ชูศักดิ์ ศิรินิล อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยชี้แจงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของมาตรา ๒๕๖/๑ ที่ตัดสิทธิประชาชนในการเลือกตัวแทนโดยตรงและเปลี่ยนกระบวนการคัดเลือกจากเดิมให้เหลือเพียงรัฐสภาเป็นผู้ตัดสินใจแทน
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา และในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับมาตรา ๒๕๖/๑ เป็นเรื่องของ การกำหนดองค์กรที่จะทำหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งกรรมาธิการเสียงข้างมาก กำหนดองค์กรไว้ ๒ องค์กร ประกอบด้วยองค์กรที่ ๑ เรียกว่าคณะกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน ๓๕ ท่าน ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจาก บัญชีรายชื่อซึ่งบุคคลที่สมควรได้รับการคัดเลือกตามมาตรา ๒๕๖/๕ คณะกรรมาธิการที่ ๒ เรียกว่าคณะกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่าง รัฐธรรมนูญ ประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวน ๓๕ ท่าน ซึ่งรัฐสภาคัดเลือกจากบัญชี ตามมาตรา ๒๕๖/๙/๑๑ ท่านประธานครับ กรรมาธิการทั้ง ๒ คณะนี้ กรรมาธิการเสียงข้างมากเปลี่ยนแปลงไปจาก ร่างเดิม ร่างเดิมที่ว่านั้นคือร่างของคุณพริษฐ์ วัชรสินธุ และคณะ ในประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ ร่างเดิมให้มีการสมัครกันมาเป็นกลุ่ม กลุ่มละ ๑๗-๗๐ คน แล้วให้ประชาชนเลือกให้มี การลงคะแนนโดยตรงและลับโดยประชาชน แล้วนำ ๗๐ คนนั้นมาให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ ๓๕ คน โดยมีการเลือกที่เรียกกันโดยทั่วไป เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ บอกแล้วก็คือใช้สูตร ๒๐ หยิบ ๑ โดยสาระสำคัญที่อยากเรียนที่ประชุมที่เคารพก็คือว่า ทั้งนี้ กรรมาธิการชุดที่ ๑ นี้ได้มีการตัดการเลือกโดยประชาชนออก ให้สมัครโดยตรงกับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง แล้วนำรายชื่อทั้งหลายทั้งปวงนั้นส่งรัฐสภาให้รัฐสภาเลือก ให้เหลือ ๓๕ คนหรือ ๓๕ ท่าน เป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับคณะกรรมาธิการ ชุดที่ ๒ เรียกว่าคณะกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการร่างรัฐธรรมนูญ คณะกรรมาธิการชุดนี้เปลี่ยนชื่อ ร่างเดิมใช้คำว่า คณะกรรมการที่ปรึกษา มีทั้งหมด ๑๐๐ คน เลือกโดยตรงจากประชาชนมาเช่นเดียวกัน แต่กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ตัดออก แล้วท้ายที่สุดให้มีการมาสมัครที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ส่งรายชื่อมาให้รัฐสภาเลือก เหลือ ๓๕ คน โดยใช้สูตรทำนองเดียวกัน โดยรวมครับท่านประธานที่เคารพ ขอเรียนสมาชิกว่า ร่างเดิมที่นำเสนอนั้นมีการปรับเปลี่ยนไปจากร่างเดิม กล่าวคือทำการให้แก้ไขจากร่างเดิม ในวาระที่หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ ๑. ตัดการเลือกโดยตรงโดยประชาชนออก ทั้ง ๒ กรรมาธิการ ผมเข้าใจว่าท่านเจ้าของร่างเดิมนี้ก็เข้าใจว่ายังคงสงวนความเห็นขอให้ กลับไปใช้ร่างเดิมอยู่ ซึ่งคงจะมีการอภิปรายกันในวาระต่อไป
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ส่วนของกรรมาธิการในส่วนของพรรคเพื่อไทย เราเห็นว่าการจัดกรรมาธิการเป็น ๒ ส่วนดังนั้นคิดว่าน่าจะไม่ถูกต้อง น่าจะไม่เพียงพอ และจะได้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญใหม่นั้นจะเป็นปัญหา เราจึง ขอสงวนความเห็นแล้วก็แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๕๖/๑ เป็นกลุ่มดังต่อไปนี้ กลุ่มที่ ๑ ก็คือ เราคิดว่าควรจะมีคณะกรรมการสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ มี สสร. ตามที่เราคิดไว้แต่เดิม โดยมีความเชื่อว่าการมี สสร. สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นผลดี มากกว่าการมีเพียงกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็น โดยเหตุนี้ เราจึงขอสงวนความเห็นโดยเพิ่มสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร. ประกอบด้วยองค์ประกอบก็คือ มี สสร. ๑๐๐ คน เลือกมาจากประชาชน ๓๐๐ คนทั่วประเทศ แล้วท้ายที่สุดให้รัฐสภา เลือก สสร. นั้น โดยมีหลักประกันว่าอย่างน้อยต้องมี สสร. จังหวัดละ ๑ คน แปลว่า ประชาชนเลือกมา ๓๐๐ คน แล้วให้รัฐสภานี้เลือกเหลือ ๑๐๐ คน การตัดสินใจเช่นนี้ เราเชื่อมั่นว่าไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น กำหนดไว้เพียงว่าห้ามมิให้รัฐสภาเลือกผู้ร่างจากประชาชนโดยตรง อันนี้เป็นเรื่องของผู้ที่ สมควรจะสมัครเป็น สสร. ไปสมัครแล้วให้ประชาชนเลือกมาเบื้องต้น แล้วให้รัฐสภา มาคัดเลือกเหลือ ๑๐๐ คน จึงมิใช่การเลือกผู้ร่างโดยตรงตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกส่วนหนึ่งเราคิดว่า สสร. ๑๐๐ คนนี้ไม่น่าจะเพียงพอ และประกอบด้วยรัฐสภาเลือก เท่านั้น เราจึงเห็นว่าควรจะมี สสร. ส่วนหนึ่งที่มาจากการเสนอขององค์กรทั้งหลาย เช่น องค์กรที่ว่านั้นก็คือองค์กรวุฒิสภา องค์กรสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี องค์กรเอกชน ทั้งหลาย องค์กรส่วนท้องถิ่นทั้งหลาย รวมตัวกันแล้วเลือกมา เสนอให้รัฐสภาแต่งตั้งจำนวน ๕๑ คน ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องที่เรานำเสนอว่าควรจะมีองค์กรที่ ๑ สมาชิกที่เรียกว่า สสร. สภาร่างรัฐธรรมนูญมาจำนวน ๑๕๑ คน แล้วท้ายที่สุดก็มาเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอกรรมาธิการอีก ๒ ส่วน ที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ๑. ก็คือกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ๒. กรรมาธิการรับฟังความเห็น จำนวนกรรมาธิการละ ๓๕ คน เราเห็นว่าการจัดกระบวนการกรรมาธิการเช่นนั้น ๓๕ คน คัดเลือกโดยรัฐสภาอย่างเดียว ใช้สูตร ๒๐ หยิบ ๑ นั้นอาจจะมีข้อบกพร่อง ที่ในท้ายที่สุด จะนำไปสู่การที่ว่าใครคุมเสียงรัฐสภาเสียงข้างมากได้ ก็จะคัดเลือกกรรมาธิการได้ตามที่ตนเอง ต้องการ กรรมาธิการ ๓๕ คนนั้นอาจจะเป็นกรรมาธิการของรัฐสภาเสียงข้างมาก จะทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะยกร่างนั้นบิดเบี้ยวไป อย่างนี้เป็นต้น เราจึงเสนอว่าใน ๓๕ คนนั้น ควรจะใช้สูตรใหม่ ก็คือว่าให้มีที่รัฐสภาเลือกเพียง ๒๕ ท่าน แล้วให้มีการเสนอแต่งตั้ง โดยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายเพิ่มเติมเข้าไปอีก ๑๐ ท่าน เป็น ๓๕ ท่าน ๑๐ ท่านนั้นมาจากไหน ก็มาจากการแต่งตั้งของรัฐสภาเหมือนกัน แต่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย เช่น ทางด้าน นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ด้านกฎหมายมหาชน เหล่านี้เป็นต้น เพิ่มเข้าไป เพื่อเป็นการถ่วงดุลกัน ระหว่างกรรมาธิการ ๓๕ คนนั้นให้มีความหลากหลายขึ้น ส่วนกรรมาธิการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนนั้น เราก็เห็นว่าควรจะมีเพิ่มเติมเช่นเดียวกันว่าน่าจะใช้สูตร ๒๕ บวก ๑๐ เช่นเดียวกัน ๑๐ คนนั้นมาจากไหน เช่น ๑๐ คนนั้นมาจากการเสนอโดยคณบดี คณะนิเทศศาสตร์ วารสารศาสตร์ หรือคณะอื่น ๆ ทำนองเดียวกัน มาจากองค์กรเอกชน ที่รับผิดชอบด้านสื่อสารมวลชนเอาเข้ามา เป็นคณะกรรมการรับฟังความเห็นของประชาชน ในการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดนี้จึงเป็นการสงวนแล้วก็เสนอเพิ่มเติมในการแปรญัตติ มาตรา ๒๕๖/๑ องค์กรที่จะทำหน้าที่ในการจัดทำรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยเสนอเป็น ๓ องค์กร ๑. ก็คือมีสภาร่าง ๒. มีกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ๓. มีกรรมาธิการรับฟัง ความเห็นของประชาชน ทั้ง ๓ องค์กรนี้มีความยึดโยงกับประชาชน เราไม่ตัดการเลือก โดยประชาชนออก ขณะเดียวกันเราก็คิดว่าการตัดสินใจแบบนี้จะทำให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญนั้น มีความหลากหลายขึ้น รัฐธรรมนูญที่ออกมานั้นจะมีความเป็นกลาง ไม่ยึดโยงกับเสียงข้างมาก หรือไม่ยึดโยงกับพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือพรรคเสียงข้างมากเป็นการเฉพาะ จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นรัฐธรรมนูญที่เรียกได้ว่ามาจากพี่น้องประชาชน โดยแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือการสงวนและขอแปรญัตติของกรรมาธิการในส่วน ของพรรคเพื่อไทย และรายละเอียด เช่น ทำไมควรจะมี สสร. ทำไมควรจะอย่างนี้ดีกว่า ก็จะมีกรรมาธิการในส่วนของพรรคเพื่อไทยขออภิปรายเพิ่มเติม ขอบพระคุณท่านประธานครับ