ธีระชัย ชี้นโยบายรัฐกระทบเกษตรกร หนุนฟื้นกองทุนอ้อย-น้ำตาล

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

ธีระชัย แสนแก้ว ท้วงติงนโยบายรัฐที่ขาดความชัดเจนในการช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวไร่อ้อยที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำตาลตกต่ำและมาตรการลดฝุ่น PM2.5 พร้อมเรียกร้องให้รัฐฟื้นนโยบายปรับราคาอ้อยและน้ำตาล รวมถึงบริหารจัดการอุตสาหกรรมน้ำตาลอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ท่าทีของผู้นำที่เปลี่ยนไปหลังได้รับตำแหน่ง จนขาดความเหมาะสมกับบทบาทผู้นำประเทศ

นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝากท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วย กระผมจะไม่พูดเรื่องเขากระโดง จะไม่พูดเรื่องฮั้ว สว. เพราะว่า พี่น้องประชาชนทั้งประเทศรู้แล้วว่าฮั้วจริง ๆ ครับ กระผมจะไม่พูดเรื่องถนนยุบ อยู่หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล หน้าโรงพักสามเสน จะไม่พูดครับ สภารั่วผมก็จะไม่พูด ผมจะพูดเรื่องปากท้องของพี่น้องประชาชนครับ กระผมได้อ่านคำแถลงนโยบายของ ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อเช้านี้ ในหน้า ๒ ท่านบอกว่าการบริหารจัดการราคาสินค้าทางด้าน การเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาส รายได้ และสร้าง ความสามารถในการแข่งขันให้แก่พี่น้องเกษตรกรให้มั่นคง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านบอกว่าจะทำให้ราคาสินค้าอยู่ในราคาที่เหมาะสมและจะช่วย พี่น้องเกษตรกร ให้มีความมั่นคงโดยจะร่วมมือกับภาครัฐเอกชนและท้องถิ่นให้มุ่งเน้น ในการพัฒนาเทคโนโลยี เรียนรู้ทักษะ เพิ่มทักษะเพื่อเป็นการผลิตการสร้างรายได้ให้มากขึ้น และยังบอกอีกว่าจะส่งเสริมให้พลังงานแสงอาทิตย์ในการเกษตร ท่านประธานที่เคารพครับ ในหน้า ๒ ที่ผมได้กล่าวมาเบื้องต้นนั้นกระผมไม่เห็นมีอะไรที่มันเป็นรูปธรรมเลย ทั้งความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน พี่น้องเกษตรกรที่จะเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ ในด้านการเกษตร ประกาศอย่างนี้ใครก็ทำได้ครับท่านประธานครับ ซึ่งกระผมไม่เห็นถึง วิธีการ ขั้นตอนการทำงานไม่เห็นเลยว่าจะทำให้มันสำเร็จเป็นมรรคเป็นผลได้อย่างไร และการนำเทคโนโลยีที่เราพูดกันมาตลอดมันจะทำได้อย่างไร เพราะราคามันสูง พี่น้องเกษตรกร เราจะเอาทุนมาจากไหนล่ะครับซื้อ ท่านประธานครับ เกษตรกรรายย่อยมันมากกว่าเกษตรกร ที่เป็นเศรษฐี วันนี้พี่น้องเกษตรกรเรายากลำบากมากเหลือเกิน เพราะราคาสินค้าของพี่น้อง ทางด้านการเกษตรตกต่ำมาก เพื่อนสมาชิกก็ได้บอกไปแล้วว่าราคาข้าวมันไม่เคยมีตั้งแต่เกิด มาว่าราคา ๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน มันสำปะหลังก็ตกต่ำเหลือบาทกว่า ๆ ครับ ณ เวลานี้ ยางพาราในฐานะย่ำแย่ก็ย่ำแย่เหมือนกันถึงแม้ว่ามันจะไม่ถึงขีดย่ำแย่ ขนาดก่อนมาแถลง นโยบายท่านว่ารัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรก็รู้งาน ชิงประกาศไปก่อน ยางพาราจะต้องได้กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท มา ๒ ปีมาจนถึงขณะนี้ แล้วก็ยังกิโลกรัมละ ๑๐๐ อีกครับ มันไม่ถึงครับ ขอถามหน่อยว่าจะทำให้ราคายางขึ้นไปถึง กิโลละ ๑๐๐ บาท ท่านต้องทำอย่างไร เมื่อก่อนเอิ๊กอ๊ากครับท่านครับ ได้มีการสั่งการต่าง ๆ ในการที่ยางพาราที่จะนำเข้าจากประเทศพม่า จากผู้มีอิทธิพลเถื่อน จากอะไรต่าง ๆ ท่านจะต้องปราบปราม นุ่งโสร่งเข้ามา ท่านจะต้องสกัดกั้นไว้ เพราะเอามาขายแข่งยางพารา ที่มีมากมายในประเทศไทย มันไม่ได้หรอกครับ แล้วก็ยังได้ข่าวอีกครับว่ามีการนำเข้าน้ำยาง จากประเทศเวียดนามอีก ขนาดในประเทศมันมีมากมายจนราคามันตกต่ำขนาดนี้ และมันจะ ถึง ๑๐๐ ได้อย่างไรครับท่านประธาน ต่อไปในหน้า ๕ อยู่ตรงนี้ละครับ ท่านบอกว่า จะยกระดับวิธีการเกษตรไปสู่เกษตรรุ่นใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นป้องกันการลด การเผาทางด้านการเกษตรเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM2.5 เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ผมอยากฝากท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่านกำชับ สส. ๓๑๑ คน ให้มาประชุมเรื่องอากาศสะอาด พระราชบัญญัติอากาศสะอาดให้มันลุล่วงเถอะครับ เอาตรงนี้ให้เสร็จก่อน ผมอยากจะเล่าให้ ท่านฟังครับโดยเฉพาะพี่น้องชาวไร่อ้อยของผม ทำไมถึงว่าของผม ผมเป็นนายกสมาคม ชาวไร่อ้อยภาคอีสานนะครับ ทุกวันนี้พี่น้องชาวไร่อ้อยตกระกำลำบากเหลือเกินครับ คาดว่า เปิดหีบปีนี้ผลผลิตน้ำตาลทรายฤดูกาลผลิต ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ที่จะถึงเดือนธันวาคม ราคาอ้อยจะได้รับไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาทครับ และบอกตรง ๆ ถึงแม้ว่าอ้อยจะเชื่อมโยงไปอยู่ กระทรวงอุตสาหกรรมแต่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดูเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ อ้อยมันเกี่ยวพันกับฝุ่น PM2.5 ด้วย พี่น้องชาวไร่อ้อยก็เลยเป็นจำเลย สังคมมาโดยตลอด ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านมามีการสนับสนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลด PM2.5 พี่น้องเกษตรกรให้ความร่วมมืออย่างดีครับ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลก่อน ๆ ได้ช่วยเหลือตันละ ๑๒๐ บาท ซึ่งเป็นอ้อยสด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่แล้วได้ ๖๙ บาท ก็ยังจะเอาเงินกองทุนมาช่วยอีก ๓๐ บาทซึ่งจะมีอีกไม่กี่วันมานี้ เงินกองทุนไม่ต้องเข้า ครม. ท่านประธานที่เคารพครับ พออะไร ๆ ไม่เป็นรูปธรรมแล้วไม่ชัดเจนพี่น้องเกษตรกร เขาจะไว้ใจรัฐบาลชุดนี้ได้อย่างไรครับ การขึ้นสู่ตำแหน่งอำนาจฝ่ายค้ำของท่านจะช่วย พี่น้องเกษตรกรได้จริง ๆ หรือครับ ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเป็นผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทราย ปลูกอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลตามพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย มาประมาณ ๓๐ กว่าปีแล้ว พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย ปี ๒๕๒๗ และแก้ไข เมื่อปี ๒๕๖๔ ครับ ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย มีการแก้ไขและ ช่วยการแก้ไขชาวไร่อ้อยมาจนถึงปัจจุบันนี้นะครับ ที่กระผมฟังจากการแถลงนโยบายนั้น จากเอกสารฉบับนี้กระผมกังวลเหลือเกินว่าท่านจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ไม่ได้เลยครับ กระผมขอนำเสนอ เพราะผมเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านอย่างสร้างสรรค์นะครับ ไม่ต้องห่วงสิ่งที่รู้ต้องแนะนำท่าน เพราะไม่รู้ทุกคนหรอกครับ กระผมขอนำเสนอแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาราคาอ้อยตกต่ำที่จะมีขึ้น ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ เปิดหีบเดือนธันวาคม กำลังจะมาถึงและจะเริ่มเปิดหีบตั้งแต่เดือนธันวาคมนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ การคิด ราคาอ้อยเบื้องต้นประมาณการว่าจะตกต่ำเหลือ ๘๕๐ บาทเท่านั้นเองต่อตันอ้อย ราคา น้ำตาลในตลาดโลกก็ตกต่ำเหลือ ๑๕-๑๗ เซนต์ต่อปอนด์ วันนี้ก็เหลือ ๑๖.๕๙ เซนต์ต่อปอนด์ เท่านั้นเองครับ อันนี้คือน้ำตาลทรายดิบ ท่านนำออกไปเขาก็ไปแปลงอีก ในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมานั้นราคาน้ำตาลตลาดโลกอยู่ที่ ๒๒-๒๔ เซนต์ต่อปอนด์ จะทำให้ชาวไร่อ้อยได้ราคา สูงถึง ๑,๔๒๐ บาทในฤดูกาลปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ ครับท่านประธาน แต่ปีที่ผ่านมานั้น ปี ๒๕๖๖/๒๕๖๗ อยู่ที่ ๑,๑๖๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเคารพท่านประธานนะครับ คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ได้มีมติ ออกมาว่าต้นทุนในการผลิตอยู่ที่ตันละ ๑,๑๕๐ บาท มันต่ำครับ พูดไปพูดมาปี ๒๕๖๘/๒๕๖๙ ที่กำลังจะถึงนี้ประมาณการราคาชาวไร่อ้อยจะต้องขาดทุนตันละ ๓๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีเตรียมดี ๆ ๔ เดือนท่านสามารถจัดการได้ ท่านครับ ผมไม่ดูถูกดูแคลน ท่านนะครับ ๔ เดือนก็จัดการได้ครับ กระผมขอเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาราคาอ้อย ตกต่ำอย่างนี้ ทำไม ๔ เดือนต้องจัดการได้ถ้าท่านกล้าตัดสินใจ ท่านเอางบกลางในปี ๒๕๖๙ ช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดส่งเข้าโรงงานแก้ไขปัญหา PM2.5 ตันละ ๑๒๐ บาท เหมือนที่เคยปฏิบัติมาหลายปีเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับพี่น้องชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสด ซึ่งขณะนี้มีการตัดอ้อยสดเมื่อก่อน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อ้อยไฟไหม้ ณ เวลานี้อ้อยไฟไหม้เหลือ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ครับ ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดีกว่าไปแจกฟรี ๆ ครับ อะไรก็แล้วแต่ นี่เขาก็เป็นการทำงาน ในเมื่อเป็นการทำงาน เศรษฐกิจไม่ดีก็มาช่วยเขาจะไม่ดีกว่าหรือครับ คือไม่ต้องบอกเลยครับว่ามันจะสิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะว่า ๑ ตุลาคม งบประมาณ ๒๕๖๙ ก็ผ่านแล้ว ใช้ได้เต็มเม็ดอยู่แล้ว เปรียบเทียบกับ MOA ของท่านบอกว่าจะอยู่บริหาร ๔ เดือน กับงบประมาณเต็มจำกัดขนาดนี้ ๓,๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ทำงานกันทุกพรรค ในกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณก็ผ่านไปแล้วผ่าน สว. ไปแล้ว ท่านได้เปรียบเหลือเกิน ในการที่จัดการเรื่องนี้การใช้งบประมาณ แต่อย่าเป็นเพียงเอาไปหาเสียงเท่านั้น ต้องเอามา ให้พี่น้องเกษตรกรที่มันมีปัญหานี่ทุกอย่าง เพราะเกษตรกรนี้ผมเอาเสี้ยวหนึ่งนำรายได้สู่ ประเทศไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านต่อปีนะครับ

ประการที่ ๒ ครับท่านประธานครับ ควรปรับราคาน้ำตาลถ้าไม่มีปัญญา ผมบอกเลยปรับราคาน้ำตาลที่บริโภคภายในประเทศ ที่ผมเคยพูดแล้วหลายครั้งหลายหน เพราะชาวไร่อ้อยเขาจะได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ โรงงานน้ำตาลจะได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่การปรับ ราคาน้ำตาลกิโลกรัมละ ๓ บาท บริโภคภายในประเทศจะได้เงินประมาณ ๗,๕๐๐ ล้านบาท เท่านั้น เพราะเราบริโภคน้ำตาลภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ ๒๕ ล้านกระสอบ คิดเป็น กิโลกรัมสิครับ เหมือนที่กระผมเคยนำเสนอท่านสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี ๒๕๕๑ เกษตรกร ชาวไร่อ้อย อุตสาหกรรมนี้จะล้มละลาย ผมบอกว่าเสนอปรับราคาน้ำตาลกิโลละ ๕ บาท เอาเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ภายใน ๓ ปี ใช้หนี้หมด ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอามาให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย ปลูกอ้อยต่อไป ลืมตาอ้าปากมาจนถึงวาระนะครับ ก็ไม่เห็นมันมีปัญหาอะไรเลยนะครับ แต่นโยบายนี้ก็ถูกยกเลิกไปครับท่านประธาน ถูกยกเลิกไปเมื่อปี ๒๕๖๐ โดยรัฐบาลลุงตู่ครับ ใช้มาตรา ๔๔ เพราะอ้างว่าจะผิดกติกาการค้าดับเบิลยูทีโอ ทำให้กองทุนไม่มีเสถียรภาพ ตั้งแต่ตอนนั้นมา แค่บราซิลบอกว่าขู่จะฟ้องดับเบิลยูทีโอ เฉย ๆ เลยครับ ปัจจุบันนี้ ประเทศบราซิลได้มีการสนับสนุนส่งเสริมชาวไร่อ้อยเพิ่มเป็นตันละ ๗๐ บาทแล้วครับ ท่านครับ ไม่เชื่อก็ไปดู กระผมจึงอยากเรียกร้องให้ท่านนำนโยบายนี้กลับไปใช้ใหม่อีกทีหนึ่ง เพราะวันนี้ไม่มีประเทศใดในโลกที่จะรักษากติกานี้แล้ว แม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาก็ยัง ไม่เข้าไปเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอเลยครับ มันต้องเอาของจริงมาพูดกัน เวลาจะแก้ไขปัญหา เกษตรกรต้องเอาต้นทุนเขามา ไม่ใช่จะต้องมาพูดเพื่อความเหมาะสม เหมาะสมอย่างไรล่ะครับ พริกเขือเกลือปลาร้า ๕ บาทนั่นหรือครับ มันเหมาะสมอย่างไรครับ ขอให้กระทรวง อุตสาหกรรมบริหาร บอกท่านรัฐมนตรีด้วย บริหารอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาลทราย ซึ่งพระราชบัญญัติเขียนไว้อย่างดีแล้ว ซึ่งพวกเราสร้างกฎหมายขึ้นมา บริหารโดยรัฐ รัฐบาล คือกระทรวง โรงงานน้ำตาล เกษตรกรชาวไร่อ้อยถูกต้องที่ท่านบอกว่าภาครัฐ เอกชนนะครับ รัฐ เอกชนและเกษตรกร โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นผู้ดูแล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ๓ กระทรวงไปบริหาร ที่ผ่านมาให้ราชการกระทรวง อุตสาหกรรมกระทรวงเดียวไปบริหาร โดยรัฐมนตรีให้ข้าราชการ ๓-๔ ปีที่ผ่านมาให้ราชการ บริหาร เพราะฉะนั้นจะไปเป็นรัฐมนตรีทำไมครับท่านประธาน

ข้อที่ ๔ อุตสาหกรรมนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมพลังงาน อุตสาหกรรมอาหารที่พึ่งพาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย รัฐบาลไม่ใส่ใจไม่ได้นะครับ ต้องช่วยดูแลและสร้างราคาให้พวกเขาอยู่ได้ ถ้าพวกเขาอยู่ไม่ได้ เขาเลิกทำอ้อย พอเลิกทำอ้อยน้ำตาลก็ไม่มี ต้องนำเข้าจากต่างประเทศมา พอนำเข้า จากต่างประเทศมาต้องมา Re ไป Refine ทำโน้นทำนี่ ราคาน้ำตาลปัจจุบันนี้ในประเทศไทย ราคา ๒๒ บาทเท่านั้นเอง ในตลาดโลกทั้งหมดเราเป็นบริโภคน้ำตาลต่ำที่สุดอันดับ ๓ ของโลก ใน ๘๐ ประเทศของโลกนี้ครับท่าน สุดท้ายผมอยากจะขอกราบเรียน ขอฝากนายกรัฐมนตรี ว่าผมก็คุ้นเคยท่านดี แล้วท่านก็มีปฏิสังคมพันธไมตรีกับ สส. กับพี่น้องอะไรต่าง ๆ ดูแลกัน มาตลอด เพราะฉะนั้นพอท่านได้โปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเปลี่ยนไปครับท่าน ท่านมีเปลี่ยนไป เสี่ยหนูนอบน้อมถ่อมตน ดีทุกคน กราบไหว้ทุกคน แต่พวกเราไม่ต้องการให้ นายกรัฐมนตรีมากราบไหว้หรอกครับ แต่พอได้รับการโปรดเกล้าฯ ท่านดูเหลิง เหลิงอำนาจ พูดจาไม่ค่อยดี ก้าวร้าวพูดอีโน่นอีนี่ ขึ้นเวทีปราศรัย แล้ว ๒ วันก่อนก็ไป Claim น้องส้มของ เราอีกที่อยุธยา อยากจะให้ท่านมีการปรับปรุงว่าท่านอนุทินคนเดิม ท่าน สส. อนุทินเป็น คนเดิมที่เรารักเคารพ อย่าเหลิงอำนาจครับ ผมขอเตือนแค่นี้ ในฐานะที่ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีท่านจะไปพูดอย่างนั้นไม่ได้ ไม่ใช่นายกสมาคมชาวไร่อ้อยเหมือนผม ขอให้ท่าน ปรับปรุงบุคลิกของท่านให้เหมือนเดิมครับ อย่าเพิ่งไปก้าวร้าว ถ้าเกิดว่าบักนั้นก็เป็นได้ บักนี้ ก็เป็นได้ ผมก็พูดได้เหมือนกันครับ เพราะฉะนั้นขอขอบคุณครับ ขอแนะนำแค่นี้ละครับ ขอบคุณครับ