ทรงศักดิ์ แจงกรณีที่ดินเขากระโดง ย้ำดำเนินการตามคำพิพากษาศาล

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

ทรงศักดิ์ ทองศรี ชี้แจงกรณีพิพาทที่ดินเขากระโดงเพื่อคลายความเข้าใจผิด ยืนยันว่ากรมที่ดินดำเนินการตามคำพิพากษาศาลทุกประการ และกระบวนการตามมาตรา 61 เป็นไปตามกฎหมาย แม้คณะกรรมการไม่อาจเพิกถอนโฉนดได้จากข้อจำกัดด้านหลักฐานและการแสดงสิทธิ์ของทางการรถไฟเอง

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับใช้เวลาไม่เยอะหรอกครับ สืบเนื่องจากเมื่อสักครู่นี้ผมได้ฟังท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้พูดถึงเรื่องซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนแม้แต่สมาชิกรัฐสภาเองก็อาจจะ ฟังแล้วมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และทำแล้วเสียหาย โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งครั้งหนึ่งเมื่อคราวที่แล้วท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมก็เป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการนะครับ ก็ได้พูดถึงเรื่องของเขากระโดงซึ่งเริ่มเป็นมหากาพย์พูดถึงว่าเป็นที่หลวง แล้วก็มีประชาชนเข้าไปบุกรุก อันนั้นเป็นเรื่องที่มีความเข้าใจกันนะครับ

ผมก็เรียนเบื้องต้นว่าถ้าที่มันเป็นที่หลวงจริง ๆ ใครจะไปครอบครอง ที่ว่า ครอบครองต่อเนื่อง ครอบครองปรปักษ์ จับจองกี่พันปีก็เป็นเจ้าของไม่ได้ แล้วก็มีการอ้างถึง เรื่องของเป็นที่พระราชทาน ให้กับการรถไฟนะครับ แสดงว่าการรถไฟเป็นเจ้าของมา ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๒ ตั้งแต่มีการสำรวจ แล้วก็ต่อเนื่องมาจนถึงมีการไปแจ้งออก ส.ค. ๑ เมื่อปี ๒๔๙๘ หลังที่มีประมวลกฎหมายที่ดินแล้วก็มีพิพาทกัน จนในที่สุดมีคำพิพากษา เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญเพราะว่าคนที่พูดเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งการพูดการแสดงออกอะไรก็แล้วแต่ก็ต้องพูดให้มันครบ พูดให้ครบครับ แต่ถ้ามันไม่ครบ คนที่ฟังก็จะเกิดความสับสนแล้วเกิดมีความเข้าใจไปในแนวทางที่ท่านพูดว่า เมื่อศาลตัดสิน ไปแล้ว ต้องทำตามคำพิพากษาของศาล อันนี้ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่ก็ต้องดูว่าคดีความ ที่เกิดขึ้นที่พูดถึงเรื่องเขากระโดง มี ๓ คดีด้วยกันที่ศาลตัดสินพิพากษาคดีไปแล้ว แต่ไม่มี คดีไหนเลยศาลตัดสินให้เป็นที่ของการรถไฟ ไม่มีครับ เพราะว่าคนที่ไปฟ้องคดีจนศาลตัดสิน ถึงที่สุดคดีศาลฎีกา เขาตัดสินอันสืบเนื่องจาก คนมีที่ดินที่เป็น ส.ค. หรือเป็น น.ส. ๓ เขาอยากออกโฉนด เขาไปฟ้องศาล ขอให้ศาลสั่งให้กรมที่ดินสำนักงานที่ดินจังหวัด ออกโฉนดให้ การรถไฟก็ไปคัดค้านแล้วศาลตัดสินบอกว่า ที่ดินดังกล่าวนี่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ประเด็นมีอยู่แค่นี้ แต่เวลาไปพูดทางสื่อ เมื่อสักครู่ผมฟังก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่าท่านสมาชิก หลายท่านอาจจะมีความมั่นใจว่าศาลตัดสินแล้วกรมที่ดินไม่ดำเนินการอะไร แต่ความจริง กรมที่ดินดำเนินการหมดแล้วครับเป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทุกประการเลย ในคดีที่ ๑ เป็นคดีพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๔๒/๘๗๖/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ก็มีการ ยกคำร้องขอออกโฉนด หมายความว่าคนที่ขอออกโฉนดนี่ออกไม่ได้แล้ว อันนี้ก็ปฏิบัติตาม คำสั่งของศาลเพราะศาลบอกว่าไม่ใช่ที่ที่จะออกโฉนดได้ ประเด็นการเมืองตามคำพิพากษา ศาลฎีกาที่ ๘๐๒๗/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ไปในทำนอง ที่จะร้องขอออกโฉนด เพราะก็มีบางส่วนเป็น น.ส. ๓ ข น.ส. ๓ ก บางส่วนอันนี้ก็ร้องขอ ออกโฉนด อันนี้เมื่อศาลตัดสินว่าไม่ออกโฉนด กรมที่ดินเองก็ไปยกเลิกคำขอ ส่วนเรื่องที่มี การฟ้องคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๒/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นคดีที่การรถไฟเป็นโจทก์ฟ้องราษฎรเรื่องขับไล่ในที่พิพาทเรื่องของ โฉนดที่ดินที่ ๒๙๗๑ อันนี้เป็นโฉนด เมื่อศาลมีคำสั่งว่าให้เพิกถอน กรมที่ดินก็ดำเนินการ เพิกถอนเป็นที่เรียบร้อย สรุปว่าทั้งเรื่องเขากระโดงทุกคดี กรมที่ดินเองได้ดำเนินการเพิกถอน ดำเนินการไปตามคำพิพากษาของศาลเป็นที่เรียบร้อย แต่ไม่ได้หมายความว่าศาลตัดสินให้ ที่ดินทั้งหมดเป็นที่ของการรถไฟอันนี้ไม่มี อันนี้ผมเรียนกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน รวมถึงท่านที่ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ ส่วนเรื่องการดำเนินการตามมาตรา ๖๑ เป็นเรื่องการ เพิกถอน มันมีหลายวรรค แต่วรรคแปดเป็นการเพิกถอนที่ศาลตัดสินว่าที่ดินที่มีโฉนด มีกรรมสิทธิ์ อันนี้เพิกถอนได้ก็ตามคดีที่เป็นคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๓ อันนี้กรมที่ดิน ดำเนินการเรียบร้อย ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นศาลไม่ได้สั่งให้มีการเพิกถอน ศาลสั่งให้อธิบดี กรมที่ดินไปตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๖๑ วรรคสอง วรรคสองว่าที่มีการวิพาทกัน ทั้งหมดนี้สามารถเพิกถอนได้หรือไม่ กรมที่ดินก็ดำเนินการมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา คณะกรรมการดังกล่าวนี้ก็ต้องตั้งตามกฎหมาย ไม่สามารถตั้งคนอื่นได้เลยเพราะตั้งใครบ้าง เช่นเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด นายอำเภอที่ตั้งของที่ดิน ผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น ก็ไปรวบรวม การสำรวจ แล้วก็ให้ทางการรถไฟไปชี้แนวเขต ปรากฏว่าที่ทราบมาว่าไม่สามารถชี้แนวเขต ได้อย่างชัดเจน แล้วก็มีการขอให้การรถไฟแสดงการได้มาซึ่งที่ดินของการรถไฟ ซึ่งการรถไฟนั้น เวลาจะได้มาซึ่งที่ดินไม่เหมือนประชาชน ประชาชนอาจจะไปเรื่องการครอบครองต่อเนื่องมา ครอบครองแต่เมื่อไร มี ส.ค. ๑ มี น.ส. ๓ นำไปสู่การออกโฉนด แต่การรถไฟเขามีกฎหมาย เฉพาะของเขา เขาเรียกว่าพระราชกฤษฎีกาจัดวางรางแลทางหลวง การรถไฟเอง ไม่มีกฎหมาย เรื่องการครอบครอง การครอบครองเป็นเรื่องของประชาชน การรถไฟเองจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดิน อะไรแล้วแต่ หรือทรัพย์สินอะไรก็แล้วแต่ จะต้องได้มาตามกฤษฎีกาจัดวางรางแลทางหลวง ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่าข้อมูลเหล่านี้ทำให้คณะกรรมการตามมาตรา ๖๑ เอง จึงไม่สามารถเพิกถอนได้ แล้วก็มีการออกคำสั่งไม่เพิกถอน มีกระบวนการผ่านทางกระทรวง เรียบร้อย จนในที่สุดการรถไฟเองไปฟ้อง ฟ้องเพิกถอนคำสั่งทางการปกครองซึ่งในขณะนี้ อยู่ในกระบวนการทางศาลอยู่ ผมพ้นจากการเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมได้เห็นว่ามีการไปแถลงข่าว ขอประทานโทษต้องเอ่ยนาม มีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคนใหม่ท่านภูมิธรรม มีรัฐมนตรีช่วยเดชอิศม์ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านอยู่ข้างนอกแล้ว ไปตั้งคณะกรรมการอะไรก็ไม่ทราบ ไม่ทราบเลย ซึ่งไม่มีกฎหมาย รองรับ แล้วบอกว่าให้มีการเพิกถอนโฉนดต่าง ๆ ที่อยู่ในที่ดิน ๙๙๕ แปลง ๕,๐๘๓ ไร่เศษ ให้เพิกถอน ติดตามมาว่าตั้งแต่วันที่มีคำสั่งบอกจะเพิกถอนทันที ๆ จนบัดนี้ยังไม่เห็นมีการ เพิกถอน อันนี้ผมเรียนท่านประธานและสมาชิกว่าให้เกิดความเข้าใจว่ากรมที่ดิน ได้ดำเนินการไปตามคำพิพากษาของศาลเรียบร้อย และในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วผมเป็นรัฐมนตรีช่วยก็ย้ำเน้นอยู่ว่าขอให้ กรมที่ดินดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป ขอบคุณครับ