จุลพันธ์ ตั้งข้อสังเกตการจัดการเวลา-งบประมาณ-นโยบายรัฐ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าในการอภิปรายในสภาและการจัดการเวลาประชุมที่ขาดประสิทธิภาพ พร้อมวิพากษ์นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลที่เน้นมาตรการประชานิยมระยะสั้นโดยขาดความชัดเจนและวิสัยทัศน์ระยะยาว รวมถึงความไม่โปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณและการดูแลภาคการเกษตรที่อาจกักขังมากกว่าพัฒนา เรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดต่อโครงการรัฐ โดยเฉพาะกรณีแผ่นดินทรุดในเขตดุสิตและบทบาทของผู้นำในการลงพื้นที่ พร้อมเสนอตั้งหน่วยงานตรวจสอบอิสระเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและรักษาศักดิ์ศรีของระบบรัฐสภา

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานขณะนี้เวลา ๐๐.๑๐ นาฬิกา เราก็อภิปรายกันมาทั้งวัน แล้วยังมีผู้อภิปรายอีกเป็น ๑๐ ท่าน เราน่าจะเสร็จกันประมาณไม่ต่ำกว่าตีสองผมคำนวณ เวลาดูแล้วครับ

ประเด็นแรกผมอาจจะพยายามบอกข้อมูลข้อเท็จจริงผ่านไปยังคณะรัฐมนตรี วันพรุ่งนี้ผมเข้าใจมีการนัดประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วก็มาบีบเวลากับทางสภาผู้แทนราษฎร ให้พวกเราเสร็จสิ้นการประชุมในเรื่องของการแถลงนโยบายก่อนเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ของวันนี้ ก่อนเวลา ๖ โมงเย็น เพราะว่า ครม. ต้องมีการประชุมนัดพิเศษ สาเหตุไม่มีอะไร มากครับ สิ่งที่เรากำลังพิจารณากันอยู่เรื่องของการแถลงนโยบายมันเต็มไปด้วยงบประมาณ มันเต็มไปด้วยเม็ดเงิน แล้วมันจะต้องไปดำเนินการในเรื่องของเงินงบประมาณที่มันค้างท่อ อยู่ที่มันเหลือจ่ายของปี ๒๕๖๘ อยู่หลายหมื่นล้านบาท เพื่อที่จะเอามาใช้ให้ทัน ผมเข้าใจ เป็นข้อจำกัดของเรื่องกรอบเวลา เพราะงบประมาณแผ่นดินมันต้องดำเนินการให้เสร็จก่อน วันที่ ๓๐ กันยายน จะสิ้นสุดไปคือวันนี้ แต่จริง ๆ แล้วผมไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรี รู้หรือไม่ กระบวนการในเรื่องของการแถลงนโยบายเป็นเรื่องของการรับทราบ ณ นาทีที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอ่านเล่มสีน้ำเงินจบหน้าสุดท้ายแล้วกล่าวคำว่า ขอบคุณครับ อำนาจเต็ม อยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ครม. เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดำเนินการได้ทุกอย่าง ท่านไม่ต้อง รอวันนี้จนกระทั่ง ๖ โมงเย็นแล้วไปประชุม ครม. นัดพิเศษเพื่อที่จะอนุมัติงบ ท่านสามารถ ประชุมดำเนินการตั้งแต่วันนี้ได้เลย แล้วการประชุมดำเนินการลักษณะนี้ท่านไม่ต้องไป ประชุมที่ทำเนียบ ท่านประชุมที่นี่ก็ได้ องค์คณะของคณะรัฐมนตรีคือตัวท่านที่นั่งอยู่ บนบัลลังก์ ไม่ใช่สถานที่ ไม่ใช่ตึกบัญชาการ ๑ ไม่ใช่ทำเนียบรัฐบาล แต่คือบุคลากร คณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ ท่านประชุมกันที่นี่ดำเนินการให้มันแล้วเสร็จ ไม่ต้องให้สภามาประชุม ถึงตีสอง ตีสามก็ทำได้ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าใครเป็นผู้แนะนำให้ท่านดำเนินการเช่นนี้ เราอยู่ ในรัฐบาลซึ่งมาจากความผิดปกติในระบอบประชาธิปไตย เป็นรัฐบาลซึ่งไม่ยึดโยงกับระบอบ ประชาธิปไตยซึ่งยึดมั่นในเรื่องของเสียงข้างมาก เป็นรัฐบาลที่ออกตัวแล้วว่าท่านเป็นเสียง ข้างน้อยมาจากการที่มีพรรคฝ่ายค้านร่วมยกมือสนับสนุนโดยไม่ไปร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรี อันนี้เป็นสิทธิที่แต่ละพรรคการเมืองสามารถดำเนินการแล้วก็ตัดสินใจได้ แต่วันที่ดำเนินการกันนั้นมีเสียงในสภาสนับสนุนท่านนายกรัฐมนตรี ๓๑๑ เสียง ๓๑๑ เสียง วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดเสียงมั่นใจเลยบอกว่าให้คำมั่นสัญญาว่าต่อไปนี้ พรรคร่วมรัฐบาลจะอยู่เป็นองค์ประชุมดำเนินการการประชุมสภาตั้งแต่วันนี้จนวันที่หมดอายุ ของสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ ทั้งหล่อ ทั้งฟังดูดี แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมากระบวนการ ในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ราบรื่น สัปดาห์ที่แล้วทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายเรื่องสภาล่ม วันนี้ท่านประธานเหลือบไปมองบนจอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงชื่อเป็นองค์ประชุม ๒๘๒ ท่าน หายไปไหนหมดครับ ๓๑๑ ท่าน หายไปไหนหมด นี่ขนาดการแถลงนโยบายของ รัฐบาลท่านเองนะ ยังไม่ให้ความสำคัญ ผมเข้าใจเรื่ององค์ประชุมเพราะว่าอันนี้เรื่องรับทราบ เราก็รู้กันอยู่ แล้วพวกผมก็ต้องอภิปราย ผมไม่มานั่งนับองค์ประชุมท่านหรอก แต่นี่มันคือ สิ่งที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้และการกำชับให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกำกับของรัฐบาล เข้าร่วมประชุม หายไปไหนกันหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับมอบหมายจากทาง พรรคให้มาพูดถึงเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งทางรัฐบาลได้มีการเขียนอยู่ในคำแถลงนโยบาย เพียงแค่ ๒ หน้า น้อยมาก แต่ผมเข้าใจโจทย์ท่านคือ ๔ เดือน ระยะเวลามันจำกัด ท่านพูด หลัก ๆ ๕ ข้อ ๑. การสร้างรายได้ ลดรายจ่าย อันนี้พูดถึงเรื่องของโครงการคนละครึ่ง ๒. เรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน การเพิ่มสภาพคล่องทั้งเรื่องของหนี้ภาคประชาชน การเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ SMEs ๓. เรื่องการเพิ่มโอกาสการออมของ ประชาชนรายย่อย ๔. การฟื้นความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว แล้วก็ ๕. เรื่องของปัญหา ผลกระทบจากสงครามการค้าท่านประธานครับ ผมอ่านแล้ว ๒ หน้า ฟังดูมันต้องใช้คำว่า มันอ้อมค้อม มันอ้อมแอ้ม พูดไม่เต็มปากเต็มคำ ผมพยายามที่จะหาคำตอบว่าทำไมมันเขียน แปลก ๆ หลายข้อ หลายเรื่องเหลือเกิน พอมาดูในรายละเอียด เพิ่มโอกาสในการออมของ ประชาชนรายย่อยให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิในการซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยสะดวก การพัฒนา ผลิตภัณฑ์สลากเพื่อการออม การแก้ไขปัญหาหนี้สิน การเพิ่มสภาพคล่องให้กับประชาชน แก้ไขปัญหาหนี้รายบุคคลในระบบ รายละเอียดไม่มีนะครับ ฟังแล้ว เอ๊ะ ทำไมเหมือนเขียน ไม่ค่อยเต็มปากเต็มคำไปเขียนใช้คำแปลก ๆ มาถึงบางอ้อเพราะมานั่งคุยกันไปดูกันมา ผมอ่านอยู่ ๓ รอบ ๕ รอบ สุดท้ายผมถึงเข้าใจครับ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับ ประชาชน เป็นสิ่งที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลนายกรัฐมนตรีเศรษฐา มาถึง นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร แล้วท่านจะมาทำต่อ ดีครับเป็นเรื่องดี นโยบายในเรื่อง ของการให้ประชาชนซื้อพันธบัตรรัฐบาลโดยสะดวก e-Token รัฐบาลแพทองธารทำไว้ มาถึงบางอ้อ พัฒนาผลิตภัณฑ์สลากเพื่อการออมมันคืออะไร อ๋อ มันคือหวยเกษียณที่รัฐบาล ชุดก่อนหน้าดำเนินการ ชุดที่ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนั่นละครับ ไม่ใช่ เรื่องผิดครับ อย่าไปอ้อมแอ้มกับเรื่องพวกนี้ อย่าไปเขิน นโยบายของรัฐบาลชุดก่อนหน้า นโยบายใดที่ท่านเห็นว่าเป็นประโยชน์แล้วท่านจะสานต่อ เป็นสิ่งที่ดีกับพี่น้องประชาชน ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง e-Token ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหวยเกษียณ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ แก้ไขปัญหาหนี้สินให้ประชาชน แต่ในขณะเดียวกันนโยบายใดก็ตามของรัฐบาลชุดก่อนหน้า หากท่านไม่ชอบแล้วท่านจะไม่ทำ ท่านจะไม่สานต่อ อันนี้เป็นสิทธิ ผมเคารพเป็นสิทธิ ของท่าน แน่นอนผมรู้สึกเสียดายแทนประชาชนนั่นละครับ เสียดายแทนโอกาสที่ประชาชน จะได้รับ ทั้งเรื่องของนโยบาย ๒๐ บาทตลอดสาย ทั้งเรื่องของนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของ Soft Power เรื่องของเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า การต่อเนื่องในเรื่องของนโยบายอาหารฮาลาล เรื่องของการตรึงราคาพลังงาน เรื่องกัญชาที่จะสามารถใช้ได้เฉพาะการแพทย์เท่านั้น เรื่องการสนับสนุนเรื่องของสุราชุมชน บ้านเพื่อคนไทย การสนับสนุนเรื่องของการท่องเที่ยว เช่นเรื่อง F1 เช่นเรื่อง Tomorrowland หากท่านไม่ชอบท่านไม่เห็นด้วยมันไม่ใช่เรื่องแปลก และท่านในฐานะรัฐบาลอำนาจเต็มท่านมีสิทธิคิดและมีสิทธิตัดสินใจ พวกผมไม่ท้วงติง ในประเด็นลักษณะนี้ แต่แน่นอนโอกาสมันสูญเสียไป ท่านประธานครับ เรื่องของนโยบาย ต่าง ๆ ที่ท่านได้นำแถลงต่อสภาในวันนี้ ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าเมื่ออ่านแล้วผมค่อนข้าง เป็นห่วงอยู่ ๒-๓ ประเด็นครับ

ประเด็นแรก ในหัวข้อในหน้า ๒ ท่านเขียนชัดเจน ท่านออกตัว ใช้คำว่า ท่านออกตัว ท่านบอกว่าด้วยระยะเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดและงบประมาณที่รัฐบาลนี้ไม่ได้ เป็นผู้จัดทำ เรื่องนี้ Fake News จริงครึ่งเดียว สาเหตุที่จริงครึ่งเดียวเพราะอะไร ท่านอ้างว่า ท่านไม่ได้เป็นคนจัดทำรัฐบาล แต่ท่านประธานที่เคารพ วันที่งบประมาณแผ่นดินปี ๒๕๖๙ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เรามีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ท่านเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีที่ส่งกฎหมายนี้ ตัว พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ ณ วันนั้นนั่งอยู่ข้างบนนี้เกือบครึ่ง กระทรวงที่กำกับดูแลเกินครึ่งของรัฐบาลในวันนั้นจะบอกว่า ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการงบประมาณแผ่นดินใด ๆ เลยก็พูดไม่ถูก ก็พูดไม่ตรงนัก แต่ท่านประธาน เรื่องที่ท่านพูดถึงในเรื่องของงบประมาณ ท่านไม่ได้เป็นคนดำเนินการในเรื่องของการจัดทำ อันนี้ผมรับได้ แต่สิ่งซึ่งรัฐสภาแห่งนี้จะต้องคอยติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด กระพริบตาไม่ได้ คืองบประมาณแผ่นดินในปี ๒๕๖๙ ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ๑ ตุลาคม เราต้อง จับตา เพราะว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงงบประมาณอย่างมโหระทึก อย่างมโหฬาร โดยรัฐบาลของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงการ ทั้งเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงที่หมายเป้าหมายจุดดำเนินการ ถ้าเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเหมาะสม เปลี่ยนเพื่อให้เกิดประโยชน์มากขึ้นกับพี่น้องประชาชน อันนี้เรารับได้ แต่หากเปลี่ยนเพื่อหวังผล ทางการเมืองอันนี้น่าเป็นห่วง หากเปลี่ยนเพื่อตอบแทนบุญคุณกับเสียงที่เลือกท่านมา อันนี้ยิ่ง รับไม่ได้ หากเปลี่ยนเพื่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน อันนี้เดี๋ยวเราเจอกันแน่ในการอภิปราย ไม่ไว้วางใจมันจะต้องเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพอันนี้หรือไม่ที่หลายพรรคหลายคนมา พูดถึง ที่เขาใช้ภาษาอังกฤษว่า Confidence and Supply` โหวตเลือกเพื่อ Supply เพื่อให้ เขาคืนอะไรกลับมาให้ คืนเป็นงบประมาณหรือไม่ มีการลือกันฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีพวกผมหูดีครับอยู่ในสภา เขาพูดถึงตัวเลขงบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณคืนกลับให้กับสมาชิกบางท่านบางกลุ่ม อย่าให้กลไกรัฐสภา อย่าให้กลไก ประชาธิปไตยบิดเบี้ยวไปกว่านี้ วันนี้กลไกความเป็นพรรคการเมืองไม่เหลือแล้ว พรรคการเมือง อยู่ฝ่ายค้านยกมือให้นายกเป็นนายกรัฐมนตรี บางคนบางกลุ่มพาคนไป ๓ คน ๕ คน ไม่ต้องมีคำว่า พรรคการเมือง ได้ตำแหน่ง ได้ผลตอบแทน ได้งบประมาณ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ระบบ รัฐสภาของเราล้มเหลวในระยะยาวครับ

เรื่องที่ ๒ ที่เป็นห่วงคือสิ่งที่เรียกว่าหายนะทางเศรษฐกิจ แน่นอนว่านโยบาย ในเรื่องของการดำเนินการของท่านมีกรอบระยะเวลาค่อนข้างสั้น ท่านบอกว่าท่านมี ๔ เดือน แต่ท่านประธานที่เคารพ การที่ท่านบอกว่ามี ๔ เดือน แล้วตั้งเป้าหมายโฟกัสตัวเองอยู่ที่ ในเรื่องของกรอบการทำงานในระยะสั้น โดยเฉพาะในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เห็นตัวอย่างได้ชัดท่านไปปัดฝุ่นโครงการเก่าเรื่องของคนละครึ่งกลับมาใช้ใหม่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การดำเนินการในเรื่องเศรษฐกิจจะละเลยเป้าหมายระยะกลางและระยะยาว ไม่ได้ หากท่านละเลยเป้าหมายระยะกลางและระยะยาว มุ่งเป้าแต่เพียงแค่ระยะสั้น เช่นเรื่องของคนละครึ่ง ซึ่งมีคำถามผ่านไปแล้วท่านสมาชิกหลายท่านก็อภิปราย ไม่แน่ใจว่า เป็นเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจหรือเป็นการซื้อเสียงล่วงหน้า เป็นการตั้งเป้าเพื่อที่จะให้ได้ คะแนนนิยมจากประชาชนในการเลือกตั้งที่จะมาถึงกันแน่ แต่ท่านประธานครับหากเราเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ในเรื่องของการปรับโครงสร้างทาง เศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับระบบ เศรษฐกิจมันจะอยู่ในระดับที่ฝังรากลึก แล้วก็อาจจะเกิดผลกระทบในเชิงลบในระยะยาวได้ โดยเฉพาะผมต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าการสานงานของรัฐบาลชุดเก่า ซึ่งประสบความสำเร็จ ในเรื่องของการเจรจาความกับสหรัฐอเมริกาในเรื่องของภาษีต่างตอบแทน เราได้มา ๑๙ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน วันนี้ถ้าดำเนินการได้อย่างดี แก้ไขปัญหา เดินหน้าในการ เจรจาต่อได้อย่างครบถ้วน สิ่งที่มันเกิดขึ้น ช่องว่างที่มันเกิด อย่างเช่นประเทศอินเดีย ถูกสหรัฐอเมริกาเก็บภาษีที่อัตรา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จีน ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศไทยอยู่ที่ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ หากเราสามารถเอาช่องว่างทองคำนี้เข้าไปใช้ประโยชน์แล้วก็สามารถดึงให้เกิด ประโยชน์กับภาคเอกชนมันจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล ยกตัวอย่างในเรื่องของสินค้า หลาย ๆ ตัว อย่างเช่นเรื่องของกุ้ง ในอดีตเราเคยส่งออก เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วเราครองตลาดโลก ที่ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ วันนี้เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมต้องเรียนต่อพี่น้องประชาชนแล้วก็ ผ่านท่านประธานไปว่าภาษีที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้เป็นช่องว่างที่เราจะสามารถกลับมาครอง ตลาดได้อีกครั้งหนึ่งถ้าเราพัฒนาได้ถูกทาง ถ้าเราสนับสนุนได้ถูกจุด ในเรื่องของยางรถยนต์ เช่นเดียวกัน ในเรื่องของสินค้าอื่น ๆ ยกตัวอย่าง เช่น Hard Disk Drive เช่นเรื่องของการ พัฒนาระบบ การสนับสนุนในเรื่องของ Cloud ในเรื่องของ Server เพื่อที่จะพัฒนาเอไอ ของประเทศไทย อันนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องวางแผนอย่างรัดกุมเพื่อให้การเดินหน้าแก้ไข ปัญหาสำเร็จลุล่วง

ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นภาคการเกษตรผมค่อนข้าง เป็นห่วง เพราะนายกรัฐมนตรีใช้คำหรูครับ ท่านบอกว่าเราจะไม่ขายประเทศ เราจะดูแล พี่น้องเกษตรกร ผมยินดีที่ท่านพูดอย่างนั้น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สิ่งที่ท่านกำลัง จะทำ เรากำลังจะปกป้องภาคการเกษตรโดยที่เราไม่ได้สนใจที่จะให้พี่น้องภาคการเกษตร ได้เกิดการปรับตัวเพื่อให้เกิดการแข่งขัน เรากำลังปกป้องหรือกักขังพี่น้องเกษตรกรไว้ในกรง เดิม ๆ กันแน่ วันนี้สิ่งที่พี่น้องเกษตรกรต้องการคือการปกป้องหรือการปรับตัว อันนี้เป็นสิ่ง ซึ่งฝากโจทย์ไว้ยังท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นสุดท้ายครับ ผมขอใช้เวลาอีกไม่มาก วันที่ มีการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรีชุดนี้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินทรุดที่แถวเขตดุสิต พรรคเพื่อไทย ส่งความเห็นใจไปยังรัฐบาลผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับ เราทุกคนเข้าใจในเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงอุบัติภัยธรรมชาติ หรือความโชคร้าย แต่มันสะท้อนถึงสัญญาณเตือนว่ามีความบกพร่องในระบบการกำกับดูแล โครงการขนาดใหญ่ของรัฐ แล้วก็สะท้อนถึงการมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ อย่างไร ผมต้องเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีว่าวันนี้ถึงแม้ว่าการรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยจะประกาศว่ารับผิดชอบทั้งหมด แต่เราจะต้องมาดูครับว่า ความรับผิดชอบในเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้น ค่าเสียหายมากมายมหาศาลที่ตามมา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ ค่าถมดิน ค่าซ่อมอุโมงค์ ค่าคอนกรีต ในเรื่องของการซ่อมอาคาร สถานีตำรวจ ในเรื่องของทรัพย์สิน แล้วก็โอกาสของประชาชนที่สูญเสียไป

ท่านประธานครับ ผมขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านลงพื้นที่หลายครั้งผมว่า ไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้ง แต่ทุกครั้งที่ไปเกิดคำถามครับ ผมคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าจอทีวีผมก็สงสัยว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไปในฐานะนายกรัฐมนตรีหรือว่าไปในฐานะฟากฝั่งของบริษัทรับเหมา ก่อสร้างกันแน่ เพราะเรารู้กันอยู่ว่าตรงนั้นเป็นการร่วมทุนของบริษัทใดบ้าง วันที่ ท่านนายกรัฐมนตรีไปวันแรก ท่านบอกว่ากระบวนการในการซ่อมแซมใช้เวลา ๑ ปี สิ่งที่ เกิดขึ้นเกิดจากเรื่องของความผิดพลาดทางวิศวกรรม ทั้งที่กระบวนการในการไปตรวจสอบ ความเสียหาย กระบวนการในการไปตรวจสอบเอาความจริงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่เกิด และมันยังไม่สำเร็จ วันนั้นทำให้เกิดความคลางแคลงใจจากสังคม ผมเช่นเดียวกันว่าอันนั้น เป็นการตีปลาหน้าไซหรือเปล่า เพื่อให้ความรับผิดต่อเอกชนมันหายไป ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ผมไม่ได้กล่าวหาว่าเอกชนเกิดความเลินเล่อ เกิดความ ผิดพลาด แต่สิ่งที่จะต้องเกิดคือเราต้องลบในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนให้ได้ ภาพของ ความเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเป็นกรรมของท่านครับ ที่ท่านเกิด มาอยู่ในครอบครัวที่ร่ำรวยมหาศาลแล้วเป็นบริษัทที่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ในเหตุการณ์นี้ ด้วยเช่นเดียวกัน แต่เหตุการณ์นี้ลองนึกสภาพว่าหากผลการสอบออกมาว่าเอกชนไม่มี ความผิดใด ๆ เลย ไม่เกิดความประมาทเลินเล่อ เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฝนตก น้ำท่วม ผมถามว่าคำตอบอย่างนี้สังคมเชื่อไหมครับ มันจะเกิดความคลางแคลงอย่างไม่มี ที่สิ้นสุด แล้วมันจะเป็นมหากาพย์เหมือนกับอาคารรัฐสภาแห่งนี้ ที่มันจะไม่มีวันจบ ไม่มีวันสิ้น แล้วมันก็จะกลับมาแว้งกัดกับตัวท่านนายกรัฐมนตรีเอง ผมพูดด้วยความเป็นห่วง วิธีเดียวที่จะเกิดขึ้นได้ แล้วจะแก้ไขปัญหานี้ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านต้องสร้างกลไก ต้องทำหน่วยงานตรวจสอบที่เป็นอิสระและพี่น้องประชาชนเชื่อถือได้ อย่าปล่อยนะครับ กรณีที่เกิดขึ้นแล้วก็มีความเกี่ยวเนื่องกับบริษัทในเครือข่ายของครอบครัว อย่าให้มันเกิดเหตุ เช่นเดียวกับในอดีตที่ผ่านมา ท่านจะต้องไปติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด แล้วก็สร้างกลไก ที่สังคมสามารถรับได้กับผลการวินิจฉัย เมื่อสังคมยอมรับได้ นั่นจึงจะเป็นทางเดียวที่ท่านจะ พ้นจากความรับผิดจากในเรื่องของความคลางแคลงใจของสังคมต่อกรณีในเรื่องของแผ่นดิน ยุบแผ่นดินถล่มในครั้งนี้ที่ผ่านมา ในส่วนของนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ผมเข้าใจว่าไม่ใช่เวที อภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ผมเป็นห่วงและผมก็ดูแล้ว ผมขาดความเชื่อมั่นว่านโยบายนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในระยะกลาง ระยะยาว โดยเฉพาะในภาค การเศรษฐกิจที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ขอบพระคุณครับ