เอกพร เสนอ ๒ ล้อ-สร้าง ส.ร.ฯ ถ่วงดุลอำนาจ แก้รัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๘

เอกพร รักความสุข อภิปรายเรื่องกลไกการร่างรัฐธรรมนูญในรูปแบบ ๒ ล้อ โดยวิจารณ์กระบวนการยกร่างปัจจุบันที่ขาดความเป็นเจ้าของของประชาชน และเสนอให้ใช้ระบบการคัดเลือกตัวแทนเพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มเปราะบาง เอกพร รักความสุข เสนอแนวทางแก้ไขโดยยกตัวอย่างปี ๒๕๔๐ ที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการหลากหลายชุด เพื่อสร้างความเห็นพ้องต้องกัน และเสนอให้จัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจำนวน ๑๕๑ คน เพื่อเป็นตัวแทนประชาชนตรวจสอบการยกร่างเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร

นายเอกพร รักความสุข กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเอกพร รักความสุข กรรมาธิการที่สงวนความเห็น สำหรับในวันนี้นั้น เป็นวันสำคัญของประเทศไทยตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ๙๓ ปีที่แล้วคนสยาม ซึ่งหมายถึง ประเทศไทยในเวลานี้ มีความมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญที่ได้อนุวัตใช้ในสยามประเทศในขณะนั้น จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ดังนั้นในวันนี้ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ใคร่ขอให้ ท่านสมาชิกรัฐสภาได้ลองพิจารณาความเห็นที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก กับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นนั้นมีความแตกต่างกันในสาระสำคัญ ในส่วนที่กระผม ได้สงวนความเห็นนั้น อยากยืนยันว่าตามรายงานของคณะกรรมาธิการที่นำเสนอต่อรัฐสภา วันนี้มีลักษณะของการสร้างกลไกวิธีร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะของ ๒ ล้อ ถ้าหากเป็นรถยนต์ ๒ ล้อจะไม่สามารถขับเคลื่อนออกไปได้ อย่างมากก็ได้แค่จักรยานยนต์ เท่านั้น ซึ่งอันตรายหากไม่ใส่หมวกกันน็อก หรือขับอย่างรวดเร็ว สิ่งที่พวกเราได้สงวน ความเห็นนั้น อยากจะกราบเรียนว่ามีความจำเป็นต้องสร้างอีก ๒ ล้อ ในรูปแบบของ สภาร่างรัฐธรรมนูญ จำนวนสมาชิกของสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นประกอบไปด้วยคน ๒ กลุ่ม กลุ่มที่ ๑ คือมาจากระดับจังหวัดจำนวน ๑๐๐ คน กลุ่มที่ ๒ จำนวน ๕๑ คน เป็นผู้เชี่ยวชาญที่จะมาช่วยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีความสมดุลในการถ่วงความคิด ความเห็น ชุดความคิดกับกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็น ของประชาชน สำหรับการอภิปรายเพื่อจะให้เหตุผลต่อเหตุผลเรื่องของการมี สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น กระผมขออภิปรายใน ๓ ประเด็น ดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ สิ่งที่จะเกิดขึ้นจะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเป็นเจ้าของ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกสร้างขึ้นจากคณะกรรมการ ร่างธรรมนูญ มีการประชุม ๕๐๑ ครั้ง ประกาศว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เราใช้อยู่ในเวลานี้ จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด แล้วเป็นอย่างไรล่ะครับ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ไม่สามารถ จัดการกับปัญหาโควิด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี มีปัญหาในเรื่อง ต่าง ๆ ในการตัดสินใจ ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งน้ำท่วม หรือปัญหาชายแดน วันนี้รัฐธรรมนูญ ที่ประชาชนเป็นเจ้าของเท่านั้นจะมีอารมณ์ มีความรู้สึกที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง ท่านประธานคงจะสังเกตเห็นนะครับว่าวิธีการประเทศเรานั้นที่เสียเวลาร่างรัฐธรรมนูญ มาหลายครั้งจนถึง ๒๐ ฉบับนั้น มีปัญหาจากวิธีการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึงคนที่มา ร่างรัฐธรรมนูญ ผู้แต่งตั้งใครมาร่างรัฐธรรมนูญ ผู้ยกร่างก็จะร่างไปตามแบบนั้น ดังนั้นถ้าหาก ประชาชนมีความเป็นเจ้าของ สามารถส่งคนของเขามาเป็นผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ ปัญหานี้ ก็จะหมดไป สิ่งที่ผมเห็นแตกต่างจากเพื่อนกรรมาธิการเสียงข้างมาก คือกรณี ๒๐ หยิบ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันหนึ่งที่สมาชิกรัฐสภาจำนวนมากตัดสินใจเลือกคน ๑ คน จากกรณี ๒๐ คน ไปเลือก ๑ คนนั้น ก็จะมีสภาพไม่ต่างกับการตั้งกรรมาธิการในสภา หรือการเลือกพวกตัวเองเข้าไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นเสียงคนตัวเล็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของคนพิการ ผู้หญิง เด็ก หรือคนที่ด้อยโอกาสในสังคม อาจจะไม่ถูกเลือก จากระบบแบบนี้ ดังนั้นการร่างรัฐธรรมนูญให้มีความเห็นพ้องต้องกันนั้น ในประเด็นแรก มีความจำเป็นอย่างยิ่ง หากปล่อยให้มีการทำเรื่อง ๒๐ หยิบ ๑ คนตัวเล็ก ๆ ในสังคมอาจจะ ไม่ได้รับการเลือก

ประเด็นที่ ๒ รัฐธรรมนูญที่มีความสมดุล ท่านประธานที่เคารพครับ ตัวอย่าง ของการยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้ตั้งคณะกรรมาธิการอย่าง ที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากกำหนดเพียงแค่ ๒ ชุด เขามีกรรมาธิการอีก ๖ ชุด เพื่อที่จะ ทำให้กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญนั้นมีความเห็นพ้องต้องกันจากสังคมไทยโดยรวม ในที่สุด วันนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ จึงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับของพลเมืองไทย ไม่ใช่ของกลุ่มใด กลุ่มหนึ่งอย่างที่เกิดขึ้นมา

ประเด็นสุดท้าย วันนี้เจตนารมณ์สำคัญของท่านสมาชิกรัฐสภาคืออยากให้ รัฐธรรมนูญของไทยจบเสียที ให้เป็นฉบับสุดท้าย เหมือนทุก ๆ ประเทศที่เขาไม่ต้องมา เถียงกันเรื่องว่าจะต้องแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ การจะมีรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายได้นั้น จะต้องเกิดจากความเห็นพ้องต้องกัน จริงอยู่ครับ การลงประชามติอาจจะบอกว่าสามารถ สร้างการยอมรับจากคนไทยทั้งประเทศ แต่พอถอยหลังกลับไปมองเรื่องในอดีตในการลง ประชามติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ประชาชนที่เข้าคูหา ดังกล่าวกลับต้องตกใจว่าถ้าลงประชามติไม่รับรัฐธรรมนูญ ก็ต้องกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ชั่วคราวของผู้ยึดอำนาจ ฉะนั้นการอยู่ในสภาพจำนนแบบนี้จะไม่ได้รัฐธรรมนูญฉบับถาวร ดังนั้นเหตุผลที่พวกเราได้อภิปรายเกี่ยวกับการสร้าง สสร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อเป็นลมหายใจของสังคม ให้คนจำนวน ๑๕๑ คน คอยทักท้วงสิ่งที่คณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะนำพาประเทศผิดทิศทาง ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ผมอยากขอสรุปนะครับว่า ถ้าเราอยากจะเติมเต็มระบบของสังคมไทย อย่าปล่อยให้รถยนต์มีเพียง ๒ ล้อ ก็จะต้องเพิ่มอีก ๒ ล้อจากตัวแทนจังหวัด ๑๐๐ คน ที่ผ่านการเลือกโดยสมาชิกรัฐสภา แล้วอีก ๕๑ คน เอาคนเก่งของประเทศไทยให้มามี ส่วนร่วมเป็นล้อทั้งสี่ของรถยนต์ของประเทศไทยเพื่อจะขับเคลื่อนไปอย่างปกติ ไม่ได้มีสภาพ อาการพิกลพิการอย่างที่เรามีปัญหาในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ขอบพระคุณมากครับ