บวรศักดิ์ แจงแนวประชามติร่วมเลือกตั้ง หนุนร่างรัฐธรรมนูญใหม่

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ชี้แจงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยเสนอให้มีการประชามติสองคำถามร่วมกับการเลือกตั้งทั่วไป เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญปัจจุบัน โดยยืนยันไม่แตะต้องหมวด 1 และ 2 เพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมย้ำจุดยืนไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช้หน่วยงานรัฐเป็นเครื่องมือทางการเมือง และเรียกร้องให้ทบทวนการใช้ดุลยพินิจให้โปร่งใสและเป็นธรรม รวมถึงการยกเลิกเอ็มโอยูกับกัมพูชาโดยต้องได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 166

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ขออนุญาตตอบคำถามบางคำถามของ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีหลายสมัยที่ตั้งคำถามและฝากข้อคิด ที่คณะรัฐมนตรีนี้ต้องนำไปใส่ใจ คำถามเรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น สรุปสั้น ๆ ก็คือว่าท่านถามว่า ถ้ามีการแก้หมวด ๑ หมวด ๒ จะทำอย่างไร ขอกราบเรียนท่านประธานครับว่าในนโยบาย รัฐบาลได้เขียนไว้ชัดว่ารัฐบาลนี้จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญประการหนึ่ง และเพื่อธำรงไว้ซึ่งระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจัดทำรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้ใช้คำว่า จัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนะครับ รัฐบาลนี้ไม่ต้องการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ว่า ต้องการสนับสนุนให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ว่า ต้องสอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอกราบเรียนว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็น ขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่ ๒ เมื่อประชาชนลงประชามติเห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เป็นคำถามที่ ๑ และเมื่อประชาชนเห็นชอบกับหมวด ๑๕/๑ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ซึ่งรัฐสภาจัดทำเสร็จเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ แต่เพิ่ม หมวด ๑๕/๑ ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นมีแต่ หมวด ๑๕ คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในชั้นที่ ๑ ที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องพิจารณา จึงเป็นเรื่องวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไร โดยไม่ขัด ต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่บอกว่าจะให้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงจากประชาชน ไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือขั้นตอนที่ ๑ ถ้าผ่านแล้วจึงจะมีการทำขั้นตอนที่ ๒ คือการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดย สสร. หรือใครก็แล้วแต่ตามที่เขียนไว้ในหมวด ๑๕/๑ ที่ผ่าน ประชามติ ตรงนั้นละถึงจะมาดูกันว่าจะไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ หรือไม่ แต่ผมเชื่อว่า ๒ พรรคใหญ่ได้พูดไปแล้วในสื่อมวลชนว่าจะไม่แตะหมวด ๑ หมวด ๒ เพราะถ้า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ ก็จะมีปัญหาทันทีว่าจะขัดหรือไม่ กับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ในมาตราที่เขียนไว้ชัด ๒๕๕ ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำมิได้ เพราะฉะนั้นก็ชัดเจนอยู่ในตัวแล้วว่า ประชามติที่รัฐบาลนี้จะทำ แล้วจะทำในวันเดียวกับวันเลือกตั้งเป็นประชามติ ๒ เรื่องเท่านั้นครับ ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คือ ๑. ประชาชนจะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่หรือไม่ และ ๒. ประชาชนจะเห็นชอบกับวิธีการและเนื้อหาสาระที่รัฐสภาทำ ร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว สำเร็จเสร็จสิ้นมาแล้วตามมาตรา ๒๕๖ (๑)-(๖) จะไม่มีการลงไปถึง เนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านสมาชิก อาจจะต้องรอว่า สสร. ที่มาจากหมวด ๑๕/๑ เขาจะเขียนอะไร แต่ที่แน่ที่สุดก็คือว่าเท่าที่ ผมทราบ พรรคภูมิใจไทยกับอีกพรรคหนึ่งซึ่งเป็นพรรคใหญ่ เขาแถลงไว้แล้วว่าเขาไม่แตะ หมวด ๑ หมวด ๒ ส่วนเรื่องคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๒๕๖ (๘) พูดไว้ชัดว่าจะไปแก้คุณสมบัติลักษณะต้องห้ามนี่ต้องทำประชามติก่อน เรื่องนี้รัฐบาลไม่แตะ รัฐบาลพูดถึงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น ส่วนร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่ทำโดย สสร. จะแตะหรือไม่แตะ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติก็ต้องตามไปดูในขั้นตอน ที่ ๒ ครับ ท่านกรุณาถามเรื่องประชามติ MOU ก็ขอกราบเรียนว่าการจัดทำประชามติแต่ละครั้ง นั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งบอกว่าใช้เงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเพื่อให้เป็นการ ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจึงจะจัดทำประชามติไปพร้อมกับการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปหลังการยุบสภา ประชามติจะมี ๒ เรื่อง ที่จัดทำ

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะมี ๒ คำถามครับ คำถามที่ ๑ คือท่าน เห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ คำถามที่ ๒ ท่านเห็นชอบกับวิธีการ และสาระในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบในวาระสามที่แนบมานี้ หรือไม่ นี่คือคำถามรัฐธรรมนูญ ๒ คำถามนะครับ แต่คงอยู่ในบัตรเดียวกันเพราะเป็นบัตรทำ ประชามติ แล้วจะมีอีกบัตรหนึ่ง ถามว่าท่านเห็นชอบให้ยกเลิก MOU กับกัมพูชาหรือไม่ โดยสรุปรัฐบาลต้องประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนว่าในการเลือกตั้งทั่วไปหลังจากการยุบสภา ประชาชนจะมีบัตรทั้งสิ้น ๔ ใบ ใบที่ ๑ เลือก สส. เขต ใบที่ ๒ เลือก สส. บัญชีรายชื่อ ใบที่ ๓ เป็นการลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญโดยมี ๒ คำถาม แล้วใบสุดท้ายเป็นใบที่ ๔ ประชาชนต้องวินิจฉัยว่าประชาชนจะให้ยกเลิก MOU กับกัมพูชาหรือไม่ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกท่านก็บอกว่ารัฐบาลตัดสินใจได้ตั้งแต่วันนี้ทำไมต้องไปถามประชาชน ที่ไปถาม ประชาชนก็เพราะรัฐบาลนี้เห็นว่าเรื่องสำคัญอย่างนี้กับประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลเฉพาะกิจนี่ ไม่ควรตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ควรขอฉันทานุมัติจากประชาชนตามมาตรา ๑๖๖ ของรัฐธรรมนูญ จึงจะต้องไปถามประชามติ ถ้าประชาชนบอกเลิกก็ต้องเลิก ถ้าประชาชน บอกว่าให้เก็บไว้ รัฐบาลนี้ก็ต้องเก็บไว้ เพราะประชาชนคือเจ้าของอำนาจอธิปไตย เขาต้อง ตัดสินใจได้ด้วยตัวเขาเอง

ประการสุดท้ายครับ ท่านให้ข้อคิดไปว่าอย่าเล่นพรรคเล่นพวก โดยเฉพาะ เรื่องการแต่งตั้ง ความจริงรัฐบาลรักษาการที่แล้วลงมติตั้งอธิบดีไปหลายกรม ลงมติ ตั้งตำแหน่งบริหารไปหลายตำแหน่ง ซึ่งเมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่คือนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้อง นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เขาก็ส่งเรื่องคืนมา วันนี้ พอแถลงนโยบายเสร็จ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรียืนยัน เรื่องการแต่งตั้งผู้บริหารที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลรักษาการที่แล้วไปทุกตำแหน่ง เกือบ ๑๐ ตำแหน่ง อันนี้ก็คงจะทำให้ท่านเห็นได้แล้วว่าการเริ่มต้นรัฐบาลแห่งนี้ เมื่อเรื่องไหนผ่าน ครม. ไปแล้ว รัฐบาลก็เดินต่อ ไม่มีเจตนาที่ดึงกลับมาแล้วก็จะต้องเอาพรรคพวกของพรรคการเมืองของตัว เสียบเข้าไปใหม่ ยกเลิกมติ ครม. เดิม แล้วเอามติ ครม. ใหม่ ก็คงจะทำให้ท่านอุ่นใจได้ ในระดับ ๑ ท่านฝากว่าอย่าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีมาชวนผมให้ เข้าร่วม ครม. ผมก็กราบเรียนท่านว่าเรื่องไหนที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เช่นเรื่องสมาชิกวุฒิสภาก็ดี เรื่องเขากระโดงก็ดี เรื่ององค์กรอิสระ หรือกระบวนการยุติธรรมก็ดี ก็ขอให้ปล่อยไปตาม กระบวนการยุติธรรมที่ควรจะเป็น ท่านก็รับปาก กราบเรียนอย่างนี้ครับว่ารัฐบาลแถลงชัดว่าจะไม่ให้ใช้กฎหมาย และหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐไปเป็นประโยชน์ทางการเมือง อันนี้สำคัญนะครับ เพราะในอดีตมันเคย มีการเอา ปปง. ไปตรวจสอบคนที่ดูเหมือนจะอยู่ฝ่ายที่ไม่ค่อยเอื้อรัฐบาล เมื่อผมเป็น สนช. ผมก็แก้กฎหมาย ปปง. ไปเยอะ วางกลไกที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจแล้วไม่ให้เลขา ปปง. กลายเป็นคนที่จะหวังไปก้าวหน้าในตำแหน่งราชการอื่น ปรากฏว่าต่อมาภายหลังเขาแก้ กลับไปหมดแล้วครับ นี่ก็เหมือนกันครับ อาจจะต้องกลับมาทบทวนว่าการใช้ดุลยพินิจ ในทางที่เป็นคุณหรือเป็นโทษเพื่อประโยชน์การเมืองนั้นอาจจะต้องมีหน่วยงานเข้ามากำกับ การใช้ดุลยพินิจว่าให้เป็นไปโดยถูกต้อง ซึ่งแน่ครับก็อาจจะต้องแก้กฎหมายหรือไม่ต้องแก้ กฎหมายก็ต้องกราบขอความร่วมมือจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แต่ไม่ใช่เพื่อการแทรกแซงนะครับ แต่เพื่อป้องกันการไม่ให้หน่วยงานนั้นตกเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองอีกต่อไป ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ผมขออนุญาตชี้แจงแทน คณะรัฐมนตรีเฉพาะประเด็นเหล่านี้ก่อน ส่วนประเด็นเรื่องบ่อน ประเด็นเรื่องอื่น ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องหาเวลาชี้แจงท่าน ขอบพระคุณครับ