ชัชวาล แพทยาไทย หารือปัญหาหลายด้านทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำประปาไม่สะอาด ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ พร้อมเรียกร้องรัฐบาลแสดงผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมภายใน 4 เดือน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน สภาพคล่องของเกษตรกรและวิสาหกิจขนาดเล็ก รวมถึงการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที พร้อมเสนอให้เร่งแก้ปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชา ยกเลิกเอ็มโอยู 2543-2544 ผลักดันการเจรจาใหม่เพื่อปกป้องอธิปไตย และเร่งเยียวยาประชาชนกว่า 315,000 ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมเน้นย้ำให้รัฐสภารีบพิจารณากฎหมายและรายงานที่ค้างอยู่ก่อนยุบสภา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนในช่วงเวลาที่เหลือ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชัชวาล แพทยาไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๗ พรรคไทยสร้างไทย ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีครับ กับท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่ได้ก้าวเข้ามารับภารกิจอันหนักหน่วง ในเวลาที่บ้านเมืองเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน การเมืองที่แท้จริงไม่ใช่สิ่งที่พิสูจน์กันเพียง ในช่วงหาเสียงครับ เพียงแต่พิสูจน์กันในวันที่ได้รับโอกาสทำงานเพื่อประชาชน วันนี้รัฐบาล มีเวลาเพียง ๔ เดือนในการทำตามคำมั่นสัญญาที่จะคืนอำนาจให้พี่น้องประชาชน เวลาสั้น ๆ นี้อาจเป็น ๔ เดือนแห่งความหวังครับ และอาจกลายเป็น ๔ เดือนที่ดีที่สุดของฝ่ายบริหาร ในสภาชุดนี้ หากรัฐบาลสามารถทำให้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง แต่ในทางกลับกันครับ หากท่านไม่สามารถทำได้ ประชาชนก็จะจดจำไม่ต่างกับว่าเป็นเวลาพิเศษที่สูญเปล่า เมื่อผม ได้อ่านคำแถลงนโยบายของทางท่านนายกรัฐมนตรีหลายเรื่อง ยังเป็นเพียงแค่กรอบกว้าง ๆ ยังขาดในรายละเอียดว่าจะทำให้เกิดผลจริงภายในกรอบเวลาที่มีจำกัดได้อย่างไร สิ่งที่ พี่น้องประชาชนรอคงไม่ใช่คำสวยหรูครับ แต่คือคำตอบที่ชัดเจนว่าจะเห็นผลอะไรภายใน ๔ เดือนนี้โดยเฉพาะเรื่องความเป็นอยู่ ปากท้องและหนี้สิน ซึ่งเป็นปัญหาหนักที่สุดของชีวิต พี่น้องประชาชน วันนี้หนี้ครัวเรือนสูงกว่า ๑๖ ล้านล้านบาท เฉลี่ยมากกว่า ๑๒๘,๐๐๐ บาท ต่อครัวเรือน เกษตรกรกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ มีหนี้สินเฉลี่ยครัวเรือนละ ๔๕๐,๐๐๐ บาท และหนี้เสียก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนหลายต่อหลายครอบครัวหมดกำลังใจครับ พรรคไทยสร้างไทยเองได้เคยครับ กองทุนเครดิตประชาชนดอกเบี้ยต่ำ ๑ เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน เพื่อเป็นแหล่งเงินด่วนที่ไม่ต้องพึ่งหนี้นอกระบบ และมาตรการพักหนี้ของ SMEs เพื่อให้ กิจการรายเล็กยังยืนหยัดอยู่ได้ ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงว่าจะช่วย หนี้รายบุคคลไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท และเติมสภาพคล่อง SMEs ไม่เกิน ๑ ล้านบาทต่อราย คำถามของผมคือจะมั่นใจได้อย่างไรว่าประชาชนคนตัวเล็กจะเข้าถึงได้จริงและจะเห็นผล ทันทีในระยะเวลา ๔ เดือน
ประการต่อมาเรื่องสินค้าเกษตรก็เป็นอีก ๑ ปัญหาที่รอไม่ได้ ราคาข้าว ราคามัน ราคาอ้อย ปาล์ม มะพร้าว ลำไย ปลา นม หมู วัว ตกต่ำต่อเนื่องจนเกษตรกรอยู่ใน สภาพวัวนี้มีแต่ตัวอ้วน ๆ คนเลี้ยงมีแต่คนจ่อย ๆ ข้าวเปลือกเจ้าที่เคยขายได้ตันละ ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท วันนี้เหลือเพียง ๕,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาทต่อตัน ในขณะที่ต้นทุนสูงที่ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทต่อไร่ ข้าวหอมมะลิที่เป็นพระเอกของประเทศไทย ๔-๕ ปีที่แล้ว เคยขายได้อยู่ที่ตันละ ๑๐,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท ปีนี้มีสัญญาณว่า ๑ ตันอาจจะไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ด้วยซ้ำ เพราะประเทศคู่แข่งรายสำคัญกลับเข้าสู่สนามการค้า และยังมีปัญหา เรื่องภาษีของประเทศคู่ค้าเข้ามาอีก การช่วยเหลือจากรัฐบาลไร่ละ ๑,๐๐๐ บาทจึงเป็น ความหวัง และเป็นเพียงการประคับประคองระยะสั้นที่ยังไม่ได้แก้ปัญหาในโครงสร้าง หากรัฐบาลมีเวลา ๔ เดือนสิ่งที่ประชาชนอยากได้ยินคือคำตอบที่ว่าท่านจะเพิ่มราคาสินค้า เกษตร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างปัจจัยการผลิตได้อย่างไรให้จับต้องได้จริง ท่านจะเร่ง จัดสรรที่ดินทำกินที่ยังทำไม่ถึงเป้าหมายทำอย่างไร ให้เห็นผลได้หรือไม่ และจะทำให้พื้นที่ รับน้ำที่ต้องเสียสละที่ดินเดือดร้อนอยู่ในพื้นที่ภูมิภาคกลางให้เขาได้รับเงินชดเชยได้จริง หรือไม่ ในกรณีนี้กฎกระทรวงออกมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ให้ชดเชยพื้นที่รับน้ำ แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะยังไม่ได้กำหนดอัตราชดเชยทั้งที่กรมชลประทานได้เสนอไว้ที่ ๑,๒๐๐ บาทต่อไร่ ผมจึงอยากวิงวอนเสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยสั่งการ ให้สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติซึ่งท่านมีอำนาจโดยตรง สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีเร่งกำหนด อัตราชดเชย และประกาศให้ใช้ได้จริงภายในระยะเวลา ๔ เดือนนี้เพื่อให้เกษตรกรที่เขา เสียสละที่ดินรับน้ำเขาได้รับความเป็นธรรม ท่านประธานครับ ปัญหาปากท้อง ปัญหาหนี้สิน ยังเชื่อมโยงกับอนาคตของลูกหลานเรา เด็กและเยาวชนกำลังเผชิญกับอบายมุข และสิ่งเสพติด ปัญหาเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา การแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากการศึกษา หากเด็กทุกคนมีโรงเรียนดีใกล้บ้านเขาจะมีภูมิคุ้มกัน มีทักษะชีวิต มีทักษะอาชีพที่จำเป็น แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันโรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านกลับไม่มีศักยภาพ ที่จะทำการเรียนการสอน ค่าอาหารกลางวันก็ไม่เพียงพอ ครูบางคนต้องโยกงบไปช่วยเด็ก จนถูกดำเนินคดี ทั้งที่ศาลเองก็ยกฟ้องเพราะไม่มีเจตนาทุจริตสิ่ง ที่ล้มเหลวไม่ใช่ครูครับ แต่คือระบบและรัฐบาลต้องแก้ไข สิ่งที่ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนต้องการเห็นในด้าน การศึกษาคืออยากให้รัฐบาลประกาศให้มีโรงเรียนดีใกล้บ้านเป็นนโยบายเร่งด่วนอย่างแท้จริง กำหนดงบประมาณ ตัวชี้วัดและพื้นที่นำร่องให้ชัดเจนเลย ต้องปรับงบอาหารกลางวัน ให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง และต้องไม่ปล่อยให้ครูเป็นจำเลยของระบบอีกต่อไป
ประเด็นสำคัญลำดับถัดมาที่ผมจะอภิปราย ท่านประธานครับ คือความมั่นคง ของชาติและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา ปัจจุบัน มีประชาชนจำนวนมากที่ลงทะเบียน เพื่อขอรับเงินเยียวยาจากเหตุการณ์การสู้รบตาม แนวชายแดนครอบคลุมพื้นที่ ๗ จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรีและตราด รวมแล้วกว่า ๓๑๕,๐๐๐ ครัวเรือน คำถามที่สำคัญที่สุดคือประชาชนเหล่านี้จะได้รับเงินเยียวยาอย่างครบถ้วนเมื่อไรครับ ๔ เดือนนับจากนี้จะได้รับหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดเหตุการณ์นี้จะยุติลงเมื่อไร อย่างไร ท่านประธานครับ ปัญหาความมั่นคงชายแดนไทย-กัมพูชาไม่ใช่เรื่องเล็กครับ และไม่ใช่ ปัญหาที่กองทัพต้องรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยรัฐบาลที่เข้มแข็งและจริงจัง เพราะเราทุกคนคงจำกันได้ดีว่าประเด็นชายแดนนี่ละครับที่ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องหลุดจากเก้าอี้มาแล้ว
ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดกรณีพิพาทพื้นที่บ้านหนองจาน ตำบลโนนหมากมุ่น อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ที่กัมพูชาบุกรุกกว่า ๒๐๐ ไร่ มีหลักเขตชายแดนชัดเจน แต่คำถามคือทำไมรัฐบาลไม่บังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด ทำไมเรายังปล่อยให้ต่างชาติละเมิด อธิปไตยไทยซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมในฐานะผู้แทนจากภาคอีสานซึ่งประชาชนจำนวนมากที่อาศัย อยู่ตามแนวชายแดน เสียงสะท้อนชัดเจนครับว่าพวกเขาต้องการเห็นรัฐบาลแสดงท่าที ที่เข้มแข็งมากกว่านี้ หากกัมพูชายังดำเนินการบุกรุกหรือก่อกวนซ้ำซาก ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องกล้าประกาศมาตรการที่ชัดเจนครับ ไม่ใช่เพียงแต่ตั้งรับหรือรอให้เกิดความสูญเสียแล้ว ค่อยแก้ไข ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องราวในอดีตที่อยากจะหยิบยก อดีตคือเข็มทิศ อนาคตคือเส้นทาง ผู้ที่ไม่รู้ทิศทางย่อมหลงทิศหลงทางในอนาคต บทเรียนจากประวัติศาสตร์ การสูญเสียดินแดนทั้งพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณและเกาะกง บทเรียนครั้งนั้นเตือนเรา ว่าประเทศไทยเราต้องไม่อ่อนข้อ ต้องไม่ประมาทอีกต่อไป วันนี้เราไม่อาจเรียกคืนได้ตาม กติกาสากล แต่เราต้องใช้ประวัติศาสตร์เป็นเครื่องเตือนใจว่ารัฐบาลไทยจำเป็นต้องปกป้อง อธิปไตยและสิทธิของประชาชนในแนวชายแดนอย่างเข้มแข็งที่สุด
อีกประเด็นสำคัญท่านประธานครับ ในถ้อยแถลงของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะผลักดันให้เกิดการทำประชามติเรื่อง MOU ๒๕๔๓-๒๕๔๔ ผมมองว่านี่ยังไม่เพียงพอ เพราะในความเป็นจริงรัฐบาลสามารถผลักดันให้รัฐสภาแห่งนี้ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๗๘ ตัดสินใจยกเลิกได้เลยครับ แล้วเปิดการเจรจาทวิภาคีกับกัมพูชาใหม่ โดยมีเงื่อนไขที่เป็นไป ตามมาตรฐานสากล
ดังนั้นวันนี้ผมขอเรียกร้องอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลต้องมีมาตรการเชิงรุก แสดงจุดยืนที่เข้มแข็งและจริงจังต่อการปกป้องอธิปไตยของชาติไทย ยกเลิก MOU ๒๕๔๓-๒๕๔๔ ทันที เพื่อประชาชนคนไทยโดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ชายแดนและ เร่งดูแลเรื่องเงินเยียวยา รวมถึงปกป้องสิทธิในการอยู่อย่างปลอดภัยบนผืนแผ่นดินไทย
ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมใคร่จะอภิปรายคือเรื่องภัยธรรมชาติ น้ำแล้ง น้ำท่วมและปัญหาการขาดแคลนน้ำ ปัญหาที่ประเทศที่ประชาชนคนไทยต้องเผชิญ ซ้ำแล้วซ้ำอีกทุก ๆ ปี ราวกับเป็นโรคเรื้อรังของประเทศนี้ที่สะท้อนความทุกข์ร้อน ของพี่น้องประชาชน น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำกิน น้ำใช้ไม่สะอาดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกปี บ้านเกิดผม ที่จังหวัดร้อยเอ็ด พี่น้องตำบลคูเมือง อำเภอเมืองสรวง เด็ก ๆ คนแก่ยังต้องใช้ น้ำประปาสีขุ่นแบบนี้ ๓ ปีมาแล้วครับ หลายปีแล้วที่ยังต้องทนใช้อย่างนี้ ผมอภิปรายต่อหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีมาแล้ว ๒ คน ปัญหานี้ก็ยังเหมือนเดิม มิดซีลี วันนี้จึงต้องขอพูดต่อหน้า ท่านนายกรัฐมนตรีคนที่ ๓ ผมอยากเห็นรัฐบาลแก้ปัญหา ประกาศไปเลยครับ แผนน้ำดื่ม น้ำใช้ปลอดภัยภายใน ๔ เดือน พร้อมระบบเตือนภัยต่าง ๆ การอพยพ การเยียวยากรณี เกิดภัยพิบัติ ลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน โครงการที่ผักชีโรยหน้าแก้ให้หมด เพราะน้ำ คือชีวิต น้ำคือความมั่นคง น้ำคือศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้อภิปรายไปทั้งหมดนี้ทั้งหนี้สิน ปากท้อง ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ เกษตรศึกษาความมั่นคงและเรื่องน้ำ ล้วนเป็นเสียงจากพี่น้องประชาชนที่อยากเห็นผลลัพธ์ ในเวลา ๔ เดือนนี้ หากรัฐบาลทำได้ประชาชนจะจดจำรัฐบาลชุดนี้ว่าสั้นแต่ทรงคุณค่า แต่ถ้าท่านทำไม่ได้ประชาชนก็จะจดจำเช่นกันว่าท่านได้เวลาพิเศษแต่ไม่เคยใช้เพื่อ พี่น้องประชาชน
ท้ายที่สุดท่านประธานครับ ต่อเพื่อนสมาชิกรัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสมาชิก ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล เมื่อเรามีกรอบเวลายุบสภาที่ชัดเจนแล้ว ผมอยากจะขอให้ทุกฝ่ายเร่งทำงานด้านกฎหมายที่ค้างคา และหยิบรายงานของ คณะกรรมาธิการที่พร้อมใช้แก้ปัญหาประเทศขึ้นมาพิจารณา พรรคไทยสร้างไทยเรา ตรงไปตรงมาครับ อาจมีเสียงในสภาแห่งนี้ไม่มาก แต่เราคือเสียงของคนตัวเล็ก ผมขอฝากเตือน ด้วยความจริงใจว่า ๔ เดือนนี้ เราเลือกได้ว่าเราจะทำให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในการเมือง หรือทำให้พี่น้องประชาชนหมดศรัทธาในระบอบการเมืองไทย ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน