รัชนีกร ขอสงวนความเห็น เพิ่มมาตรา 256/1/1-2 ให้ สส. เลือกเอง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๘

รัชนีกร ทองทิพย์ เสนอการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญโดยเพิ่มมาตราใหม่เพื่อจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิกสภาโดยตรงแทนบุคคลภายนอก โดยเน้นหลักการความรับผิดทางการเมืองและการเลือกกันเอง เพื่อลดความขัดแย้งและรักษาหลักประชาธิปไตย

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดพังงา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา และในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็นค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันขอสงวน ความเห็นโดยการเพิ่มมาตรา ๒๕๖/๑/๑ และมาตรา ๒๕๖/๑/๒ ความว่ามาตรา ๒๕๖/๑/๑ ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มีคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย กรรมาธิการจำนวน ๓๕ คน ซึ่งรัฐสภาเลือกตามมาตรา ๒๕๖/๑/๒ ในคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการจำนวน ๓๕ คน ซึ่งมาจากการคัดเลือก ของรัฐสภาตามมาตรา ๒๖๕/๕ โดยมาตรา ๒๕๖/๑/๒ ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการเลือก คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๖/๑/๑ จำนวน ๓๕ คน จากสมาชิกรัฐสภา ที่สมัครรับเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ให้สมาชิกรัฐสภาแต่ละคนเลือกสมาชิก รัฐสภาที่สมัครรับเลือกตามวรรคหนึ่ง เพื่อเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ไม่เกิน ๓๕ คน ในกรณีที่สมาชิกรัฐสภาคนใดเป็นผู้สมัครรับเลือกตามวรรคหนึ่ง ก็ให้มีสิทธิเลือกตัวเองได้ด้วย และให้สมาชิกรัฐสภาผู้ได้รับเลือกที่มีคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับจนครบ ๓๕ คน เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ให้ประธานรัฐสภาประกาศแต่งตั้ง บุคคลได้รับคัดเลือกตามวรรคหนึ่งและวรรคสองประกอบเป็นคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุที่ขอยืนยันตามเดิมนะคะว่า สมาชิกรัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย สส. และ สว. สส. ท่านเป็นผู้แทนประชาชนโดยชอบธรรม และเป็นผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนโดยตรงอย่างแท้จริง ซึ่งประเทศไทยเราใช้ระบบตัวแทนเข้ามาในการบริหาร ประเทศ ณ วันนี้ท่านได้รับการเลือกจากประชาชนแล้ว เหตุใดท่านถึงจะผลักภาระไปให้มี การตั้งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สมาชิกรัฐสภาอีก เพราะด้วย เหตุว่าสมาชิกรัฐสภาหรือว่านักการเมือง มีแนวคิดหลักการที่สำคัญหลักการหนึ่งที่เป็น ส่วนสำคัญของการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่เรียกว่าความรับผิดทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพคะ องค์ประกอบนี้สำคัญมากสำหรับระบอบประชาธิปไตยที่มีอยู่จริง ถ้าท่านปฏิเสธเรื่องความรับผิดความรับชอบทางการเมืองเช่นนั้นแล้ว สถานะ สส. ของท่าน ก็อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ชอบธรรมอีกต่อไป ขอให้ท่านทบทวนนะคะ ในการพิจารณาแก้ไขในชั้น กรรมาธิการ ดิฉันก็เป็น ๑ ในคณะกรรมาธิการในการนั่งพิจารณา ขอยืนยันว่ากรรมาธิการ ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ตั้งแต่เช้าจดเย็น บางวันติดค่ำเหมือนที่ท่านประธานพูด ทุกคนตั้งใจ และดิฉันก็เห็นความตั้งใจของทุกคน ถึงแม้ว่าความคิดเห็นในบางครั้งเราอาจจะ ไม่ตรงกัน แต่นี่คือประชาธิปไตยใช่ไหมคะ แม้กระทั่งเสียงเดียวก็มีความหมายในระบอบ ประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นขอให้ท่าน สส. และท่าน สว. ที่เป็นผู้แทนประชาชนอย่าได้ละเลย แม้เสียงนั้นจะเป็นแค่เสียงเดียว วันนี้ดิฉันลุกขึ้นยืน แม้ดิฉันอาจจะเป็นแค่เสียงเดียวที่เห็น แบบนี้ แต่นี่คือระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นท่านอย่ามาดูแคลนความคิดของคนอื่น ที่ไม่ตรงกับท่าน นี่คือหลักการของประชาธิปไตย ขอให้ท่านยึดมั่นไว้ แนวคิดของดิฉันก็คือ ไม่ต้องให้มันยุ่งยากในการ ๒๐ หยิบ ๑ ไม่ต้องมาบอกว่าใครมาจากใคร ไม่ต้องให้ สส. สว. มารวมกันแล้วเสนอชื่อครบ ๒๐ แล้วหยิบมา อันนี้จะทำให้พรรคที่มีเสียงข้างมากเป็นผู้กุม อำนาจในการเลือกสมาชิกที่เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญได้โดยเบ็ดเสร็จและสมบูรณ์ ดิฉันขอเสนอ วิธีการง่าย ๆ คือสมาชิกรัฐสภาท่านเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ทำไมท่านไม่ใช้สิทธิของท่านโดยการเลือกกันเอง ท่านเป็นผู้แทน ท่านจะไป เลือกใครอีก คุณสมบัติของท่านก็ครบ ลักษณะต้องห้ามก็มี ลักษณะเฉพาะตำแหน่งก็มี ได้รับ การคัดเลือกมาทุกอย่างแล้ว ทำไมท่านไม่เลือกกันเอง ๑. สมาชิกรัฐสภา ท่านมีเสียง ๑-๓๕ คน ท่านเลือกมาเลย ใครได้รับคะแนนสูงสุด ๑-๓๕ คนแรก ได้เป็นกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญ ง่าย ๆ แค่นี้ แต่ที่สำคัญ มีแนวคิดเรื่องความรับผิดรับชอบทางการเมือง คุ้มอยู่ด้วย ท่านจะเข้ามาเป็น สส. ท่านจะเข้ามาเป็น สว. โดยไม่รับผิดชอบทางการเมืองไม่ได้ ท่านจะแก้รัฐธรรมนูญโดยที่ท่านไม่ยอมรับความผิดชอบที่จะเกิดขึ้นจากการแก้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไม่ได้ ดิฉันยังเชื่อโดยดุษณีว่าหลังจากนี้ถ้ามีการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจริง ความขัดแย้งในประเทศไทยจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ณ วันนี้ถ้าท่านไปดู Social Media ท่านเข้าไปดูเลยค่ะ Online ตอนนี้ ประชาชนก็แตกเป็น ๒ ฝั่งแล้ว หน้าสภาก็มีม็อบมา มีทั้งนั่งรถมา ทั้งเดินมา ไม่ทราบว่าวิธีไหน แต่ก็มา นี่คือหลักการของประชาธิปไตย ทุกคน มีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น เพราะฉะนั้นดิฉันยังขอยืนยันว่าสมาชิกรัฐสภาท่านต้อง รับผิดชอบทุกอย่างที่ท่านกระทำ ท่านจะมาโยนความผิดให้สมาชิกผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วบอกว่าไม่รู้มาจากไหน มาแก้โดยที่ท่านไม่รู้เรื่องไม่ได้ ในเมื่อท่านบอก ๒๐ หยิบ ๑ เอาง่าย ๆ ท่าน ๒๐ มาจากใคร แนวคิดก็ต้องมาจากคนคนนั้น ประชาชนเขาดูออก ประชาชนเขากินข้าวเหมือนกัน ประชาชนเขาอ่านหนังสือเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่มีทาง ที่จะมาเลี่ยงภาษาเลี่ยงอะไรได้เลย ทุกวันนี้ประชาชนติดตามการประชุมของรัฐสภา ดิฉันชื่นชมมาก นี่คือหลักการของประชาธิปไตยที่ทุกคนควรจะเข้ามามีส่วนร่วม ดิฉันยังมี การเสนอว่าบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะเรื่องรัฐธรรมนูญในเรื่องของการแก้ และความรู้ต่าง ๆ เฉพาะทาง ขอให้ท่านเข้ามาในช่องทางของการเป็นที่ปรึกษาในการยกร่าง ครั้งนี้ โดยที่ปรึกษาสามารถจะเสนอชื่อผ่านเข้ามาให้สมาชิกรัฐสภาเลือกได้ ๑-๓๕ คน ที่เป็น เสียงสูงสุดเหมือนกัน มีผู้รับรอง ๓ คน ในร่างของกรรมาธิการท่านให้รับรองถึง ๑๐๐ คน ถามหน่อยสิคะว่าอาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิชาการอิสระ ผู้ต้องการเข้ามาช่วยแก้รัฐธรรมนูญ ที่เป็นอิสระ เขาจะไปเอาเสียงคนตั้ง ๑๐๐ คนที่ไหนมารับรองเขา ดิฉันใช้หลักการเดียวกับ ที่มีผู้รับรองของสมาชิกวุฒิสภา แค่ ๓ คนท่านรู้ไหมว่าหลังจากเลือกเข้ามาแล้วมันวุ่นวาย ยุ่งยากแค่ไหนในการตรวจสอบ แค่ ๓ คน ตรวจสอบกันมาปีกว่าก็ยังไม่เสร็จเลย ท่านจะเอา มาตั้ง ๑๐๐ คน ดิฉันเห็นว่าผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาในช่องทางของที่ปรึกษาได้ และดิฉันขอยืนยันให้สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติของท่านช่วยทำหน้าที่ปวงชนชาวไทย ช่วยทำหน้าที่ผู้แทนของปวงชนชาวไทยให้เต็มที่ และช่วยรับผิดชอบทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น โดยการกระทำของท่าน ทุกอย่างตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เลิกหลีกเลี่ยง เลิกโยนความผิด ให้บุคคลอื่นสักที ขอบพระคุณค่ะ