ประทุม วงศ์สวัสดิ์ แถลงว่าระบบ "20 หยิบ 1" ในรัฐธรรมนูญปี 2560 ขัดหลักประชาธิปไตย ทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไม่ได้ และเป็นกับดักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังทำให้เสียงประชาชนถูกล้ม และไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของการเปิดทางให้ประชาชนร่างรัฐธรรมนูญเอง จึงขอไม่เห็นด้วยกับมาตรา 256/1 และเสนอให้ใช้เสียงประชาชนเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณา
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ สว. สูงวัย อย่างดิฉันได้มีที่ยืนวันนี้ เพื่ออะไรคะ ดิฉันมาเป็น สว. เพื่ออยากจะมีการเปลี่ยนแปลง รัฐธรรมนูญ หลังจากที่เรามีความขัดแย้งในประเทศมาหลายทศวรรษ ดิฉันคิดว่า การเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีหมุดหมายที่สำคัญที่สุด ท่านประธานคะ ภารกิจวันนี้ ดิฉันมีความภูมิใจที่จะได้มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ขออนุญาตแสดงความเห็น มาตรา ๒๕๖/๑ หลังจากที่ได้อ่านแล้ว ในความเห็นของดิฉันมันเป็นเรื่องของ การประนีประนอมในหมู่นักการเมืองกันเอง ประนีประนอมกันจนขาดหลักการ มาตรา ๒๕๖/๑ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะเป็นมาตรา ที่กำหนดวิธีประชาชน และสภาจะใช้ปรับปรุงรัฐธรรมนูญในอนาคต ถ้ามาตรานี้ออกแบบ ไม่ดี ประเทศไทยจะติดกับดักเดิมอีกหลาย ๆ ปี หลายสิบปีเลยท่านประธาน เพราะฉะนั้น ดิฉันจึงขอมีส่วนร่วมในวาระที่สำคัญวันนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันขอแสดงความไม่เห็นด้วย อย่างชัดเจนกับระบบ ๒๐ หยิบ ๑ ที่นำมาใช้เป็นเงื่อนไขในมาตรา ๒๕๖/๑ เพราะเหตุผล สำคัญดังต่อไปนี้ ระบบ ๒๐ หยิบ ๑ ขัดหลักประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ต้องสะท้อนเสียงรวมของประชาชน ไม่ใช่เสียงของ กลุ่มตัวแทนขนาดเล็ก ๆ แต่ละจังหวัด ระบบนี้ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ จังหวัดที่มีประชากรน้อย มีอำนาจเท่ากับจังหวัดใหญ่ นี่เกิดความเหลื่อมล้ำค่ะท่านประธาน เสียงของคนไทย หลายล้านคนอาจถูกคว่ำทิ้งด้วยเสียงจากไม่กี่พื้นที่ ไม่ใช่หลักการประชาธิปไตยสากลที่ยึด เสียงข้างมากของคนทั้งประเทศ นี่คือการใช้อำเภอแทนประชาชน ไม่ใช่การตรากฎหมาย เพื่อส่วนรวม ๒๐ หยิบ ๑ ดิฉันไม่เห็นด้วย
ข้อ ๒ เป็นการเปิดทางให้เสียงส่วนน้อยล้มเสียงส่วนใหญ่ได้ ระบบนี้ หมายความว่าประชาชนทั่วประเทศ แม้ว่าประชาชนจะลงมติเห็นชอบแล้ว แต่เสียง ส่วนกลุ่มจังหวัดไม่กี่แห่งก็สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วก็ตีตกได้ เป็นกับดักที่ทำให้ ประเทศไทยเดินหน้าไม่ได้อีกแน่นอนค่ะท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ถูกวิจารณ์ว่า แก้ยากแล้วยากอีก ถ้ายังมี ๒๐ หยิบ ๑ เข้าไปอีก ประเทศยิ่งแก้ไขไม่ได้ค่ะท่านประธาน ในความเห็นของดิฉันนะคะ
ข้อ ๓ เป็นกลไกที่สวนทางกับการที่เรื่องระบบประชาธิปไตยเหมือนที่เราเคย สนับสนุนค่ะท่านประธาน เรื่อง สสร. จำได้ไหมท่านประธาน บรรยากาศ สสร. ที่ ๒๕๔๐ เรามีความสุขมาก ๆ ค่ะท่านประธาน ถ้าคนรุ่นเดียวกันดิฉันอยู่นะคะ มีความสุขมาก ที่ประชาชนตื่นตัวกับการมีส่วนร่วม อยากจะเห็นบรรยากาศอย่างนั้นอีกครั้งค่ะท่าน แล้วเรา เอาบรรยากาศที่ประชาชนมีความสุขเอาไปทิ้งตรงไหนคะท่าน เราอยากได้ ประชาชน หลาย ๆ ส่วนอยากได้บรรยากาศที่ทุกคนมีความสุขที่จะได้ร่างกติกาของตัวเอง อยากเห็น บรรยากาศอย่างนั้นอีกท่าน วันนี้เราอยากให้ประชาชนออกแบบอนาคตการปกครอง ของประเทศด้วยตัวเอง แต่ระบบ ๒๐ หยิบ ๑ นี่ทำให้เสียงของประชาชนถูกล้มด้วยเสียง ในพื้นที่บางส่วน มันขัดกับเจตนารมณ์และการเปิดทางให้ประชาชนออกแบบรัฐธรรมนูญเอง ประเทศไทยเราไม่จำเป็นต้องมีกลไกสุดโต่งขณะนี้ค่ะท่านประธาน ประเทศประชาธิปไตยอื่น ไม่มีระบบให้เสียงส่วนน้อยในพื้นที่ควบคุมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่เคยค่ะท่านประธาน แต่วิธีสากลที่เขาใช้คือเสียงข้างมากจาก สส. การทำประชามติ การเปิดให้ประชาชน มีส่วนร่วมอย่างโปร่งใส แต่ไม่เคยมีประเทศใดล็อกพื้นที่ให้ประชาชนส่วนเล็ก ๆ มีการควบคุมการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันเกินความจำเป็น สำหรับประเทศไทยแล้ว เกินเหตุค่ะท่านประธาน
ข้อเสนอของดิฉันนะคะ เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้า และให้รัฐธรรมนูญ มีความยืดหยุ่น แต่ยังคงความรับผิดชอบ ความรอบคอบ ดิฉันขอให้ใช้เสียงประชาชน ทั้งประเทศเป็นหลักเกณฑ์ค่ะท่านประธาน สรุปว่าดิฉันขอไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๒๕๖/๑ ในส่วนระบบ ๒๐ หยิบ ๑ ค่ะ เพราะมันไม่ใช่ประชาธิปไตย ไม่สะท้อนเจตจำนงของคนไทย ทั้งประเทศ และเป็นสารตั้งของรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขไม่ได้อีกครั้งหนึ่ง ประเทศไทย ต้องเดินหน้าไปสู่ระบบประชาชนเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญโดยแท้จริง โดยดิฉันขอให้ ท่านวุฒิสภาและสภาแห่งนี้พิจารณาโหวตให้ร่างไหนก็ได้ ให้ท่านไหนก็ได้ แต่ว่าต้องยึดโยง กับประชาชนค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ