ทรงยศ รามสูต ตั้งข้อสังเกตและแสดงความกังวลต่อการแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายและความยุติธรรม พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงความเป็นกลางและน่าเชื่อถือของผู้บริหารรัฐ เสนอให้ทบทวนนโยบายด้านสาธารณสุขและพลังงาน โดยเฉพาะการใช้กัญชาทางการแพทย์และการจัดซื้อจัดจ้างนวัตกรรมที่มีปัญหาเรื่องงบประมาณและอายุการใช้งานสั้น รวมถึงหารือประเด็นการนำเข้าข้าวโพดและข้าวสาลีที่อาจส่งผลต่อราคาผลผลิตในประเทศ และเรียกร้องให้เร่งรัดการบริหารจัดการที่ดินผ่านโครงการ One Map เพื่อเพิ่มมูลค่าเอกสารสิทธิของเกษตรกรให้เทียบเท่า ส.ป.ก.
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ทรงยศ รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีข้อสงสัยข้อเสนอแนะ แล้วก็ ข้อสังเกตที่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลนะครับ
เริ่มแรกนะครับ วันแรกที่คณะรัฐมนตรีเริ่มทำงานเริ่มประชุม เช้าวันนั้นเกิด ธรณีทักนะครับ ถนนที่สามเสนยุบลงมา จิ้งจกทักเรายังต้องระวัง แต่ที่ธรณีทักเลยนะครับ โต๊ะของท่านนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบหันทางทิศตะวันออกอย่างเดียวคงไม่พอ แต่เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในวันที่ท่านปฏิบัติงานเป็นวันที่ประชุม ครม. นัดแรก เพราะฉะนั้นท่านต้อง ระมัดระวังบุคคลรอบข้าง ครม. ที่ท่านตั้งขึ้นนะครับ คราวนี้เราก็มาดูการที่ ครม. ที่ตั้งขึ้นนี้ ใช้คนให้ตรงกับงาน ผมก็ชื่นชมนะครับหลายคนตรงกับงานจริง ๆ นะครับ ท่านแรกท่าน รองนายกรัฐมนตรี ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ท่านเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ท่านร่างนะครับ ปรากฏว่าตอนนั้นก็ดีกว่าฉบับนี้นะครับ แต่เสียดายสุดท้าย ท่านมาบอกว่าเขาไม่ให้ผม ทำไม่ได้ ผมก็กลัวจริง ๆ ในเรื่องที่ท่านมาคุมกระทรวงยุติธรรม DSI กลัวเรื่องเขากระโดง กลัวเรื่อง สว. สุดท้ายจะได้คำตอบอย่างเดียวกัน ยิ่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นนายตำรวจ มีความเชี่ยวชาญ รู้จักบุรีรัมย์ดี รู้จักช่องทางในการสืบสวน สอบสวน ผมเชื่อว่าท่านจะรู้แง่มุมจุดอ่อนจุดแข็ง คงจะนำความยุติธรรมกลับมาสู่ได้ แต่เป็น ความยุติธรรมของฝ่ายไหน พี่น้องประชาชนจะรอดูกันอยู่นะครับ
รองนายกรัฐมนตรีท่านถัดไปนะครับ ท่านรองนายกโสภณ ซารัมย์ ซึ่งท่าน กำกับดูแลในส่วนของกระทรวงแรงงาน กระทรวงอุดมศึกษา แล้วก็ในส่วนของกระทรวง สาธารณสุข ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขจำได้ว่านโยบายของพรรคท่านในเรื่องกัญชา ซึ่งปรากฏว่ากัญชาเกลื่อนนะครับ มอมเมาเยาวชนคนทำงาน จนมาถึงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เราถึงได้นำกัญชาเข้าไปสู่เป็นกัญชาเพื่อการแพทย์ ก็หวังว่านโยบายของพรรคท่านคงจะ ไม่นำให้กัญชาออกจากการแพทย์ออกมาข้างนอกอีกนะครับ อันนี้ผมฝากไว้ครับ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในนโยบายข้อ ๑๐ ในเรื่องของการขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาด ท่านรองนายกโสภณในอดีตสมัยท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านก็เคยถูก ป.ป.ช. สอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถไฟฟ้าสีแดง สีม่วง การจัดซื้อหัวรถจักรดีเซลไฟฟ้าหรือรถตู้ แต่ ป.ป.ช. ก็อาจจะยกคำร้องไปนะครับ แต่ถ้าเป็นสมัยปัจจุบันนี้เกี่ยวกับจริยธรรมก็ต้อง ระมัดระวังนะครับ แต่ก็อาจจะไม่มีปัญหาเพราะปัจจุบัน ครม. ของท่านนายกรัฐมนตรีก็มีคน ที่สุ่มเสี่ยงที่เกี่ยวกับ ป.ป.ช. ก็หลายคนนะครับ เพราะที่ผมเป็นห่วงเสนอเรื่องนี้เพราะสมัยนั้น ที่ท่านเสนอถนนไร้ฝุ่นเป็นโครงการที่ดีนะครับ ซึ่งปรากฏว่า ๒ ปี มันก็พังแล้ว ก็เหมือนกับ โครงการของรัฐบาลชุดนี้ที่มีความเห็นนโยบาย ข้อ ๑๓.๑ ในเรื่องของการนำพลังงาน พลังแสงอาทิตย์ออกมานะครับ พวกไฟฟ้านวัตกรรมต่าง ๆ หรือเรื่องอื่น ๆ ปรากฏว่าก็อยู่ ในจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่ก็อาจจะเป็นพรรคของท่าน แต่ผมก็ไม่ว่าพรรคท่าน สส. เยอะอาจจะ เป็นเรื่องบังเอิญนะครับ แต่ว่ามันน่าเกลียดตรงบางตำบลได้งบมากกว่าทั้งอำเภอและ ทั้งจังหวัด แต่เรื่องนั้นก็ไม่เป็นไรครับ แต่ที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือของพวกนี้ ๒ ปี บางทีมันก็พังแล้วครับของนวัตกรรม ขอให้ แก้ระเบียบ TOR ได้ไหม ให้มันอยู่ได้สัก ๔-๕ ปี แพงหน่อยแต่ให้มันอยู่ได้นาน ๆ ตอนเป็น กรรมาธิการข้อสังเกตผมก็เขียนข้อสังเกตเข้าไป ฝากให้เพิ่ม TOR ข้อนี้นะครับ
ท่านถัดไปนะครับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อสักครู่นี้ผมเห็น ท่านชี้แจงชื่นชมมั่นใจครับ ผมฝากท่านนิดเดียวในเรื่องที่ส่วนข้าราชการเขาเสนอก็ดี แต่อยากให้ท่านรับฟังในส่วนของที่ สส. ในสภาเขาสะท้อนความรู้สึกปัญหา เพราะว่า บางเรื่องบิดเวลานิดเดียวผลประโยชน์ก็เปลี่ยนมือ อย่างเช่นในเรื่องข้าวโพดซึ่งของเรา ๕ ล้าน ความต้องการ ๙ ล้าน ถ้าสมมุติเดือน ๒ เดือนมีการนำเข้าข้าวโพดหรือข้าวโพดหรือ ข้าวสาลีเข้ามา ก่อนข้าวโพดจะออกพ่อค้ายิ้ม ผู้ประกอบการยิ้ม พอข้าวโพดเราออกมาราคา ก็ตกอีก รัฐบาลก็ต้องไปเยียวยา เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะบิดเวลาไป ถ้าจะนำเข้าทีมไทยแลนด์ ของท่านไปเจรจาขอให้ไปหลังเลือกตั้งนะครับ ให้ข้าวโพดมันหมดไปก่อนเหมือนอย่างที่ สภาแห่งนี้ สมัย สส. พรรคเพื่อไทย แล้วก็ทั้งสภาเราก็เห็นด้วยว่าถ้าจะนำเข้าในส่วนที่ขาด ให้มันหลังจากนี้ต่อไปนะครับ ต่อไปในส่วนของนโยบายพอดีผมอยู่กรรมาธิการที่ดิน ดูว่า รัฐบาลให้ความสำคัญของเรื่องที่ดินไหม ปรากฏว่า ๑๕ ข้อไม่มีเลยนะครับ พอจะจบค่อยมา เห็นบรรทัดสุดท้ายว่ารวมถึงการบริหารจัดการที่ดินเพื่อให้ประชาชนสามารถมีที่ทำกินอย่าง ทั่วถึงและเป็นธรรม อันนี้มันเหมือนงาน Routine ท่านอย่าคิดว่าท่านทำเพื่อ ๔ เดือน เพื่อ ๒ เดือน อย่าลืมว่าท่านต้องรักษาการกว่า กกต. จะรับรอง กว่าจะแถลงนโยบาย รวมแล้ว ๙ เดือน ถ้าท่านทำอย่างนี้เกียร์หนึ่งมันไม่ไวนะครับ ถ้าท่านเปลี่ยนคำว่า รวม เป็น เร่ง ผมจะดีใจ เพราะปัญหาเรื่องที่ดินเรื่องเอกสารสิทธิของพี่น้องประชาชนนี่มีปัญหา เยอะนะครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะที่เป็น น.ส.๓ หรือโฉนดที่ชาวบ้านเขาถือครอง เร่งตรงไหน หรือครับ ผมอยากจะฝากให้ท่านในเรื่องของ One Map ในส่วนของ One Map กลุ่ม ๑ กลุ่ม ๒ กลุ่ม ๓ กลุ่ม ๔ ได้ผ่านไปแล้ว กลุ่ม ๕ รอ ครม. อนุมัติ กลุ่ม ๖ กลุ่ม ๗ รอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน แล้วก็ส่งเข้า ครม. หลังจากนั้นส่งต่อมา ซึ่งปรากฏว่าในงบปี ๒๕๖๙ นี้รัฐบาลชุดที่แล้วอนุมัติงบให้กลุ่ม ๑ กลุ่ม ๒ กลุ่ม ๓ ได้ดำเนินการไปสำรวจแล้วก็ไปเจรจากับหน่วยงานที่มันทับซ้อนกัน เพราะเรื่องนี้มันทับซ้อน กันหลายพื้นที่ บางทีก็เป็นหน่วยงานของกระทรวงทรัพยากร ในส่วนของ ทช. ในส่วนของ อุทยานของป่าไม้ หรือบางทีก็ส่วนของเกษตรคือ ส.ป.ก. ก็ทะเลาะกัน หรือบางทีถ้าที่ดิน หรือไม่ก็ในส่วนของธนารักษ์ ในส่วนของทหาร ที่รถไฟก็คมนาคมที่ธนารักษ์เขาตัดขาด อยากให้ท่านจัดงบเร่งรัดในเรื่องของ One Map เพราะ One Map มันจะได้ชี้ขาดที่เป็น ของใครแล้วก็จะได้ใช้กฎหมายฉบับไหนนะครับ บุรีรัมย์อยู่กลุ่มที่ ๔ ถ้าท่านอยากจะเร่ง ก็เอางบกลางไปช่วย รีบอนุมัติให้เขาไปสำรวจจะได้ชี้ขาดเลยว่าที่รถไฟมันเป็นของใคร โดยเส้นของตรงนี้ก็ชี้แนะไว้นะครับ คราวนี้สิ่งต่าง ๆ ที่รัฐบาลชุดที่แล้วที่เขาทำไว้อยากที่จะ ให้ท่านสานต่อก็คือในเรื่องของการเพิ่มมูลค่าต่าง ๆ เช่น การพิสูจน์สิทธิชุมชนเพราะเขาให้ หน่วยงานไปเริ่มวางแนวทาง ถ้าการพิสูจน์สิทธิชุมชนได้ออกมาไวทางจังหวัดเขาจะได้ไปทำ หลักเกณฑ์ในการที่จะแก้ไขปัญหาแทนพิสูจน์สิทธิรายแปลงก็อาจจะได้สมุดพกมาดูแลจะได้ แก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลชุดแรกก็ให้เขาไปคิด ให้หน่วยงานไปคิดนโยบายในการเพิ่ม มูลค่าของสมุดพกหรือใบที่เขาถือครองให้สามารถมีมูลค่ามากขึ้นเหมือน ส.ป.ก. ที่เอาไปกู้กับ ธ.ก.ส. ได้ ก็ฝากให้ท่านเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำเรื่องนี้ให้สำเร็จ ไม่ใช่รอ ๔ เดือน ๒ เดือน ไม่เขียนเลย อย่างน้อยอีก ๙ เดือนเข้ามาจะได้ทำได้ ถ้าท่านหวัง ๔ เดือนเพื่อ ๔ ปี ก็ฝากให้เร่งรัดนโยบนายต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินที่ชาวบ้านเขารอคอย ถ้าท่านทำดี มีผลงานดี ไม่มีหลักฐานอะไรไปถึงท่านที่มันไม่ดี พี่น้องประชาชนเขาก็เลือกท่านกลับเข้ามา แต่ถ้าพี่น้องประชาชนเขาเห็นว่าพวกผมฝ่ายค้านตรวจสอบดี สมัยเป็นรัฐบาลมีงานที่คั่งค้าง เพราะ สส. ไม่มากอยากจะให้มาสานต่อเขาก็เลือกพวกผม หรือว่าเขาจะเลือกอีกฝ่ายหนึ่ง ที่ทำงานได้ทั้ง ๒ สถานะพร้อมกันก็เลือกพวกนั้น ทั้งทำงานในฐานะฝ่ายค้านเทียมและ รัฐบาลเทียม ขอบคุณครับ