ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น เสนอความจำเป็นในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์ โดยเน้นย้ำว่าองค์กรผู้ร่างต้องมีความเป็นอิสระและเป็นกลางทางการเมือง ไม่ถูกครอบงำจากกลุ่มใด ๆ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ชลน่าน ศรีแก้ว อธิบายหลักการร่างรัฐธรรมนูญโดยเสนอให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑๕๑ คน มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมผ่านที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อเป็นไปตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชลน่าน ศรีแก้ว เสนอข้อกังวลเกี่ยวกับการร่างรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าหากใช้วิธีคัดเลือกโดยเสียงข้างมากอาจนำไปสู่การครอบงำและขาดความสมดุล จึงเสนอให้แก้ไขวิธีการคัดเลือกกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้มีกลไกถ่วงดุลจากทุกฝ่ายเพื่อป้องกันความไม่เป็นธรรม
ท่านประธานที่เคารพกระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะ กรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะกรรมาธิการผู้สงวน ความเห็น อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าความจำเป็นและเหตุผลที่จะมากราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านนะครับ ในที่ประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาเรา เหตุผลตรงนี้จะเป็นตัวชี้อนาคตถึงประเทศชาติบ้านเมืองเราในอนาคตว่า เราจะมีธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เป็นรัฐธรรมนูญของทุกภาคส่วน เป็นรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนที่แสดงถึงความเป็น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากขึ้น เพราะฉะนั้นการตัดสินใจของท่านสมาชิกในวันนี้ มีผลต่ออนาคตของประเทศชาติบ้านเมืองในเรื่องนั้นจริง ๆ ท่านประธานครับ ในข้อสงวน ของกระผมเอง และในข้อสงวนของกรรมาธิการในซีกของพรรคเพื่อไทย
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ องค์กรผู้ร่างรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย เราเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมและการทำหน้าที่ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ บนพื้นฐานที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการกระบวนการตรวจสอบ และที่สำคัญครับ องค์กรนี้ ต้องมีที่มาจากสมาชิกหรือตัวกรรมาธิการที่มีความเป็นอิสระ มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ถูกครอบงำ ชี้นำโดยกลุ่มหรือโดยสีใด ๆ ทั้งสิ้นเราถึงจะได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่กรรมาธิการของพรรคเพื่อไทยได้สงวนความเห็น และผมเองได้สงวน ความเห็นเราเลยโดยมุ่งเน้นว่า
๑. ต้องเป็นสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กร ที่ ๑ ครับ ๑๕๑ คน ๑๐๐ คน มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน อีก ๕๑ คน มาจาก ตัวแทนขององค์กรภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะมีรายละเอียดในมาตรา ๒๕๑/๑/๑ ต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ห้ามผู้ร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้ง ทางตรงของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นในบทมาตราที่เราเขียนรองรับไว้ สมาชิกสภาร่าง หรือกรรมาธิการที่มา ต้องมาจากการคัดเลือกของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา การเลือกตั้ง เป็นการเลือกตั้งเบื้องต้น เป็นการเลือกตั้งทางอ้อมมาเท่านั้น เป็นคัดเลือกเบื้องต้นเท่านั้น เราจึงมั่นใจว่าไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เพราะผู้ร่างมาจากการคัดเลือก ของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ กรรมาธิการที่จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการที่จะรับฟังความเห็น ถ้าเป็นไปตามร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก มีโอกาสและสุ่มเสี่ยงมากที่จะถูกครอบงำ ชี้นำจากบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือสีใดสีหนึ่ง ในรัฐสภาชุดต่อไปในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ผมไม่ได้หมายความว่าเป็นสีใดสีหนึ่งตามที่ทุกคน เข้าใจนะครับ เพราะผลการเลือกตั้งยังไม่ออก ผู้ที่ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๗ และรัฐสภา บวกกับ สว. ที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ละครับ คือรัฐสภาในชุดนั้น ผู้ที่ครองเสียง ข้างมากได้สามารถที่จะชี้นำ ครอบงำคนที่จะมาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ โดยกรรมาธิการเสียงข้างมาก โดยมติของเสียงข้างมากได้อยู่แล้ว ไม่ว่าเราจะใช้วิธีการ เช่นของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๒๐ หยิบ ๑ ก็เป็นไปตามสัดส่วนเสียงข้างมาก สุดท้าย ก็เป็นไปตามเสียงข้างมากครับ และที่สำคัญ กรรมาธิการร่างธรรมนูญของกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ทำหน้าที่ ๒ อย่างในคราวเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ๑. ยกร่าง ๒. พิจารณาร่าง ให้ความเห็นชอบร่างเลยก่อนที่จะนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อไป เบ็ดเสร็จอยู่ในตัวครับท่านประธาน ๓๕ คน กำหนด ประเทศได้ ถ้า ๓๕ คน ถูกครอบงำ ชี้นำมาตั้งแต่การส่ง ถ้า ๓๕ คน ถูกครอบ สงสัย ผมจะพูดเรื่องนี้ไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้า ๓๕ คนที่เป็นผู้เขียนรัฐธรรมนูญ สุ่มเสี่ยงต่อการครอบงำ ชี้นำตั้งแต่กระบวนการการรับสมัครเบื้องต้นนะครับ ซึ่งในร่าง ของกรรมาธิการเสียงข้างมากก็เสมือนจะไปเอื้อให้กับคนกลุ่มนี้ถูกจัดตั้งมาตั้งแต่แรก ๓๕ คน ใส่ชื่อมาได้ทันทีครับ และมีผู้สนับสนุนอีก ๑๐๐ คน บุคคลทั่วไปยากมากครับที่จะไปหา ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๑๐๐ คนมาสนับสนุนตัวเองให้สมัครเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเป็นพรรคการเมือง กลุ่มการเมืองที่เขามีสมาชิกพรรคอยู่แล้ว ง่ายมากครับที่จะมี ผู้รับรองตรงนั้น เพราะฉะนั้นข้อสงวนของกระผมเองจึงต้องการที่จะตัดประเด็นนี้ออกไป ลดการครอบงำ ชี้นำให้มากที่สุด กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญที่ผมเสนอเลยเสนอที่มาครับ ใน ๓๕ คน มีที่มาตามสัดส่วนภูมิภาค ๒๐ คน ๒๐ คนครับ มาตามความเชี่ยวชาญที่เป็น สาขาต่าง ๆ เช่น เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมหาชน จำนวน ๕ คน เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ ๕ ผู้มีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญอีก ๕ คน คือเรากำหนดคุณสมบัติเบื้องต้นของประเภทไว้เลย ให้เขา ไปสมัคร และดำเนินการคัดเลือกตามมาตรา ๒๕๖/๕ ซึ่งผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะก้าวล่วงไปนิดเดียวเพื่อจะได้เห็นภาพ มาตรา ๒๕๖/๕ ถ้าร่างของกรรมาธิการ เสียงข้างมากคือ ๒๐ หยิบ ๑ แต่ของกระผมเองครับ เพื่อป้องกันการผูกขาด การครอบงำ ชี้นำของเสียงข้างมากในยุคนั้นผมเลยใช้วิธีการให้รัฐสภาคัดเลือก โดยใช้แนวทาง ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ มาเป็นฐานในการพิจารณา ผมกราบเรียน ท่านประธานเลยครับ ผู้ที่จะได้เป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ๑ คน จะผ่านการเห็นชอบ ของรัฐสภา ๑. เสียงต้องเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ๒. ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วย ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ คือ ๔๐ คน และ ๓. ต้องได้รับเสียงจากฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านที่ไม่มีสมาชิก เป็นท่านประธานสภาหรือรองประธานสภา หรือคณะรัฐมนตรีอีกร้อยละ ๒๐ เหมือนกับ พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ครับ ถ้าเป็นอย่างนี้จะเกิดการถ่วงดุลครับ คนที่มาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญจะถูกถ่วงดุล จากการเห็นชอบของทุกฝ่ายถึงจะเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญได้ อันนี้คือสิ่งที่ผม ได้แปรญัตติแล้วแตกต่างไปจากร่างของสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการของพรรคเพื่อไทย ของพรรคเพื่อไทยนี่ ๒๘ หยิบ ๑ ครับ แล้วก็มาจากผู้เชี่ยวชาญอีก ๑๐ ท่าน ของผมนี่ แบ่งประเภทก่อนแล้วไปให้รัฐสภาเลือกตามวิธีการของมาตรา ๒๕๖ ในการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าทำอย่างนี้เรามั่นใจว่าเราจะได้ สมาชิกที่มาเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากทุกภาคส่วน ป้องกันการครอบงำ ชี้นำ ป้องกันการฮั้ว ให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นสีใดสีหนึ่งได้ ก็เลยมีความจำเป็นต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ พวกเราเป็นผู้กำหนดอนาคต ของประเทศ ถ้าเราเห็นว่าสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเสนอและผมเสนอ เป็นหนทางที่จะได้มา ซึ่งกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็สมาชิกร่างรัฐธรรมนูญที่มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เป็นแนวทางที่น่าจะมีความสอดคล้อง ถูกต้อง เหมาะสม ภายใต้กระบวนการการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนด้วยเพราะมีการเลือกตั้งทางอ้อมมาเบื้องต้น จะทำให้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่เกิดขึ้นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นของทุกภาคส่วน ที่แท้จริง และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ