รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘

วีระพันธ์ สุวรรณนามัย หารือเรื่องการแบนการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร และเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการแบนการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องสาธารณสุขและเสนอแนวทางแก้ปัญหาสาธารณสุข รวมถึงการป้องกันการ Burn out ของบุคลากรสาธารณสุข โดยเสนอให้จำกัดเวลาทำงานและร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองการปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุข

นายวีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ เพื่อน ๆ สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทุกท่านที่ มีเกียรติอยู่ในห้องนี้นะครับ ผม นายแพทย์วีระพันธ์ สุวรรณนามัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายนโยบายของรัฐบาลในวันนี้ ก่อนอื่น ผมอยากจะเรียนต่อท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีทุกท่านครับ อยากให้ท่านจริงจัง จริงใจแม้ช่วงเวลาสั้น ๆ ผมเชื่อว่าสิ่งที่ท่านจะทำต่อไปนี้จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากมีเวลาน้อยครับท่านประธาน ประเด็นแรกที่ผมอยากจะสื่อถึงรัฐบาลชุดนี้ก็คือ หลังจากที่ผมได้อ่านคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีปรากฏในหน้า ๔ ข้อ ๘ ในนโยบายด้านสังคมของท่าน กระผมเองในฐานะของประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเรื่องการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร Entertainment Complex ที่มีกาสิโน ของวุฒิสภา ผมขอชื่นชมและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะแบนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะข้อสรุปจากการศึกษาของกรรมาธิการของเรา ข้อดีที่เกิดขึ้นนี้เทียบกับขอร้ายที่จะ เกิดขึ้นกับประเทศไม่ได้เลยครับ ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ความมั่นคง และด้านกฎหมาย ประเทศไทยสามารถที่จะหาเงินสีขาวได้มากมายครับ Wellness Complex Medical Complex Product ต่าง ๆ ที่ของประเทศไทยมีสามารถที่จะทำรายได้ ให้กับประเทศไทยได้อย่างมากมาย พอปิด Entertainment Complex ไปไม่นานครับ Poker ก็มา ถ้า Poker ถูกกฎหมายเมื่อไร ๗๖ จังหวัดของเราจะเกิดบ่อน Poker ขึ้น ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับท่านเป็นอย่างยิ่งในการที่จะบล็อกกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยนะครับ

เนื่องจากผมเป็นแพทย์และผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการการ สาธารณสุข ของวุฒิสภา ปัญหาที่ผมสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของวงการแพทย์ ผมจึงขอกราบเรียน ท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพัฒนา พร้อมพัฒน์ ในฐานะที่ท่านเป็น รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ผมมีความจริงที่จะเรียนจริงใจที่จะเรียนกับท่านว่า ท่านต้องช่วยแก้ปัญหาสาธารณสุขให้ได้นะครับ ท่านมีเวลาประมาณ ๔-๗ เดือน และผม เชื่อมั่นว่าถ้าท่านตั้งใจจริง ๆ ท่านจะแก้ปัญหาได้หลายอย่างเลยครับ ผมดีใจมากจาก คำแถลงการณ์ของท่านในวันที่ท่านรับตำแหน่งที่กระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ ๒๖ กันยายน ผมฟังดีใจเลยครับท่านบอกว่าจะใช้เอไอและ Internet of Things แบ่งเบาภาระงาน บุคลากร จะเป็นระบบสาธารณสุขที่หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่าน เทคโนโลยี ผมขอให้ท่านรัฐมนตรีเร่งดำเนินการเชื่อมข้อมูลครับ โรงพยาบาล ๗๖ จังหวัด ในระบบหมอพร้อม และข้อมูลสุขภาพในระบบ Health Link ของกรุงเทพมหานคร ผมได้ ทราบมาว่าโครงการ Cloud ของกระทรวงสาธารณสุขนี้ได้เริ่มต้นตั้งแต่สมัยที่ท่าน นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ และตอนนั้นได้ โควกับกระทรวง DE ของท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ท่านต้องทำให้สำเร็จ เพราะว่าโครงการนี้ มันผ่านมา ๓ ปีแล้วนะครับ

สุดท้ายครับ ๒ เรื่อง สำคัญก็คืออันนี้อาจารย์ผู้ใหญ่ของผมฝากมาบอกว่า ในประเทศไทยตอนนี้เราพบปัญหาโรคมะเร็งปอดมากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ท่านแนะนำว่า ในคนไข้ที่มีความเสี่ยงเราน่าจะใช้เครื่องเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Chest เป็นการ Screen หาผู้ป่วยเพราะว่าถ้าเราเจอผู้ป่วยก่อนเราสามารถที่จะรักษาและประหยัด งบประมาณได้อย่างมีนัยสำคัญนะครับ

ท้ายที่สุดครับ บุคลากรสาธารณสุขในตอนนี้กำลัง Burn out กันอย่างมาก ผมอยากเรียนให้ท่านทราบว่าวิธีการที่จะได้ผลเร็วที่สุดก็คือจำกัดเวลาทำงานของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล ผมและคณะได้พยายามที่จะร่างพระราชบัญญัติขึ้นมาฉบับหนึ่ง เพื่อที่จะจำกัดชั่วโมงการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขหรือเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครอง การปฏิบัติงานของบุคลากรสาธารณสุขให้มีความปลอดภัย ถ้าท่านรัฐมนตรีมีความสนใจ ผมยินดีที่จะแชร์ร่างนี้เพื่อให้ท่านช่วยกันผลักดันเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ดังคำกล่าวของท่านที่ว่าหมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี และผมขอเป็นกำลังใจให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะนะครับ สุดท้ายครับ โอกาสที่ผมจะได้พูดต่อ หน้าท่านประธานและหน้าท่านรัฐมนตรีทุกท่านมันน้อยมากครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมได้ อันเชิญพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ มาฝากเป็น ของขวัญแก่ทุกท่านนะครับ ถึงสูงศักดิ์อัครฐานสักปานไหน ถึงวิไลเลิศฟ้าสง่าศรี ถึงเก่งกาจ ฉลาดกล้าปัญญาดี ถ้าไม่มีคุณธรรมก็ต่ำคน ขอบพระคุณครับ