ชลนาน ศรีแก้ว เสนอเหตุผลที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔ โดยชี้แจงประเด็นหลักสองประการต่อที่ประชุม ชลนาน ศรีแก้ว เสนอแก้ไขหลักการรับหลักการร่างพระราชบัญญัติเพื่อยกเลิกอำนาจอัยการสูงสุดในการดำเนินคดีอาญาทุจริตในศาลทหาร โดยชี้ว่าวิธีการโอนคดีผ่านบทเฉพาะกาลอาจขัดกับกฎหมายวิธีพิจารณาและพระธรรมนูญศาลทหาร ทำให้เกิดปัญหาเขตอำนาจในอนาคต จึงเสนอให้ปรับแก้โดยให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีในศาลทหารก่อนจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายรองรับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ในฐานะประธานกรรมาธิการ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะกราบเรียนไปยังท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ ถึงเหตุผลที่คณะกรรมาธิการได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๔ อยู่ ๒ ประเด็นหลักครับ เพิ่มเติมจากท่านกรรมาธิการจากกฤษฎีกาและทางฝ์ายวิชาการที่ได้นำเสนอผ่านท่านประธาน ไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแล้ว
ประการที่ ๑ รัฐสภาแห่งนี้ได้รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หลักการที่รับไป ผมสรุปง่าย ๆ นะครับ เปึนการยกเลิกอำนาจของอัยการสูงสุดในการดำเนินคดี อาญาทุจริตที่กฎหมาย ป.ป.ช. ฉบับปัจจุบัน ป้ ๒๕๖๑ ให้อัยการสูงสุดซึ่งเปึนพลเรือนเข้าไป ดำเนินคดีในศาลทหารได้ หรืออัยการสูงสุดเมื่อไปเปึนอัยการทหารตามกฎหมายพระธรรมนูญ ศาลทหารแล้วก็สามารถมอบอำนาจให้อัยการทหารทำหน้าที่แทนในศาลทหารได้ อันนี้คือ มาตรา ๙๖ เดิมนะครับ ผู้ร่างและรัฐสภาแห่งนี้เห็นชอบกับหลักการนี้คือไปยกเลิกเลย ในวาระที่หนึ่ง เมื่อไปยกเลิกเลยแล้วท่านก็เห็นว่ามีมาตรา ๔ เขียนรองรับเอาไว้ในฉบับที่เรา รับหลักการมา คือให้โอนคดีที่อยู่ในอำนาจศาลทหารที่เปึนเขตอำนาจศาลทหารเกี่ยวกับอาญาทุจริตทั้งหมด ที่อยู่ก่อนวันพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนไปให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริต ประพฤติมิชอบ ก็คือเปลี่ยนอำนาจอัยการจากเปึนอัยการตามพระธรรมนูญศาลทหารให้เปึน อัยการสูงสุดที่ดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ซึ่งลักษณะการเขียนอย่างนี้ มันเปึนการเขียนรองรับเปึนลักษณะบทเฉพาะกาล เปึนบทเฉพาะกาลเมื่อเรายกเลิกมาตรา ๙๖ ไปแล้วอัยการสูงสุดเข้าไปไม่ได้แล้วก็มีบทเฉพาะกาลรองรับ แต่สิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการพบว่า เปึนปัญหามากนะครับ ถ้าเราเห็นชอบตามหลักการที่รับไปเบื้องต้นผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่ากรรมาธิการเห็นว่าเราแก้ไขหลักการ แล้วเปึนหลักการที่ทุกท่านบอกว่า เปึนหลักการสำคัญด้วย ตามเจตนารมณ์ผมไม่เถียงเรื่องเจตนารมณ์ว่าเราอยากให้คดีอาญา ทุจริตไปอยู่ในศาลเฉพาะคือศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบไม่ว่าเปึนบุคคลใดตามเหตุผล ที่เราให้มา อันนี้ไม่มีใครเถียงครับ แต่วิธีการบัญญัติเพื่อจะให้เปึนไปอย่างนั้นมันเปึนไปไม่ได้เลย ตามวิธีการยกร่างกฎหมายวิธีการที่ท่านรับมาหมายถึงรัฐสภาวาระรับหลักการแล้วก็เขียน บทเฉพาะกาลรองรับ ถามว่าถ้าเราเห็นชอบกับหลักการที่โอนคดีให้อัยการสูงสุดไปดำเนินคดี ในศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบ ถามว่าทำได้หรือไม่ กรรมาธิการดูข้อมูลตรงนี้หนักมากครับ เสียงส่วนใหญ่ออกมาบอกว่าแม้เขียนก็ปฏิบัติไม่ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่าพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตในมาตรา ๔ นี้เขียนไว้เลยว่าให้นำบทบัญญัติของวิธีการพิจารณา คดีอาญาทุจริตไปใช้บังคับแก่การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลทหารด้วย เอา วิ. อาญาทุจริตนี่ไปใช้กับศาลทหารด้วยมีเว้นบ้างข้อเท่านั้นเองครับ เช่น มาตรา ๗ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๗ เขียนไปศาลอาญาทุจริตก็พิจารณาไม่ได้ และที่สำคัญ มีข้อถกเถียงเรื่องเขตอำนาจของศาล โดยเฉพาะกรณีเปึนบทเฉพาะกาลนะครับ ถามว่า บรรดาคดีที่อยู่ก่อนที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาใช้บังคับไปดำเนินการได้ แล้วในอนาคต แล้วหลังจากที่ใช้บังคับเราจะทำอย่างไร อันนี้เปึนความเห็นที่ค่อนข้างมีน้ำหนักจากผู้แทน ของศาลยุติธรรมนะครับ ที่ไม่ใช่ท่านกรรมาธิการท่านณรงค์ต้องขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เพราะท่านไปต่างประเทศพอดี เราเชิญมาให้ข้อมูลท่านบอกว่าถ้าเขียนอย่างนี้มีปัญหา การบังคับใช้ในอนาคตถ้าจบแล้วคดีที่จบแล้วนี่โอนมาหมดแล้ว และในอนาคตไม่มีบทบัญญัติใด รองรับเขตอำนาจเอาไว้มีปัญหา เพราะฉะนั้นด้วยความไม่สมบูรณ์อย่างนี้กรรมาธิการเลย มีความจำเปึนว่าอย่างนั้นเราหาทางออกให้กฎหมายที่ผ่านรัฐสภาสามารถใช้บังคับให้ได้มาก ที่สุดไปก่อน และมีข้อดีกว่ามาตรา ๙๖ เดิมด้วยเราก็เลยเขียนบอกว่าให้อัยการสูงสุด ไปดำเนินคดี คือบรรดาคดีที่อยู่ก่อนที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้โอนไปให้อัยการสูงสุด ดำเนินคดีตามมาตรา ๙๖ นะครับ ไม่ว่าจะเปึนคดีที่อัยการทหารเปึนผู้ดูแลอยู่ก็โอนมาให้ อัยการสูงสุด หรือต่อไปนี้อัยการสูงสุดต้องไม่มอบอำนาจให้อัยการทหารเปึนคนดำเนินคดี แต่ต้อง ดำเนินคดีอยู่ในศาลทหารก่อน ก่อนจนกว่าเราจะมีการแก้ไขกฎหมายให้มารองรับให้มันสามารถ นำสู่ปฏิบัติได้ ฉบับที่ ๑ ก็คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีอาญาทุจริตที่ผมกล่าวไปนี่นะครับ ในมาตรา ๔ นี่ล่ะ และสิ่งที่ต้องแก้ไขครับกฎหมายว่าด้วยพระธรรมนูญศาลทหารที่เสมือน เปึนกฎหมายหลัก ที่รองรับการจัดตั้งศาลทหารแม้ออกมาตั้งแต่ป้ ๒๔๙๘ บทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญที่เขียนมาแต่ละฉบับ ๆ เช่นป้ ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๙๙ ก็มีบทบัญญัติ ว่าคดีอาญาทั้งหลายทั้งปวงที่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารให้ดำเนินคดีในศาลทหาร ทั้งนี้ตามกฎหมายบัญญัติแล้วก็มีวรรคสองรองรับ วรรคสองรองรับก็ตีความไปถึงพระราชบัญญัติ ว่าด้วยพระธรรมนูญศาลทหารที่เขามีอยู่แล้ว ถ้ามันใช้ได้ก็ไม่ต้องแก้ไขปรับปรุง ในบทบัญญัตินั้น เขาบัญญัติว่าคดีที่เขาไม่ดำเนินการเว้นแต่คดีไว้อยู่ ถ้าเขียนอย่างนี้ เว้นคดีที่จะไม่ดำเนินการ ในศาลทหารเอาไว้ในมาตรา ๑๔ ไปแก้ไขตรงนั้นเพิ่มเติมคดีอาญาทุจริตเข้าไป ตรงนี้ก็ปลด เขตอำนาจของกฎหมายพระธรรมนูญศาลทหาร เพราะมาตรานี้มันมีบทที่ยกเว้นไว้ขออนุญาต ท่านประธานครับ คดีที่ไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหารเขียนไว้ฉบับที่มีอยู่ปัจจุบันนี้มี ๑๔ เรื่อง คดีที่ทหารทำร่วมกับพลเรือน คดีเกี่ยวกับที่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน คดีที่ศาลคดีเด็ก เยาวชน อันนี้เขาจะไม่ยุ่ง คดีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจของศาลทหาร ถ้าเขียนอย่างนี้ รองรับ ๕ คดีอาญาทุจริต มันก็จะเป่ดช่องให้ไปดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตได้จะไม่มีปัญหา เรื่องข้อถกเถียงระหว่างเขตอำนาจศาลทหาร ถ้าทำอย่างนั้นกรรมาธิการเห็นว่ามันควรจะ เปึนไปได้ก็เลยมีความจำเปึนที่ต้องแก้ไขหลักการ ตัดคำว่า ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ออกในมาตรา ๔ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ถ้าทำตามกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ ออกไปใช้บังคับดีกว่ามาตรา ๙๖ เดิมในแง่ไหนครับ โอนมาทั้งหมดเลยแล้วยังรักษาสิทธิ ของจำเลยที่อยู่ในคดีให้เขาต่อสู้ได้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการมอบอำนาจไปให้อัยการทหาร ดำเนินการเหมือนมาตรา ๙๖ เดิม อันนี้คือข้อดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นท่านประธานที่เคารพครับ กรรมาธิการพยายามหาทางออกอย่างมาก เพราะว่าในสิ่งที่รัฐสภารับหลักการไปถือว่า เปึนประเด็นมากครับ มันเปึนประเด็นจริง ๆ ผมเองด้วยความเคารพท่านประธานครับ แม้จะเปึนการแก้ไขหลักการมันก็อยู่ในนิติวิธีที่ยังไม่สิ้นสุดนะครับ ที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ จะเปึนผู้วินิจฉัย ว่าเมื่อสถานการณ์เหตุการณ์มันเปลี่ยนมีความจำเปึนรัฐสภาจะเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยในเสียงข้างมากก็เปึนไปตามที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากได้นำเสนอ ถ้าท่านไม่เห็นด้วยก็เปึนอำนาจของที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ครับ จะตามเสียงข้างน้อยหรือคืนร่างเดิมหรือท่านเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้ออกไปใช้บังคับมีปัญหาแน่ ท่านจะใช้ดุลยพินิจของท่านในวาระที่สอง วาระที่สามอย่างไรก็แล้วแต่ กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ แต่ทางเลือกที่กรรมาธิการเสียงข้างมากเลือกให้แม้จะไม่ดีที่สุดแต่เปึน ประโยชน์ที่สุดกับวิธีการเขียนกฎหมายแบบนี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ