ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล พูดถึงการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเสนอทางเลือกในการจัดการกับเงิน 4,000 ล้านบาท และเรียกร้องการยกระดับและพัฒนาในด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีความชัดเจนในเรื่องนี้ และขอให้รัฐบาลใหม่พิจารณาและตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณที่มีอยู่
ผมคิดว่าผมก็พูด อยู่ในเงินงบประมาณ มันก็มาจากภาษีประชาชนของเราทั้งหมด แล้วก็มันควรที่จะถูก พูดถึงได้ เพราะสุดท้ายก็ต้องถูกใช้จ่ายผ่านภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลชุดใหม่ ข้อเสนอ สำหรับเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่อยู่ในโครงการ ๆ หนึ่ง ให้กับรัฐบาล ขอย้อนไปที่ ข้อเสนอแรกอีกครั้ง คือท่านอาจจะปล่อยมือกับโครงการนี้ไปเลยก็ได้ คือไม่ต้องอะไรเลย ให้หน่วยรับงบประมาณที่เขาได้เงินไปแล้วก็ทำไป ท่านก็อาจจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่ถ้าเกิดว่ามันมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาท่านก็อาจจะถูกต่อว่าได้เช่นเดียวกันนะครับ
ทางเลือกที่ ๒ ถ้าเขาบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลใหม่แล้ว แต่มันมีมูลค่า อยู่ตั้ง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้ารัฐบาลใหม่จะไม่เอาเรื่องนี้ท่านก็สามารถตัดทิ้งทั้งก้อนได้ เช่นเดียวกัน ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะสั่งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวง สั่งชะลอโครงการทำการ โอนเปลี่ยนแปลงภายใน หรือท่านอาจจะเล่นใหญ่อีกนิดหนึ่ง แก้ พ.ร.บ. งบปี ๒๕๖๙ เสียเลย โอนเปลี่ยนแปลงก้อนใหญ่ นโยบายโครงการ จำนวน ๔,๐๐๐ ล้านบาท อาจจะ หายไปก็ได้ รวมถึงท่านอาจจะได้ตัดงบก้อนอื่นที่รัฐบาลก่อนทิ้งไว้ เพื่อจะได้เอาเงินก้อนนั้น ไปทำเรื่องอื่นที่ท่านเห็นว่าจำเป็นกว่าก็ได้
ทางเลือกที่ ๓ ท่านอาจจะเลือกทางเดิม คิดแบบเดิมก็ได้ หากท่านเห็นว่า รัฐบาลชุดก่อนได้ดำเนินการนโยบายนี้มาดีเพียงพอแล้วท่านก็อาจจะใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการชุดเดิมขึ้นมาก็ได้เพื่อให้เขาทำงานต่อไปให้ผ่านพ้นช่วงเวลาสั้น ๆ ๔ เดือนนี้ ไปแต่ว่าเปลี่ยนชื่อนิดหนึ่ง อาจจะให้เป็นชื่อที่ล้อกับท่านนายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็ได้
ทางเลือกที่ ๔ อันนี้เป็นทางเลือกที่ผมแนะนำ สามารถขึ้นสไลด์ได้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ไม่ได้พาดพิง ถึงใคร เป็นรูปแบบการบริหารจัดการ ทางเลือกที่ ๔ คิดและทำใหม่ รัฐบาลใหม่อาจจะใช้ โอกาสนี้ก็ได้ในการวางรากฐานให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไปเลย กำหนดหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องขึ้นมาว่าในแต่ละเรื่องมีหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องบ้าง แล้วกำหนดหน่วยงานหนึ่ง ไม่ต้องไปร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานใหม่ก็ได้ กำหนดให้เขาเป็นแม่งานในเรื่องนั้น ๆ หน่วยงานที่เป็นแม่งานก็ให้เขาตั้งคณะที่ปรึกษาได้ คณะที่ปรึกษาก็สามารถดึงเอกชนที่ดี เอกชนที่เก่ง เอกชนที่เชี่ยวชาญในสาขานั้น ๆ ให้เข้ามาได้ แต่คราวนี้เพียงแค่ว่ามีเกณฑ์ ให้ชัดว่าเกณฑ์ในการที่เอกชนจะเข้ามานั้นเข้ามาอย่างไร ทำได้อย่างไรแล้วอาจจะขีดเส้น ให้ชัดไปเลยครับว่าเอกชนที่ร่วมคิดร่วมทำห้ามมีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับการได้รับโครงการนะ แบบนี้มันก็จะหลุดพ้นข้อครหาการเอื้อประโยชน์ใด ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะกับ คณะกรรมการไหนนะครับ
สไลด์ถัดไปก็ได้ อันนี้เป็นข้อเสนอสำหรับพรรครัฐบาล พรรคภูมิใจไทย ๔ ข้อ ซึ่งผมแนะนำข้อ ๔ ว่าเป็นเรื่องที่ดี จริง ๆ แล้วผมมีข้อเสนอสำหรับรัฐบาลชุดก่อน อยู่เหมือนกัน เพราะไหน ๆ แล้วมันก็เป็นเรื่องที่เคยเป็นนโยบายของท่าน แม้ว่าท่านไม่ได้ ทำต่อ แต่เงินงบประมาณยังคงอยู่ใน พ.ร.บ. ท่านประธานท่านก็น่าจะเข้าใจ เงินมันอยู่ แบบนั้น มันก็ต้องถูกใช้ไปแบบนั้น ถ้าไม่มีใครบอกให้ชะลอหรือโอนเปลี่ยนแปลง แต่ว่า ไม่เป็นอะไรหากท่านวรวัจน์ ขออภัยที่เอ่ยนาม อาจจะไม่สบายใจ ก็เอาเป็นว่าสรุป ผมพยายามพูดมาทั้งหมดเพื่อชี้ให้เห็นว่ามันก็มีนโยบาย ๆ หนึ่งที่เงินมัน ยังคงเหลืออยู่ในปีหน้า เกือบ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เงินไม่ใช่น้อย ๆ ผมก็พยายามชี้ให้เห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น มันทุลักทุเลอย่างไร มันตั้งโครงสร้างไม่ได้อย่างไร ปัญหาที่เกิดจากการดึงคน มาร่วมที่อาจจะมีเรื่องไม่โปร่งใสไปบ้างมันเป็นอย่างไร รวมถึงเสนอข้อเสนอแนะในการที่จะ ยกระดับพัฒนา อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้กับรัฐบาลใหม่ได้ลองพิจารณาดู สำหรับเรื่องนี้ การพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผมคงพูดภาษาอังกฤษของมันไม่ได้อีกแล้ว เอาเป็นว่า เรื่องนี้ไม่มี MOU หรือ MOA มาบังคับใครทั้งสิ้น ทั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงอดีตรัฐบาลเดิมด้วย แต่ท่านต้องไม่ลืมนะครับว่างบประมาณที่ผ่านมือท่านไปก้อนนั้นยังคงอยู่ จะยังถูกใช้แบบนั้น เอาเป็นว่าพวกผมพรรคประชาชนเราก็ตรวจสอบตรงไปตรงมาเสนอแนะสิ่งที่จำเป็นไปแล้ว ผมเองก็หวังจะเห็นความชัดเจนในเรื่องของจากพวกท่านรัฐบาลใหม่ ประชาชนที่เขาสนใจ เขารออยู่ ยิ่งเอกชนคนที่เขาทำงานโดยตรงในวงการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เขาก็อยากได้ ความชัดเจนในเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ขอบคุณครับท่านประธาน