ณัฐวุฒิ อภิปรายยกร่าง รธน. เสนอคงสภาที่ปรึกษาฯ ชี้ประชาชนตัดสิน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายข้อเสนอ ๔ กลุ่มเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้คงรูปแบบเดิมที่มีสภาที่ปรึกษา ยกร่างเป็นกรณีพิเศษ และสนับสนุนการปรับโครงสร้างให้มีผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม รวมถึงเสนอทางเลือกในการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภาโดยตรง ไม่ใช่การตั้งกรรมาธิการจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายชี้แจงหลักการและเหตุผลของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าการจัดทำร่างใหม่ผ่านกลไกที่ประชาชนมีส่วนร่วมไม่ขัดต่อหลักการ และอธิบายว่าขั้นตอนการพิจารณาในกรรมาธิการมุ่งเน้นการลงมติเห็นชอบกับร่างหลักก่อน ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายเรื่องสภาที่ปรึกษาฯ โดยชี้ว่าแม้จะมีมติเปลี่ยนเป็นกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น แต่ต้องมั่นใจในกระบวนการคัดเลือกและเนื้อหาสาระที่จะตอบโจทย์ประชาชน ป้องกันการผูกขาดหรือฮั้ว และยืนยันความชอบธรรมของที่มาจากการรับรองโดยประชาชน ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายเรื่องการออกแบบกลไกยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดการยึดโยงกับประชาชน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการประชุมคณะกรรมาธิการอย่างต่อเนื่อง การตรวจสอบถ่วงดุลของรัฐสภา และกระบวนการคัดเลือกผู้แทนที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายเรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลของสภาและกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินผ่านประชามติ และชี้แจงถึงประสิทธิภาพการประชุมกรรมาธิการเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องความไม่ไว้ใจ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ยืนยันมติเสียงข้างมากของกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับการแปรญัตติ และขอให้รัฐสภาพิจารณาตามมติเดิมในมาตรา ๒๕๖/๑

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาและประธานคณะกรรมาธิการครับ ท่านประธานครับ ผมอาจจะต้อง ขออนุญาตที่จะใช้เวลาสักเล็กน้อย แต่คิดว่าจะไม่ได้เป็นการตอบคำถามที่ยาวนานกับเพื่อน สมาชิกทั้ง ๑๘ ท่าน ไม่ว่าจะในสถานะของผู้สงวนความเห็น ผู้แปรญัตติ หรือสมาชิกที่ใช้สิทธิ ในการอภิปรายในกรณีที่มีการแก้ไขครับ ในสิ่งที่ท่านมีการอภิปรายทั้งหมดนั้นผมคิดว่า อาจจะแบ่งออกเป็น ๔ กลุ่มด้วยกัน

กลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มที่อยากจะให้คงมาตรานี้ไว้ในลักษณะเดิม ก็คือในลักษณะ ที่จะมีกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และจะมีสภาที่ปรึกษาในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามร่างหลักที่ได้มีการรับหลักการมาในชั้นการพิจารณาขั้นรับหลักการครับ

กลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มที่สนับสนุนและเห็นด้วยกับสิ่งที่กรรมาธิการเสียงข้างมาก ได้มีการสรุปมาเป็นความเห็น มีการลงมติแล้วออกมาเป็นรายงาน ก็คือการปรับรูปแบบ กรรมาธิการยกร่างเป็นกรรมาธิการร่าง แล้วก็สภาที่ปรึกษานั้นเป็นกรณีของกรรมาธิการ รับฟังความคิดเห็น แต่ว่าท่านอาจจะเห็นแตกต่างในเชิงรายละเอียดของกรรมาธิการ ในทั้ง ๒ ส่วนครับ เช่นในกรณีของกรรมาธิการร่างนั้น มีท่านสมาชิกบางท่านเห็นควรเพิ่ม สัดส่วนในส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เข้าไป หรือเห็นควรที่จะมีการเพิ่มจำนวนต่าง ๆ เข้าไปมากยิ่งขึ้น

กลุ่มที่ ๓ เป็นกลุ่มที่ท่านสนับสนุนว่าในกรณีของกลไกที่ควรจะมี ในกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญครั้งนี้นั้น ขอให้เข้าใจโดยง่าย ยึดโยง หรือตอบโจทย์ต่อพี่น้องประชาชนในรูปแบบในอดีตที่เคยมีมาได้หรือไม่ ก็คือการมี สภาร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนประเด็นเรื่องการมีกรรมาธิการร่าง หรือกระบวนการในแง่ของ การรับฟังความคิดเห็นนั้น ท่านก็มองว่ามันต้องอยู่ภายใต้กลไกเหล่านั้นหรือเป็นกลไก ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันมา

ส่วนกลุ่มที่ ๔ นั้นอาจจะเป็นประเด็นในเชิงรายละเอียดอื่น ๆ แม้กระทั่ง ในเชิงรายละเอียดที่มองว่าในกรณีของการจะพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ควร จะเป็นกรรมาธิการที่มาจากระบบใด ๆ เลย แต่ควรจะเป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภา นี่คือ ๔ กลุ่มที่ท่านได้มีการอภิปราย

ผมขออนุญาตตอบบางคำถามที่ผมคิดว่าท่านตั้งคำถามไว้และยังไม่ได้มีผู้ใด อภิปรายตอบในตัว หรือยังไม่ได้มีประเด็นที่ทางกรรมาธิการได้พิจารณามาก่อน มีท่าน สมาชิกบางท่านตั้งคำถามว่าในการพิจารณาของกรรมาธิการรอบนี้ที่ออกมาเป็น ๒ คณะ แบบนั้นขัดหลักการหรือไม่ ผมก็ต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกนะครับ หลักการของการแก้ไขรอบนี้เขียนแต่เพียงว่าแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๖ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และเพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น ฉะนั้น ผมเรียนว่าอันนี้ไม่มีประเด็นที่จะขัดหลักการอย่างไร ท่านอาจจะแย้งว่ามีประเด็นที่ขัดต่อ เหตุผลไหม ผมก็ต้องนำเรียนว่าเหตุผลนั้นเขียนแต่เพียงว่าด้วยรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีเรื่อง ปัญหาความชอบธรรมของประชาธิปไตย เนื่องจากเป็นรัฐธรรมนูญที่เชื่อมโยงกับ คณะรัฐประหาร ถูกรับรองด้วยกระบวนการประชามติที่ไม่เสรีและเป็นธรรม มีบทบัญญัติ หลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย จึงเห็นควรให้มีการแก้ไขเพื่อให้ รัฐสภาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามคำวินิจฉัยของศาลด้วยกลไกที่มีความยึดโยง กับประชาชนและประชาชนมีส่วนร่วม ผมเชื่อมั่นว่าในคณะกรรมาธิการของเราเอง ในการพิจารณาต่อเนื่องมา ๑๕ ครั้งนั้น คำว่า กลไกที่ยึดโยงกับประชาชน และประชาชน มีส่วนร่วม เป็นคำสำคัญที่เราคิดถึง ฉะนั้นแน่นอนครับ ด้วยเหตุและผลดังกล่าวก็มิได้ขัด ต่อเหตุผลแต่อย่างไร ทีนี้ถามว่าแล้วสิ่งที่คณะกรรมาธิการสรุปออกมานั้น ตกลงรูปแบบ มันเป็นอย่างไรครับ ก็ต้องนำเรียนว่ารูปแบบนั้นสำคัญ แต่กระบวนการได้มาของรูปแบบ ต่าง ๆ นั้น และกระบวนการดังกล่าวนั้น มีหน้าที่และอำนาจตลอดจนความยึดโยง ต่อประชาชนหรือไม่ ผมคิดว่าแน่นอนว่าในการตอบคำถามเฉพาะมาตรานี้อาจจะยังตอบได้ ไม่หมด และบางท่านที่มีการอภิปรายนั้นอยู่ในมาตราอื่น ๆ เช่นในกรณีมาตรา ๒๕๖/๕ ที่พูด ถึงกระบวนการได้มาซึ่งกรรมาธิการต่าง ๆ หรือมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ฉะนั้นผมเองอาจจะ ขอละไว้ที่ยังไม่ได้ตอบ สิ่งสำคัญครับ เวลาที่มีการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการ มันต้องเริ่มจาก การพิจารณาว่าเราเห็นด้วยกับร่างหลักที่สภารับหลักการมาหรือไม่ ซึ่งเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ที่เป็นกรรมาธิการบางท่านก็ได้แสดงตัวเลขของการลงมติให้เห็นว่าในกรณีการพิจารณาการมี ของกรรมาธิการยกร่าง ซึ่งวันนี้เปลี่ยนเฉพาะคำสั้น ๆ เป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการลงมติที่กรรมาธิการส่วนใหญ่เห็นด้วย จึงมิได้นำไปสู่ประเด็นที่ ๒ ที่อาจจะมีรูปแบบ อื่น ๆ ที่ตามมาแต่อย่างไร

ส่วนประเด็นเรื่องสภาที่ปรึกษานั้นก็เช่นเดียวกันว่าเมื่อมีการถกแถลงกัน ต่าง ๆ ก็ต้องนำเรียนว่ารูปแบบของสภาที่ปรึกษาเป็นทั้งรูปแบบและกระบวนการได้มา ซึ่งในท้ายที่สุดกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นไม่เห็นด้วย และมีการลงมติปรับเปลี่ยนรูปแบบ ของสภาที่ปรึกษา เป็นกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการร่างด้วยจำนวน ๓๕ คน นี่ก็เป็นไปตามมติที่เกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการ ประเด็นอยู่ที่ว่าในท้ายที่สุดกระบวนการที่เกิดขึ้นในเรื่องขององค์กรในการจัดทำนั้น ย่อมเชื่อมโยงไปกับคำถามที่ท่านมีการตั้งหลายประเด็นว่าจะมีการเชื่อมโยงต่อประชาชน อย่างไร จะมีการที่บล็อกหรือฮั้ว หรือนำไปสู่การผูกขาดการเป็นกรรมาธิการคณะใดหรือไม่ จะมีกระบวนการที่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเนื้อหาสาระที่มีการยกร่างมานั้นจะเป็นเนื้อหา ที่ตอบโจทย์ต่อประชาชน ผมคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ท่านเองมีการตอบในตัว และผมอาจจะหยิบ บางประการที่ท่านตอบนั้นมาตอบในรัฐสภาแห่งนี้ เช่นในกรณีของการเปิดช่องว่าบุคคล ต่าง ๆ นั้นสามารถสมัครเข้ามาได้ตามหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเบื้องต้นตลอดจนลักษณะ ต้องห้ามที่มีอยู่ แน่นอนครับ อาจจะมีบางประการที่พูดถึงจำนวน ๑๐๐ คนที่เข้าไปเป็น การยืนยันรายชื่อของบุคคลที่สมัคร แต่ผมคิดว่านี่ก็เป็นความชอบธรรมของที่มา ของกรรมาธิการร่างแต่ละท่าน กรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นแต่ละท่าน ที่จะมีที่มาที่เห็นว่า มีประชาชนช่วยรับรองยืนยันตัวตนของบุคคลที่จะเข้ามาในการสมัคร

ส่วนประเด็นเรื่องการยึดโยงต่อประชาชนครับ ด้วยการออกแบบกลไก ทั้ง ๒ อัน ถึงบอกว่ากลไกทั้ง ๒ อันนั้นไม่ได้เดินตามลำพัง มิใช่ว่ากรรมาธิการร่างจะหยิบยก ร่างใด ๆ ต่าง ๆ ด้วยตัวเองตามลำพังได้ แต่เรามีมาตราที่รองรับว่าให้กรรมาธิการทั้ง ๒ คณะนั้น มีการประชุมอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง แน่นอนครับ เวลาที่มีการร่าง รัฐธรรมนูญนั้น ความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนย่อมเป็นสิ่งที่สัมพันธ์และสำคัญต่อเนื้อหา ที่จะนำไปสู่การยกร่าง แล้วผมเชื่อมั่นว่ากระบวนการดังกล่าวนั้นรัฐสภาจะเป็นตัวตรวจสอบ ถ่วงดุล ให้คำแนะนำปรึกษา ตลอดจนให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบว่าร่างนั้นเป็นร่างที่ ตอบโจทย์และใกล้เคียงต่อการยึดโยงต่อประชาชนหรือไม่ในครั้งสุดท้ายอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้น ประเด็นนี้ผมไม่ห่วงแต่ประการใดครับ

ประเด็นที่ท่านสมาชิกกังวลว่าในท้ายที่สุดที่มาของการได้มาแต่ละคณะ ความจริงผมเองคิดว่าจะมีการอภิปรายในมาตรา ๒๕๖/๕ อีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ตอบเบื้องต้นว่า เรายังไม่อาจประเมินได้ว่าผู้ที่จะใช้วิธีการในการ ๒๐ หยิบ ๑ ที่จะเกิดขึ้นนั้น ในสภาผู้แทนราษฎรครั้งหน้าจะเป็นใคร แล้วไม่ได้หมายถึงสภาเดียวนะครับ อาจจะมี การจับกันระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับสมาชิกวุฒิสภา อาจจะมีการระบุกลุ่มต่าง ๆ อาจจะมีการแยกออกมา หรือแม้กระทั่งในส่วนของพรรคการเมืองที่ท่านอาจจะมีสมาชิก ไม่ถึง ๑๐ คน ก็อาจจะมีการเข้ามาร่วมกันเพื่อเสนอบุคคลเข้าไปเป็นกรรมาธิการต่าง ๆ ซึ่งผมเชื่อมั่นและมั่นใจ ผมเห็นท่านกรรมาธิการ ท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่าเราอยากเห็น รัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับถาวร เราไม่อยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มีการยกเลิกแก้ไขด้วยวิธีการอื่น ที่ไม่เป็นประชาธิปไตยดังที่เกิดขึ้นในอดีตที่ผ่านมา ก็รอบนี้ที่อาจจะนำไปสู่การปลดล็อก แบบนั้นได้มากที่สุด แล้วผมเชื่อมั่นว่าเมื่อถึงวันนั้นการคัดเลือกคนของท่านก็น่าจะเป็น การคัดเลือกคนที่ตอบโจทย์ เพราะท่านเองก็ถือว่าเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนและต้อง รับผิดชอบต่อการเลือกบุคคลดังกล่าว

อีกทั้งในแง่ของการตรวจสอบถ่วงดุลครับ อย่างที่ผมได้นำเรียนว่ารัฐสภาเอง มีขั้นตอนถึง ๒ ชั้นด้วยกันในการให้ความเห็น และเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แล้วท้ายที่สุดนั้น อย่าลืมว่ามันมิใช่การให้รัฐสภาเท่านั้น ยังมีการทำประชามติในกรณีรัฐธรรมนูญใหม่ อีกครั้งหนึ่งที่จะเป็นตัวตอบว่ารัฐธรรมนูญที่ท่านกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มาที่ไป ไม่ว่า จะเป็นเรื่องความชอบธรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเนื้อหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลไก ไม่ว่าจะเป็น กระบวนการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการที่ท่านบอกว่าเราอาจจะนำประเทศไปผิดทาง อีกหรือไม่นั้น พี่น้องประชาชนในฐานะผู้เป็นเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญจะเป็น ผู้ยืนยันครับ ฉะนั้นด้วยเหตุและผลทั้งหมดที่ผมได้นำเรียน พยายามจะช่วยตอบโจทย์ท่าน แต่ว่าในคำอภิปรายของท่านเองมีการตอบโจทย์ระหว่างกันเองไปพอสมควรแล้ว ผมคง ไม่ตอบซ้ำในสิ่งเหล่านั้น

มีคำหนึ่งของเพื่อนสมาชิก ท่านตั้งคำถามได้น่าสนใจนะครับ ท่านบอกไว้ใจ คนผิดหรือเปล่าในการไปเป็นกรรมาธิการร่าง แล้วมีเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่งอ้างตัวเลข ในขณะที่เข้าไปประชุมว่าเห็นกรรมาธิการนั่งอยู่เพียง ๑๖ ท่าน ผมก็ต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าถึงแม้ในขณะที่เรามีการพิจารณานั้น กรรมาธิการคณะนี้ มีการประชุมกันสัปดาห์ละ ๓ วัน และเริ่มจากเช้าไปจบ ๑๘.๐๐ นาฬิกาทุกวัน ฉะนั้น ผมยืนยันว่าถ้าท่านตรวจย้อนไปในเรื่องของรายงานการประชุม สมาชิกเรามาครบถ้วน เกือบทุกครั้ง และแต่ละท่านที่มีภารกิจต่าง ๆ นั้นเราก็บันทึกไว้ แล้วถ้าท่านเห็นในตัวรายงาน จะเห็นได้ว่ามีการลงรายละเอียดเยอะพอสมควรว่าสมาชิกท่านใดสงวน หรือให้ความเห็น แบบใด อย่างไร ซึ่งผมยืนยันว่าไม่มีประเด็นใด ส่วนเรื่องของการไว้ใจคนผิดหรือไม่ ผมคิดว่า ถ้าท่านดูพวกผมที่ทำงาน และดูเนื้อหาสาระที่ออกมา และดูผลลัพธ์ที่จะตามมาในแง่ของ การให้ความเห็นชอบต่อการลงผลในวาระที่สามและประชามติ จะเป็นตัวตอบท่านเองว่า ท่านไม่ได้ไว้ใจคนผิดแน่นอน

ฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมนำเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกทั้งหมด ว่าในส่วนของกรรมาธิการเรายืนยันตามเสียงข้างมากที่ได้มีการสรุปลงมติไปครับ และยืนยัน ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้สงวนแล้วก็ได้แปรญัตติไว้ ก็ขอยืนยัน ขอให้รัฐสภา เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบตามมติของเสียงข้างมากในมาตรา ๒๕๖/๑ ที่กรรมาธิการได้มี การแก้ไขครับ กราบขอบคุณครับ