะมารับรองบุคคลที่มีความรู้ความสามารถที่ท่านทั้งหลาย ณ วันนี้ตั้งใจให้เป็นผู้ที่ เป็นอิสระจากพรรคการเมือง อิสระจากการครอบงำ อิสระจากการแทรกแซง เป็นไปได้ หรือคะ ท่านลองคิดคำนวณดูในใจก็ได้ค่ะ ถึงแม้วันนี้ดิฉันจะสงวนความเห็นไว้เยอะแยะ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรดิฉันถือว่าดิฉันได้ทำหน้าที่ของดิฉันอย่างเต็มที่ และคะแนนวันนี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องของสิ่งที่ท่านจะต้องยึดโยงกับพรรคการเมือง ดิฉันถามตรง ๆ ว่า คำว่า ยึดโยงกับประชาชน มันเกิดขึ้นได้จริงไหม เราเอาความจริงมาตอบกันค่ะ ขอบพระคุณค่ะ