รัชนีกร เสนอสงวนความเห็นคัดค้านแก้ รธน.ทั้งฉบับ ยันต้องทำประชามติ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๘

รัชนีกร ทองทิพย์ เสนอคำสงวนความเห็นคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับโดยอ้างว่าไม่มีความชัดเจนในวัตถุประสงค์และผลประโยชน์แอบแฝง พร้อมเรียกร้องให้หยุดวาทกรรมบิดเบือน ยึดโยงประชาชน และหันมาแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ เช่น น้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 สงคราม และความยากจน โดยเสนอให้ใช้งบประมาณที่เตรียมไว้สำหรับแก้รัฐธรรมนูญไปแก้ปัญหาเหล่านี้แทน รัชนีกร ทองทิพย์ เสนอให้รัฐสภาลงมติผ่านมาตรา ๒๕ๆ/๑ โดยกำหนดให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยเพื่อจัดเสียงประชามติว่าควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พร้อมย้ำว่าการแก้ไขต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกเกินกึ่งหนึ่งและมี สว. เห็นด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม เพื่อป้องกันเผด็จการรัฐสภา และเตือนว่าหากไม่มีการทำประชามติอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมือง

นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรัชนีกร ทองทิพย์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็นค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ๓๕ คน กำหนดประเทศได้ กรรมาธิการชุดนี้ได้มีการพิจารณาในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยจะใช้สูตร ๒๐ หยิบ ๑ อันนี้ดิฉันไม่เห็นด้วยเลย และดิฉันได้แถลงข้อความไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ในชั้น กรรมาธิการแล้ว ดิฉันได้ให้ความเห็นว่า ๒๐ หยิบ ๑ ของท่าน สส. พรรคเล็กที่มีนักการเมือง ที่มี สส. ไม่ถึง ๒๐ คน เสียงเขาจะอยู่ตรงไหน สว. อิสระ เสียงเขาจะอยู่ตรงไหน ๒๐ คน ส่ง คนมาแก้รัฐธรรมนูญได้ ๑ คน ท่านจะเลี่ยงภาษาเลี่ยงบาลีไปถึงไหน ท่านอ้างว่าประชาชน เป็นที่ตั้ง ใช้แต่คำว่า ยึดโยงประชาชน ดิฉันเบื่อวาทกรรมพวกนี้เต็มที ฟังมาจนเหนื่อย แล้วค่ะ ถ้ายึดโยงประชาชนจริง สส. ท่านมาจากประชาชนเลือกใช่ไหมคะ หรือท่านไม่ได้ มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถ้าท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนท่านค่อยมา บอกว่าให้เลือกประชาชนเข้ามา สว. ก็มาจากการคัดเลือกในกลุ่มอาชีพ แล้วเขาไม่ใช่ ประชาชนตรงไหนคะท่าน เรามาตามรัฐธรรมนูญ เรามาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เลิกใช้ วาทกรรมบิดเบือนสักที ดิฉันอยากให้ท่านหยุดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ แล้วหันมาตั้งหน้า ตั้งตาทำมาหากิน หันมาตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาประเทศ แก้ปัญหาประเทศอย่างจริงจัง เราแก้ รัฐธรรมนูญมา ๒๐ ฉบับแล้วนะคะ หากประเทศไทยเจริญจริงจากการแก้รัฐธรรมนูญ ป่านนี้ เราคงเจริญไปแล้วจาก ๒๐ ฉบับที่แก้กันมา ประชาชนทางบ้านฝากถามมานะคะว่า ทำไหร กันหล่าวพวกนักการเมือง ว่างไม่ว่างแก้แต่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญนี้ควรจะมีวุฒิภาวะ ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญฉบับเพ้อฝัน ดิฉันพยายามถามในชั้นกรรมาธิการและผู้ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับมาหลายครั้งแล้วว่าท่านจะแก้อะไร รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผิดอะไรนักหนา ทำไมท่านถึงจะแก้ทั้งฉบับ ถามว่าผิดตรงไหนก็ไม่บอก ถามว่าอยากแก้ตรงไหนก็ไม่บอก แต่รู้ว่า จะแก้ แล้วจะแก้ทั้งฉบับ แล้วจะแก้วิธีการตามมาตรา ๒๕๖ นี้ด้วย ท่านประธานที่เคารพคะ รัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายไม่มีวันเกิดขึ้นจริงค่ะ เดี๋ยวเปลี่ยน สส. ท่านก็เข้ามาแก้รัฐธรรมนูญ กันอีก ในมาตรา ๒๕๖ ที่กำลังพิจารณาอยู่ตอนนี้เป็นการพิจารณาเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ กำลังพิจารณาเรื่องการออกเสียงประชามติ ที่ต้องมีการจัดให้มีการออกเสียง ประชามติในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญใน ๕ เรื่อง คือ ๑. หมวด ๑ บททั่วไป หมวด ๒ พระมหากษัตริย์ หมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หมวด ๔ การแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องที่ เกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ หมวด ๕ การแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่หรืออำนาจของศาล หรือองค์กรอิสระ หรือเรื่อง ที่ทำให้ศาลหรือองค์กรอิสระไม่อาจปฏิบัติตามหน้าที่หรืออำนาจได้ การที่คนร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้มีการล็อกในส่วนที่สำคัญดังกล่าวนี้ไว้ เพื่อที่จะกำหนดให้ส่วนที่ไม่ควรแก้ไข หรือหากต้องการให้มีการแก้ไขก็ควรทำได้ยาก อย่างเช่น เรื่องของการแก้ไขรูปแบบรัฐ ระบอบการปกครอง การใช้อำนาจประมุขของรัฐ อำนาจศาล ซึ่งก็เป็นไปตามหลักสากล ที่จะต้องมีการทำประชามติ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคะ ท่านสาบานสิคะว่าถ้าท่านแก้ รัฐธรรมนูญโดยไม่มีความต้องการส่วนตัวหรือผลประโยชน์แอบแฝง ท่านสมาชิกผู้ต้องการ แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับคะ ท่านรับปากประชาชนสิคะว่าแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้แล้วจะแก้ปัญหา ภัยพิบัติน้ำท่วม ฝุ่น PM2.5 ดินโคลนถล่ม ปัญหาสงครามได้ ท่านรับปากสิคะว่าสงครามวันนี้จะสงบ ท่านรับปากสิคะว่าประชาชนจะพ้นความยากจน ประเทศไทยจะมีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ท่านรับปากสิคะว่าสังคมไทยจะสงบสุข ปลอดภัย ไม่มี ความขัดแย้ง ถ้าท่านไม่กล้ารับปาก แล้วท่านเอาความกล้าหาญไหนมาเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับโดยใช้งบประมาณชาตินับหมื่นล้านบาทไปกับสิ่งที่ท่านก็ยังไม่แน่ใจเลยในวันนี้ ทำไม ไม่เอางบประมาณหมื่นล้านบาทมาแก้ปัญหาน้ำท่วม ช่วยผู้ประสบภัย แก้ปัญหาสงคราม แก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ท่านที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับคะ ท่านกล้าพอไหมคะ ที่จะประกาศในสภาในตอนนี้ให้ชัดเลยค่ะว่าถ้าแก้แล้วปัญหาต่าง ๆ แก้ได้ หากแก้ไม่ได้ ท่านยินดีจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่ประเทศชาติต้องจ่ายทั้งหมด หรือท่านจะเลิกเป็น นักการเมืองและไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองตลอดชีวิต ในมาตรา ๒๕๖/๑ นี้นะคะ ดิฉันได้เสนอ คำสงวนความเห็นไว้ คือดิฉันได้เสนอข้อความว่าในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้มี คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยคณะกรรมาธิการจำนวนสามสิบห้าคน ซึ่งรัฐสภาเลือกตามมาตรา ๒๕๖/๑/๒ ในคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ให้มีที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการจำนวนสามสิบห้าคน

ส่วนในมาตรา ๒๕๖/๑ ก่อนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้ที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาลงมติว่าเห็นควรจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามกฎหมายว่าด้วย การออกเสียงประชามติว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ขออนุญาตย้ำนะคะ ข้อความนี้สำคัญ โดยให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย ทำไมคะ ท่านสมาชิกรัฐสภา ท่านต้องกล้าที่จะประกาศว่าท่านต้องการให้มีการทำประชามติใช่หรือไม่ ดังนั้น การลงคะแนนต้องเปิดเผย ใช้วิธีการเรียกชื่อ เพื่อให้ท่านที่เป็นผู้แทนราษฎรเวลาไปพบกับ ประชาชนในพื้นที่ของท่าน เวลาท่านหาเสียง อีกไม่กี่วันหรือไม่กี่เดือนคงจะยุบสภากันแล้ว ใช่ไหมคะ ท่านก็ไปหาเสียงเลยค่ะว่าท่านจะให้มีการทำประชามติให้ใช้งบประมาณ หมื่นล้านบาท จุดนี้ละค่ะ ให้ประชาชนตัดสินไปเลยค่ะว่าเขาจะเลือกท่านกลับมาไหม เขายัง จะเลือก สส. ที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ ประชาชนต้องการเลือก สส. ที่เห็นด้วย กับการใช้งบประมาณของชาติหมื่นล้านบาทไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยที่ปัญหาสำคัญ ของพี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการแก้ไขหรือไม่ และดิฉันได้สงวนความเห็นอีกส่วนหนึ่ง ก็คือว่าในกรณีเห็นชอบจะต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ของรัฐสภา ในจำนวนนี้ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา ทำไมคะ ส่วนนี้ก็ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ได้กำหนดไว้ เขาป้องกันเผด็จการรัฐสภาค่ะท่าน ที่พรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในรัฐสภา จะกลายเป็นผู้กำหนดทุกสิ่งอย่างในประเทศนี้ ท่าน สส. ท่านไม่ต้องกังวลค่ะ ท่านมี ๕๐๐ เสียง สว. มีแค่ ๒๐๐ เสียง หนึ่งในสามของ สว. มีแค่ประมาณ ๖๗ เสียง ไม่มากเลย หากเรื่องนั้นสำคัญมากพอ ดิฉันเชื่อว่า สว. เห็นด้วย ดิฉันเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ก็นั่นละค่ะ เหมือนนิทานที่เคยอ่าน ที่เขาว่าพระเจ้าสร้างให้ ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ ไม่มีภัยพิบัติที่รุนแรง แต่พระเจ้าก็กลัวว่าประเทศไทยจะเจริญ จนกลายเป็นมหาอำนาจครองโลก จึงสร้างนักการเมืองไทยให้มาฉุดความเจริญของ ประเทศไทยไว้ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน