เศรณี ชี้เกษตรวิกฤต ราคาตก-หนี้พอก หวั่นภัยซ้ำซาก

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

เศรณี อนิลบล หารือปัญหาด้านเศรษฐกิจการเกษตรที่ส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อนจากวิกฤติราคาสินค้าตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูง ปัญหาการส่งออก ความล้มเหลวในการบริหารของหน่วยงานรัฐ และผลกระทบจากนโยบายภาครัฐที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงปัญหาขวัญกำลังใจของข้าราชการส่วนท้องถิ่น

นายเศรณี อนิลบล สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม เศรณี อนิลบล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งสิ่งที่ผมจะมาพูดในเรื่องของการแถลง นโยบายของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ เศรษฐกิจการเกษตรถือว่าเป็นเศรษฐกิจที่สำคัญที่จะช่วย สร้างรายได้ ลดรายจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรและพี่น้องประชาชน ในเรื่องของการบริหาร จัดการสินค้าเกษตรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการที่จะสร้าง รายได้และความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่รัฐบาลทุกรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะต้องมีหน้าที่ โดยตรงว่าท่านดำเนินการอย่างไรในเวลาอันสั้นของรัฐบาล ในเมื่อสินค้าเกษตรทุกชนิด ในรอบปีที่ผ่านมา เราจะเห็นว่าล้วนแล้วแต่มีปัญหาในเรื่องของวิกฤติราคาตกต่ำอย่างน่าใจหาย สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรและทำให้เกิดหนี้สินพอกพูนให้กับพี่น้องตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นสินค้าข้าวซึ่งราคาตกต่ำอย่างหนัก มันสำปะหลังราคาถูกจนเกษตรกรแทบจะ สิ้นเนื้อประดาตัว แม้กระทั่งโรงงานอุตสาหกรรมแป้งต่าง ๆ ตอนนี้ก็ประกาศขายโรงงาน ไปเกือบหมดแล้วในเขตภาคอีสาน ผลไม้ทุกชนิดซึ่งในแต่ละรอบปีก็ Parade กันเข้ามาว่าเมื่อ ถึงฤดูกาลผลิตแต่ละพืชก็จะมีปัญหาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นลำไย มะม่วง แล้วก็ทุเรียน ซึ่งมี ปัญหาอย่างหนัก ในเรื่องของปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นโคเนื้อ ซึ่งปัจจุบันมีพี่น้องเกษตรกร ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน เรามีประชากรโคถึงประมาณ ๙.๘ ล้านตัว ซึ่งวันนี้ยัง ไม่สามารถที่จะส่งออกไปต่างประเทศได้ ถึงแม้ว่าเราจะส่งออกได้แต่ก็ต้องยืมจมูกเพื่อนบ้าน หายใจ ไม่ว่าจะเป็นลาว เวียดนาม โคนม ซึ่งทุกวันนี้พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโคนมก็ไม่สามารถ ที่จะอยู่อย่างมีความสุขได้ เนื่องจากว่าองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยซึ่งถือว่า เป็นองค์กรหลักที่จะมาดูแลพี่น้องเกษตรกรกลับมีการทุจริต มีการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ตามระเบียบ บัดนี้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทยก็ยังค้างเงินค่านมกับ พี่น้องเกษตรกร หรือชุมนุมสหกรณ์ต่าง ๆ หลายพันล้านบาท นั่นคือเกิดจากการบริหารของ ภาครัฐทั้งสิ้น อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรต้องยากจนอย่างซ้ำซาก ก็คือภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งแต่ละปีรัฐบาลต้องชดเชยแล้วก็เยียวยา แล้วก็ต้องหางบประมาณมาซ่อมแซมสิ่งที่เกิดจาก อุทกภัยต่าง ๆ เมื่อเกิดอุทกภัยแล้วเพียงเวลาไม่ถึง ๓ เดือน ประเทศเราก็ต้องผจญ ชะตากรรมเกี่ยวกับเรื่องภัยแล้งอีก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็เกิดจากนโยบายของรัฐ ที่ไม่สามารถบริหารงานให้พี่น้องเกษตรกรสามารถอยู่อย่างมีความสุขได้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย การค้าเสรีต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลไม่มีเวลาเตรียมตัวให้กับพี่น้องเกษตรกรเลยที่จะตั้งหลักว่าถ้าหาก มีการนำสินค้าต่าง ๆ เข้ามาสู่ประเทศเราภายใต้อัตราภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์ มันจะทำลาย พี่น้องเกษตรกรที่ไม่สามารถที่จะแข่งขันได้ ไม่ว่าจะในเรื่องของต้นทุนการผลิต ปัจจัยราคา สินค้าเกษตร ปัจจัยการผลิตที่มีราคาแพง วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ สารชีวมวล ล้วนแล้วแต่เกิด จากการที่กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถควบคุมราคาได้ทั้งสิ้น สิ่งเหล่านี้ทำให้พี่น้องเกษตรกร ประสบปัญหาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน อีกทั้งนโยบายของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานต่าง ๆ ที่ผมอยากจะยกตัวอย่างก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งดำเนินการตามนโยบายของรัฐ ที่จะขยายรถไฟรางคู่ แต่ท่านทำสะพานข้ามทางรถไฟที่ไม่ถูกที่ถูกทาง บางจุดท่านควรจะทำ สะพาน Overpass หรือสะพานทางตรง ท่านกลับไปทำสะพานเกือกม้า บางที่ท่านควรจะทำ สะพานเกือกม้า ท่านก็ไปทำสะพานทางตรง ซึ่งทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อย โดยเฉพาะที่ จังหวัดนครสวรรค์ก็ประสบความเดือดร้อน เพราะว่าท่านไม่เคยมีความจริงใจที่จะแก้ปัญหา เหล่านี้เลย ตลอดระยะเวลา ๑๕ เดือนที่ผ่านมาท่านก็ใช้กฎหมายกับพี่น้องเกษตรกร แต่ท่านไม่ใช้หลักรัฐศาสตร์ในการที่จะแก้ปัญหาร่วมกันที่จะทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกร สามารถที่จะมีความสุขในการประกอบอาชีพ อีกทั้งทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น อย่างมหาศาล ตกฤดูกาลหีบอ้อย ๑ ปี พี่น้องเกษตรกรต้องแบกภาระค่าน้ำมันรถที่เพิ่มขึ้น ในการวิ่งอ้อมทางรถไฟประมาณเป็นพันบาท สุดท้ายขวัญและกำลังใจของข้าราชการ เพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าท่านจะทำงานตลอดทั้งวันโดยที่ไม่มีวันหยุด ท่านทราบหรือไม่ว่าวันนี้ขณะที่รัฐบาลขับเคลื่อนตลอดทั้งวัน ทั้งเดือน ทั้งปี ที่ท่านจะอยู่ พี่น้องข้าราชการก็ต้องดำเนินการต่อได้ ท่านทราบหรือไม่ว่าวันนี้ขวัญและกำลังใจของ พี่น้องข้าราชการระดับล่าง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมส่งเสริม การเกษตรที่ผมเคยอยู่เมื่อปี ๒๕๒๘ ตอนนั้นน้ำมันลิตรละ ๖ บาท เกษตรตำบลได้รับงบประมาณเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท วันนี้ ๔๐ ปีผ่านไป ปี ๒๕๖๘ เกษตรตำบลได้เบี้ยเลี้ยงอย่างฮวบฮาบมาเป็น ๘๐๐ บาทต่อเดือน แถมบางจังหวัดยังถูกสำนักงานเกษตรจังหวัดหักไปอีก ๓๐๐ บาท เหลือ ๕๐๐ บาทต่อเดือน แต่ต้องไปดำเนินการต้อนรับคณะรัฐมนตรี ต้องรับเสนาบดี ทั้งหลายที่ลงพื้นที่ทั้ง ๗ วัน ก็ทำให้เหล่าข้าราชการได้รับความเดือดร้อนก็อยากจะฝาก ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ลงมาดูด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าทุกหน่วย ทุกกรม ทุกกระทรวงก็มี ปัญหาด้วยกันทั้งสิ้น ขอบคุณครับ