ฐิติมา ทูลเกล้าปัญหาเกษตรกรถูกตัดสิทธิเรียกร้องทบทวนด่วน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

ฐิติมา ฉายแสง ทูลเกล้าฯ ถ้อยแถลงวิพากษ์นโยบายรัฐบาลที่ละเลยปัญหาของเกษตรกร โดยเฉพาะความเดือดร้อนจากราคาข้าวตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง และความยากจนที่เรื้อรัง พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งแสดงผลงานและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงทบทวนการตัดสิทธิเกษตรกรในจังหวัดฉะเชิงเทราจากการได้รับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท ซึ่งเกิดจากการปลูกข้าวนาปรังก่อนกำหนด ทั้งที่อยู่ในช่วงผลผลิตที่ควรได้รับสิทธิ จึงขอให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องพิจารณาแก้ไขโดยเร่งด่วนเพื่อไม่ให้เกษตรกรสูญเสียโอกาสและเดือดร้อนเพิ่มเติม

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันอยากสะท้อนให้เห็นถึงคำแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน ๔ เดือน แทบจะไม่พูดถึงเรื่องเกษตรเลยค่ะท่านประธาน คำว่า เกษตร ปรากฏอยู่แบบ นับคำได้ ทั้ง ๆ ที่คนไทย ๖๗ ล้านคนนี้มีเกษตรกรเข้าไป ๓๐ กว่าล้านคน เกือบครึ่งประเทศแล้ว ทีนี้แปลว่ารัฐบาลอนุทินนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับเกษตรกรเท่าที่ควร ที่ผ่านมา ๒ ปีเต็ม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่ในกำกับดูแลของพรรคกล้าธรรม ดิฉันขอถามว่ามีผลงาน อะไรที่ชัดเจนบ้าง ราคาข้าวก็ไม่ได้รับการดูแล เกษตรกรก็อยู่กันอย่างยากลำบาก ขาดทุน เป็นหนี้เป็นสินท่วมหัว ผลผลิตข้าวต่อไร่ก็ยังต่ำ ไม่มีการพัฒนาความรู้ ต้นทุนปุ๋ย ค่าน้ำมัน ค่าแรงสูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นราคาข้าวของไทยแทบไม่ขยับตลอดเลย ๑๕ ปี ในปี ๒๕๕๓ เกษตรกรขายข้าวได้เฉลี่ยตันละ ๙,๕๒๐ บาท วันนี้ ปีนี้ ๒๕๖๘ ราคาข้าวเฉลี่ยก็อยู่ที่ ๙,๕๐๐-๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น แล้วที่น่าเจ็บปวดไปยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ราคาข้าวนาปรัง ในหลายพื้นที่เหลือเพียง ๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน ต่ำกว่าที่เคยขาย เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อนเสียอีก ถามว่าถ้าราคาต่ำอยู่กับที่ ตกลงไป ต้นทุนทุกอย่างสูงขึ้น ถามว่าเกษตรกรจะอยู่อย่างไร ท่านประธาน ดิฉันอยากให้ท่านประธานดูภาพดังต่อไปนี้นะคะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ดูตัวเลข อาจจะตัวเลข เล็กหน่อย ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีผลผลิตข้าวเฉลี่ย ๔๕๖ กิโลกรัมต่อไร่ เท่านั้น ต่ำกว่าเวียดนาม ต่ำกว่าจีน ต่ำกว่าสหรัฐ ต่ำกว่าออสเตรเลีย ชนะเพียงเมียนมา เท่านั้น ตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา ตัวเลขแทบไม่ขยับ ๔๐๐ กว่าบาท ๔๓๕ บาท ๔๕๐ บาท ๔๐๐ บาท แล้วกลับมาที่ ๔๕๖ กิโลกรัมต่อไร่ แล้วตอนนี้คำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน บอกว่าจะมาช่วยยกระดับเทคโนโลยีดิจิทัลเอย จะเพิ่มทักษะ จะเพิ่มผลิตภัณฑ์ โถ โถ โถ ๒ ปีที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรมคุมเกษตรยังทำอะไรไม่ได้เลย แล้วนี่รัฐบาลใหม่ พรรคกล้าธรรม ก็มาดูแลเกษตรอีก ๔ เดือนจะทำอะไรได้ เอาอย่างนี้ดีกว่าท่านประธานคะ ดิฉันขอเสนอ ถึงเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลอนุทิน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านธรรมนัส พรหมเผ่า น่าจะทำได้ใน ๔ เดือนนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะว่าเรื่องใหญ่โต ดิฉัน ไม่หวังนะคะที่เขาจะมาทำช่วยผลผลิตให้สูงขึ้น มาช่วยระบบชลประทานให้ทั่ว หรือจะมา ปลดหนี้ปลดสินให้พี่น้องเกษตรกร ไม่ได้หวังขนาดนั้นหรอกค่ะ เอาเรื่องนี้ดีกว่าง่าย ๆ เลย ท่านประธาน เป็นเรื่องที่ชาวบ้านเดือดร้อนที่สุด แล้วก็ร้องเรียนมา ดิฉันขอยกกรณีของ พี่น้องเกษตรกรชาวนาจังหวัดฉะเชิงเทราค่ะ ในรอบนาปรังปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ คราวที่ เพิ่งผ่านมา และพรรคกล้าธรรมก็เป็นคนดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็กำลังดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอนนี้อยู่ เขาถูกตัดสิทธิค่ะ ถูกตัดสิทธิเงินช่วยเหลือไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๑๐ ไร่ เงิน ๑๐,๐๐๐ บาท มีผลกับพี่น้องชาวนามากในตอนนี้ มันสามารถมาพยุงเขาให้ผ่านพ้นไปจากราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น หรือว่าราคาข้าวที่มันสวนทางกันมันตกต่ำอยู่ตอนนี้ แต่เกษตรกรกลับถูกตัดสิทธิ เพียงเพราะว่า อะไรคะ เขาปลูกข้าวนาปรังที่เร็วกว่าเกณฑ์ที่ทางการประกาศ จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดหนึ่ง ที่อยู่ในกลุ่มที่เขาประกาศให้ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ถึง ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๘ ในช่วงนี้จะ ได้รับเงินช่วยเหลือข้าวนาปรัง ๑,๐๐๐ บาทอันนี้ละค่ะ ทีนี้ปรากฏว่าวิถีชีวิตชาวนา ของฉะเชิงเทรา รวมทั้งของท่านรัฐมนตรีที่เพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่ของท่านอรรถกรนะคะ พี่น้องประชาชนเราแถบนี้วิถีชีวิตชาวนาเขาจำเป็นที่จะต้องหว่านข้าวก่อน ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ เขาอาจจะหว่านกันยายน เขาอาจจะหว่านเดือนตุลาคม เช่น บางคนหว่าน ๓ ตุลาคม บางคนหว่าน ๒๐ ตุลาคม มันก่อน ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๗ ปรากฏว่าเขาไม่ได้เงิน แล้วถามว่า ชาวนาเขาผิดอะไร การที่เขาหว่านก่อนแล้วเขาลงทะเบียนก่อน แล้วเขาก็ไม่ได้เงิน แต่ผลผลิตเขาอยู่ในช่วงที่ท่านประกาศว่าให้ได้ผลผลิตจากข้าวนาปรังแล้วก็จ่ายเงิน ดังนั้น เป็นน่าที่เสียใจเป็นอย่างยิ่งที่มากไปกว่านั้นก็คือว่าเกษตรตำบลบางแห่งยังมาบอกกับ พี่น้องเกษตรกร บอกว่าไม่ต้องลงทะเบียนหรอก อย่างไรก็ไม่มีทางได้อยู่แล้ว เพราะว่า ในสารบบของประเทศไทยเราไม่เคยมีการช่วยเหลือข้าวนาปรัง เราช่วยเหลือแต่ข้าวนาปี พอมาเจอข้าวนาปรังโดยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย งงค่ะเกษตรกรงง เลยไม่มารับขึ้นทะเบียนกับ พี่น้องเกษตรกร เขาก็เลยไม่ได้เงินค่ะ อย่างนี้ถามว่าพี่น้องชาวนาจะไปพึ่งใครได้ แล้วดิฉัน ย้ำตรงนี้เลยว่าเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม ที่ผ่านมาดิฉันไปยื่นหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีธรรมนัส พรหมเผ่า ตรงหน้าบัลลังก์ของท่านประธานนี่ละค่ะ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวท่านจะได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ท่านก็พูดเองว่าท่านจะทบทวน แล้วท่าน ก็บอกว่าท่านจะช่วยเหลือพี่น้องชาวนาเท่าที่ทำได้ ท่านบอกอย่างนั้นนะคะ เพราะฉะนั้น ท่านจะไม่สามารถพูดได้เลยว่าท่านไม่รู้เรื่อง ท่านพูดอย่างนี้ไม่ได้ ดิฉันหวังว่าท่านจะกลับมา ทบทวน แล้วก็เรื่องนี้มันไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อตอนปี ๒๕๕๖ ดิฉันเองร้องเรียนภาพนี้ที่ท่านประธานเห็น ดิฉันร้องเรียนไปยังท่านอธิบดีกรมส่งเสริม การเกษตรในขณะนั้น เพราะว่าเกษตรจังหวัดทำเอกสารของพี่น้องชาวนาตกน้ำหายไป เพราะมีน้ำท่วมปี ๒๕๕๔ เสร็จแล้วเขาก็ทบทวนแล้วก็จ่ายเงินให้พี่น้องชาวนายังทำได้เลย เพราะฉะนั้นท่านอธิบดีทำได้ ดิฉันก็คิดว่าท่านรัฐมนตรีก็ต้องทำได้ จะแพ้อธิบดีได้อย่างไร ดิฉันไม่ได้เอาชนะคะคานทางการเมือง แต่ต้องการถามแทนพี่น้องประชาชนว่า รัฐบาลอนุทิน ๔ เดือน จะเลือกปล่อยให้ ๔ เดือนสูญเปล่า สูญเสีย สูญหาย หรือจะทำ สักเรื่องหนึ่งให้มันเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ยืนเคียงข้าง อยู่ด้วย ขอบพระคุณค่ะ