วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ เสนอแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายคนละครึ่ง และเรียกร้องให้รัฐบาลผ่อนปรนเครดิตบูโรเพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ติดหนี้ นอกจากนี้ยังเสนอให้ประธานสภาใช้นโยบายดังกล่าวเพื่อเพิ่มคะแนนเสียงนิยม
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกรัฐสภา ดิฉัน วิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ถ้าจะพูดถึง ๔ Roadmap กับ ๔ เดือน ที่รัฐบาลจะต้อง เร่งแก้ปัญหาในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้อง ชายแดน ภัยธรรมชาติ แล้วก็ภัยสังคม ดิฉัน ฟังแล้วก็เป็นนโยบายทั่ว ๆ ไปก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจากนโยบายของรัฐบาทที่ผ่านมานะคะ จะเรียกได้ว่าเป็น Consent Model ก็ได้ค่ะท่านคะ วันนี้ดิฉันจะขออนุญาตอภิปรายถึง นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้บริโภค นั่นก็คือนโยบายคนละครึ่งค่ะ นโยบายนี้จะเกิด เป็นมรรคเป็นผลได้ก็ต่อเมื่อประชาชนคนไทยทุกคนได้รับสิทธิอย่างทั่วถึงเท่าเทียมและ ถ้วนหน้าค่ะ รวมถึงการใช้จ่ายจะต้องไม่ยากจนเกินไป ซึ่งถ้าหากรัฐบาลจะกระตุ้นเศรษฐกิจ กับวงเงินงบประมาณที่มีอยู่นี้ดิฉันคิดว่ารัฐบาลอาจจะต้องมีการวางแผนนโยบายในส่วนของ หนี้สาธารณะที่อาจจะต้องเพิ่มขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่พวกเราเองไม่อยากจะเห็นค่ะ นอกเหนือจาก การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกลุ่มผู้บริโภคกับนโยบายคนละครึ่งแล้ว วันนี้ดิฉันอยากจะขอ อนุญาตนำเสนอในเรื่องของการผ่อนปรนเครดิตบูโรค่ะ ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วย ในเรื่องของเศรษฐกิจได้ ท่านเชื่อหรือไม่ว่าวันนี้ปัญหาเครดิตบูโรเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย ส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยทำงานค่ะ วันนี้คนไทยจำนวนมากรวมถึงผู้ประกอบการ SMEs นั้นติดปัญหาเรื่องของเครดิตบูโรอันเนื่องมาจากสภาพปัญหาเศรษฐกิจที่เรื้อรังมาเป็น ระยะเวลานาน รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้เลย คนรวยก็รวยเป็นกระจุก คนจนก็จนกระจาย นี่คือสภาพเศรษฐกิจสังคมของประเทศไทยค่ะ วันนี้ตัวเลขหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้ครัวเรือนเข้าขั้นวิกฤติ หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว มีตัวเลขสูงถึง ๑๖.๕ ล้านล้านบาท หนี้เสียสูงถึง ๑.๒ ล้านล้านบาท ใน ๙.๕ ล้านบัญชี และกำลังที่จะเป็น หนี้เสียอีก ๕.๘ แสนล้านบาท ภาระหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เกิดจากระบบเศรษฐกิจที่พังมาเป็น ระยะเวลานานต่อเนื่อง การปรับโครงสร้างหนี้ก็ติดไปด้วยกำแพงเงื่อนไขที่ไม่สามารถชำระ หนี้ได้ ท่านเชื่อไหมคะว่าวันนี้คนไทยเรามีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เข้าถึงระบบของ สินเชื่อ เมื่อเช้าดิฉันฟังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทินได้แถลงนโยบาย ดิฉันรู้สึกดีใจค่ะ ท่านมีนโยบายในการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการแก้ปัญหาหนี้นะคะ แต่ยังไม่ทันไร ดิฉันก็ได้รับฟังว่าท่านก็ได้แถลงถึงเงื่อนไข ถือได้ว่าเป็นการสร้างกับดักหนี้ค่ะ เพราะท่าน จะให้เฉพาะลูกหนี้ที่สามารถชำระหนี้ได้สม่ำเสมอ ดิฉันก็เลยงงว่าตกลงท่านจะช่วยใครนะคะ ท่านจะช่วยประชาชนแก้กับดักหนี้หรือจะสร้างกับดักหนี้ให้กับประชาชน ฉะนั้นในวันนี้ ก็จะเป็นการดีหากว่ารัฐบาลนั้นจะได้มีการผ่อนปรนในเรื่องของเครดิตบูโร ในช่วงระยะเวลา สั้น ๆ นี้โดยที่ท่านไม่ต้องใช้งบประมาณอะไรมากมาย เช่นกับนโยบายคนละครึ่ง ซึ่งตรงนี้ ก็จะสามารถช่วยได้ในทางหนึ่งค่ะ ประการสำคัญไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มผู้บริโภคนะคะ ท่านต้อง มองถึงกลุ่มผู้ประกอบการหรือว่า SMEs ด้วย วันนี้ทั้ง ๒ กลุ่ม จะเป็นกลไกสำคัญในการ กระตุ้นเศรษฐกิจนะคะ ซึ่งก็จะส่งผลต่อตัวเลขจีดีพีของประเทศด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้น ในเรื่องของการผ่อนปรนเครดิตบูโร การทำให้ผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลเอง ก็มีโครงการเงินกู้ต่าง ๆ มากมายมาให้กับผู้ประกอบการหรือว่า SMEs แต่สุดท้ายแล้ว ผู้ประกอบการก็เข้าถึงโครงการนี้ได้ยากมากเพราะว่าติดด้วยเงื่อนไขที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้แถลงไว้เมื่อเช้านี้นั่นเองค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเองก็คิดว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องมี นโยบายในเรื่องของการผ่อนปรนเงื่อนไขเครดิตบูโร ซึ่งในกระบวนการท่านสามารถทำได้โดย เริ่มต้นตั้งแต่ธนาคารซึ่งเป็นธนาคารของรัฐ เช่นธนาคารออมสิน โดยการให้ระยะเวลา ผ่อนปรน ๑ ปีหรือ ๒ ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานประกอบการที่ยังคงประกอบการอยู่ หรือว่ายังคงมีการส่งงบประจำปีอยู่ ท่านไม่ควรที่จะนำเอาผลประกอบการที่อยู่ในเครดิตบูโร นั้นมาเป็นนัยสำคัญในการพิจารณาหรือการตัดสิน ท่านควรที่จะคำนึงถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนแล้วก็ผู้ประกอบการเป็นที่ตั้งค่ะ
ท้ายที่สุดค่ะท่านประธาน ดิฉันเชื่อว่าเมื่อผู้ประกอบการ เมื่อผู้บริโภค ได้รับ การช่วยเหลือ เศรษฐกิจประเทศไทยขับเคลื่อนไปได้ ดิฉันเชื่อว่าในช่วงระยะเวลาอันสั้นนี้ หากท่านใช้นโยบายนี้กับพี่น้องประชาชน ท่านจะได้คะแนนเสียงคะแนนนิยมมหาศาลจาก พี่น้องประชาชนในประเทศค่ะ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ