ณัฐพล แจงงบ Soft Power 3,927 ล้าน ห่วงใช้ไร้ประสิทธิภาพ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเรื่องนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ที่ขาดความชัดเจนในการกำกับดูแล ทั้งที่มีงบประมาณจำนวนมากจัดสรรไว้ พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่เป็นระบบและโครงการที่ไม่เกิดขึ้นตามเป้าหมายของรัฐบาลชุดก่อน

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนประธาน สภาที่เคารพครับ ผม ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ พรรคประชาชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ สำหรับการอภิปราย นโยบายของรัฐบาลใหม่ในวันนี้ นโยบายหนึ่งที่ผมจะหยิบขึ้นมาพูดก็คือเรื่อง Soft Power จริงอยู่ว่า Soft Power ไม่ใช่นโยบายของพรรคประชาชนแต่เป็นของพรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้ มีโอกาสได้ทำในฐานะรัฐบาลแล้ว สำหรับรัฐบาลใหม่พรรคภูมิใจไทยเองก็ตามก็เข้าใจครับ ว่า Soft Power ไม่ใช่นโยบายเรือธงของท่าน ในคำแถลงนโยบายก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้โดยตรง แต่ที่ผมจำเป็นต้องหยิบมาพูดในวันนี้เพราะว่านโยบาย Soft Power แม้จะไม่มีในนโยบาย แต่มันปรากฏในงบประมาณนะครับ งบประมาณ Soft Power ปี ๒๕๖๙ ตาม พ.ร.บ. ที่เพิ่ง ผ่านไปมูลค่า ๓,๙๒๗ ล้านบาท กำลังจะเริ่มใช้ได้ในวันที่ ๑ ตุลาคมนี้ ซึ่งก็คือวันมะรืนนี้แล้ว ผมก็เกรงว่าถ้าเราไม่พูดเรื่อง Soft Power เงินก้อนนี้กันในวันนี้ก็กลัวว่าเงินก้อนนี้จะเป็นเงิน ที่สูญเปล่าไปอย่างไร้ประโยชน์ก็เป็นได้นะครับ ท่านประธานครับ เพื่อเท้าความถึง ความเป็นมาและอันเป็นไปของการดำเนินการ Soft Power ที่ผ่านมานะครับ ผมขอใช้เวลา ตรงนี้สั้น ๆ เพื่อเล่าว่าการดำเนินงานนโยบาย Soft Power ของอดีตรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เป็นอย่างไร ย้อนไปตอนปี ๒๕๖๖ การเลือกตั้งหาเสียงพรรคเพื่อไทยก็หาเสียงไว้ว่า จะยกระดับเศรษฐกิจไทยด้วยนโยบาย Soft Power ผ่านการจัดตั้งหน่วยงานหนึ่งขึ้นมา ให้เลียนแบบของเกาหลี แต่จะใช้ชื่อว่า THACCA ในช่วงต้นของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ก็เข้าใจได้ว่ากฎหมายจัดตั้งอาจจะยังไม่พร้อมนะครับ เลยต้องใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี ในการสั่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power แห่งชาติขึ้นมา ซึ่งคณะชุดนี้ก็มีชื่อเล่น ว่าคณะ THACCA คณะทำงานที่ว่านี้ก็จะเป็นผู้คิดว่า Soft Power ของประเทศไทยมีสาขา อะไรบ้าง ก็อย่างที่เราทราบกันนะครับ ท่องเที่ยว กีฬา ออกแบบ ศิลปะ ภาพยนตร์ แฟชั่น อะไรทำนองนี้ รวมกันแล้วมี ๑๔ ด้าน เมื่อคิดขึ้นมาได้คณะทำงานที่ว่าก็จะเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับด้านนั้น ๆ ให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการ เชิญเอกชน เชิญผู้ประกอบการ ที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการ เข้ามาทำอะไรครับ เข้ามานั่งประชุมกัน เข้ามา นั่งคิดกันว่าต้องทำโครงการอะไรเพื่อยกระดับ Soft Power ให้ประเทศไทย เมื่อคิดโครงการ ขึ้นมาได้ครับ คณะ THACCA ก็จะนำโครงการที่คิดได้ไปฝากใช้งบประมาณในหน่วยงาน ต่าง ๆ ยกตัวอย่างโครงการด้านการท่องเที่ยวก็ฝากไว้กับ ททท. ด้าน Festival ก็ฝากไว้กับ TCEB ด้านมวยไทยฝากไว้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ด้านอาหาร ด้านแฟชั่นก็ฝากไว้กับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก็ฝากไว้แบบนี้ ฝากไว้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ จนถึง ปี ๒๕๖๙ ฝากไว้ประมาณ ๑๑๓ โครงการ ในช่วงระหว่างการทำงานของคณะกรรมการ THACCA ก็มีความพยายามที่จะตั้งสำนักงาน THACCA ขึ้นมาผ่าน พ.ร.บ. จัดตั้ง THACCA แต่ พ.ร.บ. ที่ว่านี่ครับ มันดันไม่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลเพื่อไทย เหตุผลที่ไม่เกิดครับ ก็ต้อง ยอมรับกันนะครับว่าพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ได้มีร่าง พ.ร.บ. THACCA ในมือตัวเองมาตั้งแต่ต้น พอจะร่างขึ้นมาก็ให้หน่วยงานหนึ่งร่างขึ้นมาให้ เมื่อร่างเสร็จเอาไปรับฟังความคิดเห็น ก็ปรากฏว่าโดนหน่วยงานอื่น ๆ เขาแย้งกลับมาจนยับครับ เหตุผลที่เขาแย้ง เขาแย้งว่า สำนักงาน THACCA ที่จะตั้งขึ้นมาใหม่นั้นมีภารกิจซ้ำซ้อนกับภารกิจที่หน่วยงานต่าง ๆ เขาทำได้อยู่แล้ว เมื่อเป็นแบบนี้ครับ พ.ร.บ. THACCA ก็ถอยหายไปเลยไม่เคยปรากฏมา ในสภา ๒ ปีที่ผ่านมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนมาถึงตอนนี้สภาพของ Soft Power ก็เป็นอย่างที่เห็น นายกรัฐมนตรีแพทองธารหลุดรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำต่อ กฎหมายจัดตั้ง THACCA ไม่เคยมา คณะ THACCA ที่ถูกแต่งตั้งด้วยอำนาจนายกรัฐมนตรีก็หายไป แต่สิ่งที่เหลืออยู่ คืองบประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท Soft Power ในปี ๒๕๖๙ ที่กำลังจะเริ่มใช้ในวันพุธนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่หากท่านคิดดีใจว่าประเทศเรามี THACCA เหมือน KOCCA ของเกาหลีแล้ว ก็ต้องบอกว่าท่านเข้าใจผิดเพราะ THACCA ยังไม่เคยเกิดขึ้นผ่านกฎหมายใด ๆ เป็นเพียงแค่คำสั่งของนายกรัฐมนตรี สิ่งที่เราเห็น THACCA ณ ปัจจุบัน ก็คือ Account กับ Admin Page เฟซบุ๊ก และ Twister เท่านั้น นี่เป็นเหตุผลรวม ๆ ที่ผมขอเรียกว่า Soft Power ณ ขณะนี้มีความจำเป็นลูกผีลูกคนเอาแน่เอานอนไม่ได้ มีงบประมาณ แต่ไม่รู้ว่าใคร เป็นผู้รับผิดชอบ ทีนี้แม้ว่าการตั้งหน่วยงานเป็นหน่วยรับงบประมาณขึ้นมาใน ๒ ปีที่ผ่านมา จะไม่สำเร็จ แต่ ๒ ปี ที่ผ่านมาคณะ THACCA ด้วยอำนาจนายกรัฐมนตรีใช้เงินภาษี ประชาชนไปแบบฉ่ำ ๆ เลยนะครับ ใช้ฉ่ำไปแค่ไหน ผมหยิบตัวเลขจาก Page จาก Account Official ของ THACCA เลยนะครับ มาเปิดให้ดู เราจะได้ไม่ต้องมาเถียงกันว่าแท้จริงแล้ว Soft Power ของพรรคเพื่อไทยใช้เงินไปเท่าไร ข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ X ที่ชื่อว่า THACCA ระบุ ว่าปี ๒๕๖๗ THACCA ได้งบกลางไป ๖๓๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๘ THACCA ได้งบปกติและงบ กลางไป ๒,๘๘๔ ล้านบาท แล้วปี ๒๕๖๙ ที่กำลังจะเริ่มใช้ THACCA ได้เงินตาม พ.ร.บ. งบ ไป ๓,๙๒๗ ล้านบาท สรุป ๓ ปี งบประมาณคณะ THACCA ลูกผีลูกคนขนาดนี้ แต่ได้งบประมาณรวมกันไป ๗,๔๔๗ ล้านบาท ท่านรู้สึกว่ามันฉ่ำตามที่ผมพูดไหมครับ นอกจากเรื่องความลูกผีลูกคน นอกจากเรื่องการได้งบไปฉ่ำ ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่ผมจำเป็นต้อง สื่อสารให้กับรัฐบาลใหม่ รัฐบาลภูมิใจไทยที่นั่งอยู่ตรงนี้ คือเรื่องของการดำเนินการนโยบาย Soft Power ที่ผ่านมา มันมีความส่อว่าจะเอื้อประโยชน์ที่จะให้เอกชนบางรายได้งานได้เงินไป อย่างที่ผมอธิบายไปครับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power มีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน แต่ภายใต้คณะกรรมการก็จะมีคณะอนุกรรมการย่อย ๆ ต่าง ๆ แบ่งตามสาขา Soft Power ไป เช่น อนุท่องเที่ยว อนุออกแบบ อนุอาหาร อนุกีฬา อนุแฟชั่น แบ่งกันไป มีทั้งหมด ๑๔ คณะอนุกรรมการ ซึ่งในคณะอนุเหล่านี้แน่นอนครับว่ามีหน่วยงานรัฐ ที่เกี่ยวข้องมานั่งอยู่ แต่ก็จะประกอบด้วยผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาตั้งเป็นกรรมการ ในคณะ ท่านเคยสงสัยไหมครับว่าเอกชนที่ได้เข้ามานั่งในคณะเขาเข้ามาด้วยหลักเกณฑ์อะไร ผมสงสัยเรื่องนี้แล้วผมเคยถามกับหน่วยงานหน่วยงานหนึ่งที่เขาเป็นเลขาในที่ประชุมของ การประชุมของคณะ THACCA มาโดยตลอด ผมถามว่าท่านบอกได้ไหมครับว่าหลักเกณฑ์ ในการเลือกเอกชนเข้ามาคืออะไร หน่วยงานทำได้เพียงแค่อมยิ้มครับ เขาตอบไม่ได้จริง ๆ นั่นก็เพราะว่ามันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลย การที่จะได้เข้ามาเป็นเอกชนรายหนึ่งอยู่ใน คณะกรรมการ คนในวงการเขาซุบซิบกันครับว่ามันทำกันแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา เรื่องนี้ผมได้ยินมาแบบนี้ เรื่องการส่อว่าจะเอื้อประโยชน์ตอนอภิปรายงบ ๒๕๖๙ ผมพูดไป ครั้งหนึ่งแล้วนะครับว่าการที่มีเอกชนเข้ามานั่งคิดโครงการ นั่งเคาะโครงการแล้วก็อาจจะ ได้รับงานนั้นไป ซึ่งแม้ว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างมันจะถูกต้องทั้งหมด แต่การที่ท่านเป็นคนใน ท่านรู้โครงการก่อนว่าจะมีอะไร ท่านล็อกวงได้ก่อน เรื่องนี้มองอย่างไรมันก็ส่อที่จะเป็น Conflict Of Interest เอื้อผลประโยชน์ สิ่งที่ผมพูดมานี้มันอาจจะจริงก็ได้ ผมนั่งอยู่ใน กรรมาธิการงบมา ๒ ปี ทุกครั้งที่มีการตัดหรือปรับลดงบ Soft Power ไป ก็จะมีเอกชน บางรายออกมาโวยวายอยู่บนโลก Social โลกออนไลน์อยู่เสมอนะครับ เมื่อไม่นานมานี้ครับ มี Page เฟซบุ๊กชื่อดัง Page CSILA ได้เปิดเผยข้อมูลมาชุดหนึ่ง เป็นแผนผังของกระบวนการที่เขาเรียกว่าเป็นก๊วนกวาดงาน Event ของ ททท. วิธีการของ กระบวนการนี้คือเขาจะตั้งตัวบุคคลบุคคลหนึ่งเป็นคนในเอาไว้ใน Board คณะกรรมการ บุคคลนี้จะทำหน้าที่เป็นคนคิดโครงการ เคาะโครงการ รู้ก่อนว่าจะมีโครงการอะไร แล้วก็ส่ง โครงการนี้บอกให้เครือข่ายพวกพ้องเข้าประมูลแล้วก็ได้งานนั้นไปครับ ข้อกล่าวหาสำคัญของ เรื่องนี้ที่ทาง Page CSILA ได้เปิดเผยเขากล่าวหาว่ากลุ่มคนเหล่านี้อาจมีความใกล้ชิด ยึดโยงกับอดีตนายกรัฐมนตรีก็เป็นได้ ผมไม่ทราบว่าใกล้ชิดแบบไหนนะครับ แต่เท่าที่ได้ยินมา เขาบอกว่าถ้าเห็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่ไหนก็จะเห็นบุคคล ๒ คน บุคคลหนึ่งมีอักษรย่อว่า ป. ส่วนอีกคนหนึ่งมีชื่ออักษรย่อว่า อ. ก็จะเห็น ๒ คนนี้อยู่เคียงข้างอดีตนายกรัฐมนตรีอยู่เสมอ จากข้อกล่าวหานี้ผมไม่ทราบว่าก็จะมีการชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร ซึ่งหากมีการชี้แจงก็อาจจะ ชี้แจงได้ว่าท่านไปเอางบ ททท. กับงบ THACCA มาข้องเกี่ยวกันได้อย่างไร มันคนละส่วนกัน คนละคณะกัน Board ในการพิจารณามันคนละอย่างกัน