ภคมน ชี้รัฐบาลเดินเป็นวงกลม ห่วงโปรเจกต์ Land Bridge ไม่ตอบโจทย์ประเทศ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

ภคมน หนุนอนันต์ วิพากษ์รัฐบาลชุดใหม่ที่วนอยู่กับการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองโดยไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ตั้งข้อสังเกตถึงการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ที่ไม่ตอบโจทย์ความจำเป็นของประเทศและอาจเอื้อประโยชน์กลุ่มทุน พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนตื่นตัวต่อภัยคุกคามจากพีอาร์โอการรวมอำนาจผ่านร่างพีอาร์บีเอสอีซี

นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนประธาน รัฐสภาค่ะ ดิฉัน ภคมน หนุนอนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ปีที่ ๓ แล้วนะคะเรายังคงวนเวียนอยู่กับการแถลงนโยบายของรัฐบาลใหม่ การเมืองไทยไม่ได้ไปไหนเลยค่ะเดินเป็นวงกลม ตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๖๖ จนถึงวันนี้ เรามีรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ๓ ครั้ง และต้องยืนยันกันอย่างหนักแน่นว่านี่คือผลพวง ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่บิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชน ด้วยเหตุผลทางการเมืองที่เกิดขึ้น พรรคประชาชนตัดสินใจโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ เป็นนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลในระยะเปลี่ยนผ่านเข้าไปแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และปูทางสู่การเลือกตั้งและร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ส่งผลให้หลายท่านนได้มีโอกาสเป็น รัฐมนตรีในวันนี้เห็นหน้าหลายท่านดิฉันไม่ได้พึงพอใจและสบายใจนักค่ะ และเกิดความกังวล ว่าการใช้เวลาอันน้อยนิดเพื่อผลักดันนโยบายที่ใหญ่เกินตัวและสวยหรูเกินจริงดูจะไม่ใช่ แนวทางการทำงานของรัฐบาลในระยะเปลี่ยนผ่าน มากกว่านั้นค่ะการดันทุรังและยึดติดกับ โครงการที่ดูไปดูมาแล้วไม่ได้ตอบโจทย์ประเทศไทย ย่อมทำให้เห็นว่าผู้ที่ผลักดันโครงการหวัง กับมันไว้มาก มากจนน่าสงสัย เรียนท่านประธานตามตรงนะคะ ดิฉันรู้สึกแปลกใจที่มีเวลาแค่ ๔ เดือน แต่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยได้หยิบยกนโยบายอภิมหาโปรเจกต์อย่าง Land Bridge ขึ้นมา ตามที่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สื่อสารกับสาธารณะไว้ ใหญ่โตว่าจะเดินหน้าโครงการ Land Bridge แม้นโยบายนี้จะไม่ได้อยู่ในการแถลงในเล่มนี้ก็ ตาม แต่ออกข่าวไปทุกช่องพี่น้องประชาชนรับรู้ทั่วประเทศ ดิฉันเรียน ท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนนะคะว่าอย่าเพิ่งเบื่อหน่ายที่จะฟังเรื่องนี้ เพราะคนที่ เขาผลักดันเขาดูมีความตั้งใจและจะเอาให้ได้ เราในฐานะประชาชนต้องรู้ว่าอภิมหาโปรเจกต์นี้ มันทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสมันทำให้พี่น้องประชาชนสูญเสียโอกาส ย้อนกันสักนิดหนึ่ง ว่า Land Bridge คืออะไรตามคำโฆษณาของฝ่ายรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา Land Bridge คือการ สร้างทางรัฐเพื่อเชื่อมต่อท่าเรือ ๒ ฝั่งทะเล นั่นก็คือท่าเรืออันดามันที่จังหวัดระนองเชื่อมต่อ กับมหาสมุทรอินเดียและท่าเรืออ่าวไทยที่จังหวัดชุมพร ซึ่งเชื่อมต่อกับมหาสมุทรแปซิฟิก โดยปกติแล้วเรือขนส่งสินค้าจากนานาชาติที่เขาจะเดินทางไปมหาสมุทรอินเดียและ มหาสมุทรแปซิฟิกเขาจะต้องแล่นเรือผ่านประเทศไทย สิงคโปร์และมาเลเซีย โดยใช้ทางช่อง แคบมะละกา ซึ่งเป็นช่องทางที่ค่อนข้างแออัด แล้วรัฐไทยก็หัวใสนะคะผุด Idea ทำทางลัด ขึ้นมาเลยก็คือ Land Bridge โดยหวังว่าเรือจะได้ไม่ต้องอ้อมช่องแคบมะละกาประหยัดเวลา ประหยัดต้นทุน แต่ท่านประธานคะ มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะ Land Bridge มันคือ เส้นทางทางบกมันไม่ใช่เส้นทางน้ำเรือแล่นผ่านตรง ๆ ไปไม่ได้ แล้วทะเลอ่าวไทยกับ อันดามัน มันไม่ได้เชื่อมต่อกันจะข้ามทีมันต้องขึ้นมาบนบกก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการเรือเขา ต้องมีเรืออย่างน้อย ๆ ๒ ลำแน่ ๆ เพราะต้องยกของขึ้นยกของลงมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่นค่าคนของจากอีกฝั่งไปอีกฝั่งแล้วระยะทางทั้งสองฝั่งนี้มีระยะทางไม่ต่ำกว่า ๙๐ กิโลเมตร Land Bridge มันเลยถูกทักท้วงมาตลอดว่าทำไปมันก็ไม่คุ้มค่าแล้วไม่รู้ใครจะมาใช้บริการ ท่าเรือนี้ เห็นอย่างนี้แล้วตั้งแต่รัฐบาลไหน ๆ มา รวมถึงรัฐบาลนี้ดูจะไม่ถอดใจกับโครงการนี้ และหากเกิดโครงการ Land Bridge ขึ้นจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของร่างพระราชบัญญัติ ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ พ.ร.บ. SEC ที่จะตามมาด้วยการทำให้เกิดการรวม อำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและการสร้างข้อยกเว้นทางกฎหมายให้สิทธิพิเศษแก่ที่ดิน แก่กลุ่มทุนและเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาเช่าที่ดินได้ชั่วลูกชั่วหลานค่ะ หลังจากที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ต่อมาในเดือนธันวาคมปีเดียวกันค่ะ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย ในขณะนั้น ได้สั่ง สนข. ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ Land Bridge ที่จะเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือชุมพรและ ท่าเรือระนอง ฟังถึงตรงนี้แล้วพี่น้องประชาชนอาจจะถึงบางอ้อนะคะว่าทำไมพรรคภูมิใจไทย ถึงหยิบนโยบาย Land Bridge ขึ้นมาผลักดัน แต่ถ้าเหตุผลเพียงเพราะว่าพรรคภูมิใจไทยเป็น ผู้ริเริ่มนโยบายนี้มาตั้งแต่แรก ดิฉันคิดว่าไม่เป็นธรรมกับประเทศไทยและผิดเวลาค่ะ เพราะตลอดระยะอายุของรัฐบาลชุดที่แล้วโครงการ Land Bridge ถูกตั้งคำถามถึงความ คุ้มค่าและผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างหนักในช่วง ๒ ปี ที่ผ่านมามีหลายคำถามนะคะ ทุกวันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบเลย แล้วท่านยังจะฉายภาพให้เห็น อีกว่า Land Bridge คือโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ดิฉันว่า Land Bridge ไม่ใช่ โอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทย แต่เป็นโอกาสให้พวกท่านเอาไปใช้หาเสียง สร้างคะแนนนิยมกับประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ พูดกันอย่างตรงไปตรงมาที่สุด ท่านประธานไม่ผิดนะคะ ในฐานะพรรคการเมืองไม่ผิดเลยถ้าท่านจะนำเสนอจินตนาการใหม่ ผ่านนโยบายที่ชวนฝัน แต่มันผิดตรงที่นโยบายที่ขายจินตนาการนี้มันปั้นตัวเลขขึ้นมา มันผิด ตรงที่ท่านกำลังเดินหน้ากับนโยบายที่รู้อยู่แล้วว่ามันไม่คุ้มค่า ทำไปอย่างไรก็ไม่รอด ทำไม ดิฉันถึงบอกว่าไม่รอด เพราะทั้งรายงานของกรรมาธิการวิสามัญ รายงานของ สนข. ตกแต่ง ตัวเลขเกินจริง ดิฉันจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชนที่รับฟัง สภาชุดนี้ได้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาโครงการ Land Bridge ขึ้นมา แต่รายงานของกรรมาธิการ ฉบับนี้ก็ไม่ได้แตกต่างกับรายงานของ สนข. มากนัก โดยระบุเอาไว้ว่าโครงการ Land Bridge จะคืนทุนภายใน ๒๔ ปี ปีแรก ๆ จะมีรายได้จากท่าเรือ ๕๘,๐๐๐ ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ จากการขายน้ำมันให้กับเรือสินค้า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีก ๘,๐๐๐ ล้านบาทมาจากการ ใช้บริการท่าเรือขนส่งสินค้า ท่านประธานคะ รายได้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทจากการขายน้ำมัน ซึ่งถ้าเราจะขายกันให้ได้กำไรมากมายขนาดนั้นเราต้องขายน้ำมันให้ได้ปีละ ๑๔๐ ล้านตัน ต่อปี ซึ่งเยอะมาก ๆ ขณะที่ท่าเรือของสิงคโปร์เขาใหญ่กว่าเรามาก แต่เขาขายน้ำมันได้ปีละ ๔๕ ล้านตัน ท่านกำลังจะบอกอะไร ท่านกำลังจะบอกว่า Land Bridge ที่เราคิดพัฒนากัน อยู่ในขณะนี้ที่มีขนาดน้อยกว่าเขา แล้วจะมีเรือเข้ามาใช้บริการน้อยกว่าไม่รู้กี่เท่านี้สามารถ ขายน้ำมันได้มากกว่าเขาถึง ๓ เท่าหรือคะ มันมีความจำเป็นอะไรที่ต้องปั้นตัวเลขขึ้นมา มันมี ความจำเป็นอะไร ถ้าท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ยินสิ่งที่ดิฉัน อภิปรายอยู่ในขณะนี้ท่านไม่ต้องตื่นเต้นนะคะ มันไม่สามารถขายน้ำมันได้เยอะขนาดนั้น ในทางความเป็นจริงมันทำแบบนั้นไม่ได้ ความมั่วของรายงานไม่ได้มีแค่นี้ค่ะท่านประธาน ท่านประธานดูตารางผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของ สนข. นี้นะคะ จะเห็นว่าปี ๒๕๗๔ ระบุ ว่าจะได้ค่าธรรมเนียมจากท่าเรือ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผ่านไปไม่ถึง ๑๐ ปี จู่ ๆ ปี ๒๕๘๓ ค่าธรรมเนียมเรือก็พุ่งขึ้นเป็น ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๑๐ เท่า และอีก ๑๐ ปี ปี ๒๕๙๓ รายได้เพิ่มขึ้น ๒ เท่า กลายเป็น ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอาจจะบอกว่ามันไม่แปลก ก็มัน เป็นตามแผนที่จะมีการขยายท่าเรือ พอมีการขยายท่าเรือก็จะมีเรือเพิ่มขึ้น แต่คำกล่าวนี้มัน ไม่ได้สมเหตุสมผลเลยค่ะท่านประธาน เพราะรายได้มันเพิ่มขึ้นเป็นสิบ ๆ เท่าจากการขยาย ท่าเรือ ค่าดำเนินการและค่าบำรุงรักษามันต้องเพิ่มขึ้นไปด้วย แต่ท่านประธานดูสิคะ ที่บอก ว่ารายได้เพิ่มขึ้น ๑๐ เท่า แต่ค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นแค่ ๒ เท่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร จะเอา ให้ได้เลย ถึงขนาดที่ว่าทำตัวเลขกำไรขึ้นมาโดยไม่ได้คิดถึงต้นทุนเลย ยังไม่หมดเท่านี้นะคะ รายงานของ สนข. ยังบอกอีกว่าโครงการ Land Bridge จะให้ผลตอบแทนทางด้านการเงิน และเศรษฐกิจที่ดีเยี่ยมแบบที่มูลค่าปัจจุบันมีกำไร ๒๖๐,๐๐๐ ล้านบาท คณะที่สภาพัฒน์ได้ จ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาโครงการนี้ระบุว่าขาดทุน ขาดทุน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และต่อให้รวมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอื่น ๆ แล้วก็ยังไม่คุ้มค่ากับการลงทุน นอกจากนี้ นักวิชาการการประมงได้บอกเอาไว้ว่าหากทำ Land Bridge จะมีการสูญเสียรายได้จากการ ทำประมงไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วที่ สนข. บอกว่าจะคืนทุนภายใน ๒๔ ปี ไม่ทราบว่าคิดแล้วหรือยังว่าประมงของพี่น้องภาคใต้จะสูญเสียรายได้ถึง ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านคิดแล้วหรือยังคะ เห็นไหมว่าทั้งรายงานกรรมาธิการ ทั้งรายงานของ สนข. ไม่สามารถ ตอบเรื่องความคุ้มค่าได้เลยค่ะ ดิฉันจึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงหยิบมาผลักดัน ว่าทำไมถึงเอามา พูดเป็นจริงเป็นจัง หลายท่านในรัฐบาลชุดนี้ท่านมาจากภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ท่านคุยกันในระดับพันล้าน หมื่นล้าน มันเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ ข้อมูลที่ดิฉันพูดไปว่าท่านจะไม่รู้ ว่ามันไม่คุ้มค่า และเมื่อเห็นข้อมูลแล้วเป็นไปไม่ได้เลยที่ท่านจะไม่รู้ว่าทำไปอย่างไรก็ไม่คุ้มค่า หรือว่าพวกท่านไม่ได้คำนวณความคุ้มค่าในระดับเดียวกับพวกเราคะ หรือว่าจริง ๆ แล้ว ท่านไม่ได้มองถึงความคุ้มค่าของประเทศไทย สำหรับท่านแล้วมันไม่ได้สำคัญว่าจะมีเรือมาใช้ บริการ Land Bridge เท่าไร หรือสำหรับท่านแล้วแค่ได้เริ่มต้นทำ Land Bridge ก็คุ้มค่าแล้ว เพราะราคาที่ดินรอบ ๆ ก็พุ่งสูงขึ้นแถมยังเปิดช่องให้ต่างชาติเข้ามาสัมปทานรับเหมาก่อสร้าง ได้อีก หรือที่คิด ๆ กันมันมีแต่เรื่องผลประโยชน์ ไม่ได้คิดถึงผลกระทบของ พี่น้องประชาชนและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เลย เรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมนะคะ ๒ ปีที่ผ่านมาเราเสียเวลามามาก นายกรัฐมนตรี เศรษฐา นายกรัฐมนตรีแพทองธารทุ่มงบประมาณเดินทางไป Roadshow ขายโครงการ Land Bridge ทั่วโลก ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเลขความคุ้มค่าของโครงการนี้มันคือเท่าไรกันแน่ สุดท้ายแล้วจนถึงวันนี้ไม่มีด้วยซ้ำ ไม่มีแม้กระทั่งรายชื่อของนักลงทุนที่สนใจจะลงทุน จริง ๆ ในโครงการนี้ด้วยซ้ำ ๔ ปีหลังจากนี้หากท่านยืนยันจะเดินหน้าต่อดิฉันต่อให้เลย ทั้งนายกรัฐมนตรีอนุทิน ทั้งรัฐมนตรีพิพัฒน์ ต่อให้ท่านเป็นนักเจรจาที่เก่งกาจขนาดไหน ท่านไม่มีทางค่ะ ไม่มีทางหานักลงทุนมาลงทุนในโครงการ Land Bridge ได้เลย เพราะว่า นักลงทุนที่เขาจะลงทุนในระดับโพรเจกต์ขนาดนี้ อย่างไรเสียเขาต้องศึกษาความเป็นไปได้ ด้วยตัวเขาเอง เขาไม่มีทางเชื่อข้อมูลของรัฐบาลไทยเพียงอย่างเดียว แล้วพอศึกษาเป็น อย่างไรคะ ก็จะเห็นว่ามันไม่คุ้มค่าทั้งเรื่องของการเงิน มันไม่คุ้มค่าทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม ท่านอนุทินไปจังหวัดระนองบ่อยนะคะ ไม่แน่ใจว่าท่านเคยไปหมู่เกาะพยามไหม สถานที่ ท่องเที่ยวที่สวยอันดับโลก ถ้าท่านผลักดัน Land Bridge เราจะสูญเสียสถานที่ท่องเที่ยว ที่สวยอันดับโลกนี้ไป และอย่านะคะ อย่าพูดว่าดิฉันขวางการพัฒนาในภาคใต้ ดิฉันอยากเห็น การพัฒนาในภาคใต้ ดิฉันก็คนใต้ค่ะ รักและปรารถนาดีกับภูมิลำเนาไม่น้อยกว่ารัฐมนตรี พิพัฒน์แน่นอน แต่ดิฉันอยากเห็นการลงทุนที่เป็นจริง ดึงศักยภาพพื้นที่มาต่อยอด ดิฉันอยาก เห็นการพัฒนาที่ถึงประชาชน แต่ถ้าท่านคิดแบบ Land Bridge ดิฉันคิดว่าไม่ถึงค่ะ มีแต่ทอนเท่านั้น ๔ ปีสำหรับรัฐบาลนี้ดิฉันเสนอให้ท่านตั้งหลักการพัฒนาแบบนี้ ต่อยอด เส้นทางที่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น ไม่ผลาญงบประมาณ ไม่ทำลาย สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เรียนกันตรงไปตรงมาเราเสียเวลามามากกับโครงการ Land Bridge เราเสียเวลา ภาคใต้เสียโอกาสในการพัฒนาเพราะมัวแต่รอดูว่าพวกท่านจะ เอาอย่างไรกับโครงการ Land Bridge รอจนโครงการพัฒนาภาคใต้อื่น ๆ ที่จ่อคิวอยู่ต้อง ชะงักไป ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะเดินหน้าพัฒนาท่าเรือระนองที่มีอยู่แล้วให้ดีขึ้น ขุดลอก ร่องน้ำให้ลึกขึ้น ปรับผังเมืองจังหวัดระนองให้เอื้อต่อการค้าระหว่างประเทศ ยกระดับให้เป็น ประตูการค้าทางทะเลฝั่งอันดามันสู่เมียนมาและเอเชียใต้ ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ในภาคใต้ท่านก็ พัฒนาการขนส่งค่ะ ทั้งทางเรือ ทางบก ทางอากาศควบคู่กันไป ให้ทุกจังหวัดสามารถ กระจายสินค้าเชื่อมต่อกันได้ หรือจะกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละจังหวัดผ่านการยกระดับ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารทะเล Biotech ทางการเกษตร จังหวัดภาคใต้ของเรามีของดี เยอะนะคะ แต่ไม่เคยผลักดันได้ถูกจุดเลย และดิฉันได้อ่านข่าวเห็นว่าท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ ตั้งเป้าเอาไว้ว่าอยากได้ สส. ๓๐ คนในพื้นที่ภาคใต้ ท่านตั้งเป้าไม่เผื่อเพื่อนเลยนะคะ และถ้า ท่านคิดว่าท่านจะชนะใจประชาชนได้ด้วยการพูดถึงโครงการขนาดใหญ่ มูลค่าเยอะ ๆ เม็ดเงินมหาศาลไว้ก่อนตาม Style ที่พวกท่านทำจนเคยชิน ยอมรับว่าการพูดถึงโครงการ Land Bridge มันดูใหญ่โต ภาษาบ้านดิฉันบอกว่าตั้งท่า เสียหรอยเลยนะคะ สุดท้ายไม่ได้รับประทานค่ะ ของหรอยภาคใต้มีเยอะแล้ว ตอนนี้ ประชาชนในภาคใต้ต้องการของจริง นโยบายพัฒนาที่เป็นจริงคุ้มค่าและยกระดับคุณภาพ ชีวิตประชาชนได้จริง ๆ และที่สำคัญที่สุด สุดท้ายแล้วค่ะหากท่านปรารถดีกับภาคใต้ ดิฉัน ชวนนะคะมาทำการเมืองเพื่อประชาชนและด้วยความเคารพไม่ใช่แค่ สส. พรรคภูมิใจไทย สส. ภาคใต้ทุกคน ทุกวันนี้เปิดข่าวช่องไหนก็จะเห็นว่า สส. คนนั้นจะย้ายไปพรรคนี้ สส. พรรคนี้จะย้ายไปพรรคนั้นมั่วหมดแล้ว แน่นอนมันเป็นสิทธิของท่านมันเป็นสิทธิของท่าน เต็ม ๆ เลย แต่ดิฉันคิดว่าเราหยุดค่ะ หยุดพูดเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ของตัวเองเสียบ้าง อายคนค่ะ อายประชาชน เวลาที่เหลือดิฉันชวนท่านมายกระดับงานนิติบัญญัติสนใจอยู่โหวต กฎหมายที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ครบ กลับไปพื้นที่จะได้เล่าให้ประชาชนฟังได้ว่า กฎหมายนี้มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างไร อย่าสนใจแค่นายหัวกลุ่มท่านได้รัฐมนตรี กระทรวงไหน พรรคพวกตัวเองได้ผลประโยชน์อย่างไร อยู่ตรงไหนแล้วรอด สิ่งที่พวกท่าน ต้องทำคือลงแรงให้ประชาชนรู้สึกว่าท่านคือความหวัง ถึงเวลาเลือกตั้งจะได้ไม่ต้องลงทุนมาก แล้วอย่าหลงเชื่อนะคะว่าเสียงสนับสนุนของประชาชนคือของตาย ดิฉันเชื่อว่าประชาชนเขา จับตาอยู่ อีก ๔ เดือนข้างหน้าประชาชนเขาจะตัดสินใจเลือกนักการเมืองที่พูดถึงแต่ ผลประโยชน์ของพวกเขามากกว่าเลือกนักเลือกตั้งที่วัน ๆ พูดแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ขอบคุณค่ะ