วรภัค แจงกรณีเอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ย้ำโปร่งใส ตามหน้าที่รัฐมนตรี

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

วรภัค ธันยาวงษ์ ชี้แจงกรณีถูกพาดพิงเกี่ยวกับบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) โดยยืนยันความโปร่งใส ความถูกต้องตามกฎหมาย และการเติบโตของบริษัทในฐานะลูกค้าของธนาคารกรุงไทย พร้อมย้ำว่าไม่เคยถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษ และความเสียหายเกิดขึ้นภายหลังจากพ้นวาระการบริหารไปแล้ว

นายวรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกรัฐสภา ผม วรภัค ธันยาวงษ์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตชี้แจงกับข้ออภิปรายและการพาดพิงของท่าน สส. เมื่อสักครู่นะครับ ผมขออนุญาตแนะนำตัวเองนิดหนึ่ง ผมทำงานครั้งแรกในวงการธนาคาร เมื่อปี ๒๕๓๓ ถึงวันนี้ก็อยู่ในแวดวงการเงินการธนาคารมา ๓๕ ปี ผมเป็นคนไทยคนแรก ที่ได้รับแต่งตั้งเป็น Country Major หรือเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ของ Bank Of America ธนาคารอเมริกาประจำประเทศไทยเมื่อตอนผมอายุ ๓๗ ปี หลังจากนั้นผมมาเป็นกรรมการ ผู้จัดการเจพีมอร์แกนประมาณปี ๒๕๔๘ ตอนที่คุณกรณ์ จาติกวณิช แกตัดสินใจไปเล่น การเมือง แกก็ทาบทามชวนผมไปที่เจพีมอร์แกน จากเจพีมอร์แกนหลังจากนั้นก็มาอยู่ที่ ธนาคารกรุงไทย ผมมาเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ที่ธนาคารกรุงไทยตอนอายุ ๔๘ ปี ก็เรียกว่ามีประสบการณ์ด้านการเงิน การธนาคารพอสมควร แล้วก็วันนี้จริง ๆ ดีใจ เป็นครั้งแรกที่จะมีโอกาสชี้แจงเรื่องเคส บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จำกัด (มหาชน) ที่ผม ถูกกล่าวหา จริง ๆ เมื่อครั้งที่ผมได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะที่ปรึกษาของท่านอดีต รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านพิชัย ชุณหวชิร ในครั้งนั้น ในพรรคเพื่อไทยเองก็มีคน Raise มีคนหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมา แล้วก็มีการตรวจสอบกัน แล้วก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะคงทราบข้อเท็จจริง ซึ่งวันนี้ผมจะขออนุญาตชี้แจงข้อเท็จจริงให้ท่านสมาชิกทุกท่านได้ทราบ ผมไปรับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ที่ธนาคารกรุงไทยปี ๒๕๕๕ ช่วงปลายปีประมาณพฤศจิกายน ณ วันนั้นบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ เป็นลูกค้ากรุงไทยอยู่แล้ว เป็นลูกค้ากรุงไทยมาหลายปี เริ่มต้นเป็นลูกค้าเหมือน SMEs อยู่ที่สำนักงานธุรกิจศรีราชา ตั้งแต่สมัยท่านอดีตกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ท่านเดิม คือท่านอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ยอดขายหลัก พันล้าน บริษัทมีการเติบโตมาต่อเนื่อง จนกระทั่งปี ๒๕๕๕ ตอนผมรับตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ครับ ปีนั้นบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ มียอดขายประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท วันที่ผมเดินออกจากธนาคารกรุงไทยเมื่อครบวาระ ๔ ปี คือปลายปี ๒๕๕๙ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ มียอดขายเติบโตเป็น ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากวันแรกที่มาเป็นลูกค้าธนาคารกรุงไทย ยอดขายหลักพัน วันที่ผมมารับตำแหน่งกรุงไทย ยอดขาย ๑๐,๐๐๐ ล้าน แล้วหลังจากนั้น ก็เข้าตลาดจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่ใน SET100 มี Market Cap ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าดูจากตัวเลขบริษัทมีการเติบโตของยอดขายและกำไรอย่างต่อเนื่อง บริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโต ณ วันนี้บริษัทที่ทำเหมืองถ่านหิน ซื้อขายถ่านหิน ก็ยังมีกำไรมีการเติบโตดีมาก บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีไพรซ์วอเทอร์เฮ้าส์เป็น Auditor บริษัทนี้ไม่เหมือนบริษัทสตาร์คนะครับ สตาร์คถูก ก.ล.ต. ร้องทุกข์กล่าวโทษในการตบแต่งบัญชี บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ไม่เคยถูก ก.ล.ต. ร้องทุกข์ กล่าวโทษ สมัยเป็นลูกค้ากรุงไทยไม่เคยถูก ก.ล.ต. ร้องทุกข์กล่าวโทษว่ามีการตบแต่งบัญชีใด ๆ ยอดขายจริง ทรัพย์สินมีจริง โดยเฉพาะตอนที่บริษัทสามารถออกหุ้นกู้ได้ ผมขออนุญาต อธิบายกระบวนการการออกหุ้นกู้ว่าไม่ใช่ใครก็ออกหุ้นกู้ได้ บริษัทที่จะออกหุ้นกู้ได้ต้องเป็น บริษัทที่มีเครดิตดีพอสมควร บริษัทนี้ถ้าผมจำไม่ผิดได้ Credit Rating จาก Tris Triple B+ แล้วก็สามารถออกหุ้นกู้ ก่อนการออกหุ้นกู้ได้ก็ต้องทำข้อมูลเรียกว่า Filing กับ ก.ล.ต. เป็น ข้อมูลที่เปิดเผยว่าธุรกิจของบริษัททำอะไรอย่างไรบ้าง มีทรัพย์สิน มีหนี้สินอะไรอย่างไรบ้าง ซึ่งทรัพย์สินที่ระบุตอนทำ Filing ตอนขายหุ้นกู้ที่ ก.ล.ต. ตรวจสอบแล้ว ไพรซ์วอเทอร์เฮ้าส์ ก็เซ็นรับรองงบนะครับ ก็มีทรัพย์สิน มีเหมืองตรงตามกับที่ข้อมูลของธนาคารกรุงไทยมี เหมืองมีจริง มียอดขายจริง แล้วก็ความเสียหายที่แท้จริงเกิดจากอะไร ผมครบวาระจาก กรุงไทยเมื่อปลายปี ๒๕๕๙ บริษัทนี้เป็น NPL ประมาณเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๐ ทั้ง ๆ ที่ ต้นปี ๒๕๖๐ ยอดขายของบริษัทในไตรมาสแรกเติบโตถึง ๗,๐๐๐ ล้านบาท ๗,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าตีเป็นยอดขายเต็มปีก็คือประมาณ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็เรียกได้ว่าบริษัทยังมีการเติบโต อย่างต่อเนื่อง ไม่เคยกระท่อนกระแท่น ไม่เคยชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นช้าแม้แต่ครั้งเดียว เป็นลูกค้าดีมาตลอดนะครับ แต่เปรี้ยงเดียว เดือนพฤษภาคมเป็นเอ็นพีแอลจากประสบการณ์ ผมในวงการธนาคารมา ๓๐ ปี ลูกค้าที่จะเป็นเอ็นพีแอลปกติมันจะกระท่อนกระแท่นมา พอสมควร ใช้เวลาเป็นปี ๒ ปี กว่าจะเป็น NPL โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ ลูกค้ารายใหญ่ ธนาคารจะพยายามประคับประคองนะครับ แล้วก็เอกสารในสำนวนของ ป.ป.ช. มีเอกสาร ชิ้นหนึ่งซึ่งรายงานโดยบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินชื่อเอินซันยัง ซึ่งธนาคารกรุงไทยเป็นคน จ้างมาศึกษาเรื่องแผนฟื้นฟู เอินซันยังเขียนไว้ในรายงานชัดเจน เป็นเอกสารในสำนวน ป.ป.ช. ว่าบริษัทนี้ธุรกิจและอุตสาหกรรมไม่มีปัญหาอะไร ปัญหาของบริษัทเกิดจากวิกฤติ สภาพคล่องที่เจ้าหนี้รายใหญ่ดึงวงเงิน นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปี ๒๕๖๐ หลังจากที่ผมครบวาระออกจากธนาคารกรุงไทยเมื่อปี ๒๕๕๙ ผมก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น มีคนมาบอกว่าผู้บริหารธนาคารในช่วงนั้นมีเจ้าหน้าที่มารายงานว่าลูกค้านำเอกสารปลอมมา เบิกเงิน คือ BL ปลอมมาเบิกเงิน ซึ่งวันนี้พิสูจน์แล้ว BL ก็ไม่ได้ปลอม แต่สมมุติว่าวันนั้น ผมเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ คนมารายงานว่าบริษัทนี้เอา BL ปลอมมาเบิกเงิน แล้วผมเชื่อว่า BL ปลอมจริง ผมจะตัดสิน ผมอยากจะยุติความสัมพันธ์กับลูกค้า ในวันนั้นลูกค้ารายนี้ มีธนาคารเจ้าหนี้หลายราย นอกจากธนาคารกรุงไทยก็ยังมีธนาคารกสิกรไทย ธนาคารธนชาติ และอีกหลาย ๆ ธนาคารที่ให้วงเงิน ถ้าจะยุติความสัมพันธ์ต้องค่อย ๆ ถอยนะครับ ไม่ใช่ถอย ยุติความสัมพันธ์แบบเปรี้ยงเดียวแล้วเสียหายทั้งลูกค้าและธนาคาร ผมขอสรุปว่ากรณี เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ไม่เหมือนบริษัท สตาร์ค ไม่เคยถูก ก.ล.ต. ร้องทุกข์กล่าวโทษในการตบแต่ง บัญชีในช่วงที่เป็นลูกค้าของธนาคารกรุงไทย ความเสียหายที่แท้จริงเกิดจากการดึงวงเงิน อย่างฉับพลันทำให้เกิดวิกฤติสภาพคล่อง ผมขอชี้แจงเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ