รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

ธงทอง นิพัทธรุจิ ให้ข้อมูลทางวิชาการที่สนับสนุนความคิดเห็นของคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก และอธิบายถึงเขตอำนาจศาลทหารและวิธีพิจารณาคดีในกรณีที่ทหารกระทำความผิด

นายธงทอง นิพัทธรุจิ ผู้แทนคณะกรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพอย่างสูงครับ กระผม นายธงทอง นิพัทธรุจิ กรรมาธิการ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสกรรมาธิการได้แสดงความคิดเห็น กระผมขออนุญาตนำกราบเรียน ข้อมูลทางวิชาการเพื่อสนับสนุนท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้กราบเรียนกับที่ประชุมไปแล้วนั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและ ปราบปรามการทุจริต มาตรา ๙๖ ไม่ใช่กฎหมายที่กำหนดเกี่ยวข้องกับเขตอำนาจศาลโดยแท้ แต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดเขตอำนาจศาลนั้นคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๙๙ ซึ่งมีส่วนขยายของรัฐธรรมนูญคือมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๘ เพราะถือว่าเปึนกฎหมาย ที่บัญญัติคือกฎหมายที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ เขียนว่าตามที่กฎหมายบัญญัตินั้น ย่อมหมายความรวมถึงพระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหารนั่นเอง ที่กำหนดเกี่ยวกับ เขตอำนาจศาลทหารในการพิพากษาคดีที่ทหารกระทำความผิด แนวคิดนี้สอดคล้องกับ บรรทัดฐานคำวินิจฉัย คำชี้ขาดอำนาจหน้าที่ของศาลที่ ๒๑/๒๕๖๑ ซึ่งกระผมขออนุญาต ท่านประธานนำมากราบเรียนกับที่ประชุมว่า ศาลยุติธรรมจะมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารซึ่งทหารกระทำความผิดก็เฉพาะแต่กรณีที่ได้กระทำด้วยกับ พลเรือนหรือเปึนคดีที่เกี่ยวพันกับคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลพลเรือนตามมาตรา ๑๔ (๑) มาตรา (๒) และอื่น ๆ มิฉะนั้นจะเปึนการให้ศาลพลเรือนมีอำนาจพิจารณาคดีบุคคล ซึ่งผู้กระทำความผิดเปึนผู้อยู่ในอำนาจของศาลทหารที่กระทำความผิดโดยไม่สอดคล้องกับ เจตนารมณ์ของกฎหมาย ท่านประธานที่เคารพครับ จากที่ผมประทานกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังที่ประชุมที่ทรงเกียรติแห่งนี้ กระผมมีนัยที่จะขออนุญาตกราบเรียนว่า รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยได้กำหนดถึงเขตอำนาจศาลทหารไว้โดยมีส่วนขยายคือพระธรรมนูญ ศาลทหารอย่างชัดเจน ดังนั้นกฎหมายที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลทหารนั้น พึงจะต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ รวมถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญศาลทหาร มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๔ ด้วย ดังจะเห็นได้จากอีกกรณีหนึ่งที่ขออนุญาตนำกราบเรียน คือวิธี พิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พุทธศักราช ๒๕๕๙ มาตรา ๔ ได้กำหนดให้นำกฎหมายวิธี พิจารณานี้ไปใช้ในศาลทหารด้วย โดยให้ใช้ระบบไต่สวนตาม Guideline ที่กฎหมายนี้ได้กำหนด ซึ่งศาลทหารก็ได้มีการออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ตุลาการพระธรรมนูญในศาลทหารว่าด้วย การดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลทหาร พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้เปึนไปตาม กฎหมายดังกล่าว ดังนั้นกฎหมายอันเปึนบทเฉพาะเกี่ยวกับวิธีพิจารณาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ซึ่งจะมารองรับต่อเนื่องจากกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตเปึนการกำหนดในส่วนของการดำเนินการก่อนชั้นศาล และมีการเชื่อมโยงต่อไปยังบทเฉพาะคือการพิจารณาของศาลในคดีทุจริตนั่นเอง ซึ่งในกฎหมาย อันเกี่ยวกับวิธีพิจารณาความนั้นก็ยังได้รับรองเขตอำนาจของศาลทหารอยู่ ดังนั้นบทเฉพาะกาล ในมาตรา ๔ ที่ให้โอนอำนาจการพิจารณาของศาลทหารในกรณีทหารกระทำความผิด ตามความผิดเกี่ยวกับคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไปยังศาลพลเรือนภายหลังการยกเลิก มาตรา ๓ นั้น ด้วยความเคารพในที่ประชุมแห่งนี้ครับ กระผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น เปึนการส่วนตัวว่าหลักการในการที่ท่านรัฐสภาได้กำหนดอนุญาตให้กรรมาธิการได้ดำเนินการ ภายใต้ที่ท่านอนุญาตไว้ในวาระที่หนึ่งนั้นได้มีคำขึ้นต้นว่าให้แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตหรือ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ซึ่งไม่อาจครอบคลุม ไปถึงอำนาจในการให้แก้ไขเขตอำนาจศาลซึ่งปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องด้วย เพราะมาตรา ๙๖ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกัน และปราบปรามการทุจริตนั้นเปึนเพียงกำหนดขั้นตอนก่อนชั้นศาลหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Pre-Trial Stage ซึ่งมิใช่เปึนขั้นตอนในชั้นศาล แต่ขั้นตอนในชั้นศาลนั้นจะเปึนไปตาม เขตอำนาจและวิธีพิจารณาคดีซึ่งปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๙ มาตรา ๑๓ และ มาตรา ๑๔ แห่งพระธรรมนูญศาลทหาร และมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดีอาญาว่าด้วยคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ดังนั้นจากที่ประทานกราบเรียน ผ่านท่านประธานที่เคารพอย่างสูง กระผมจึงขออนุญาตตั้งข้อสังเกตว่าการที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้มีการให้ชะลอในการตัดอำนาจศาลทหารในการพิจารณาอรรถคดีเกี่ยวกับ ที่ทหารกระทำความผิดไว้ก่อนนั้นย่อมน่าที่จะเปึนเรื่องที่ถูกต้องแล้วเพราะการแก้ไขดังกล่าว จะต้องเกี่ยวโยงกับการแก้ไขกฎหมายอื่นซึ่งอยู่นอกเหนือจากพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริตนี้ ดังนั้นจึงขอกราบเรียนที่ประชุม ที่เคารพได้โปรดพิจารณาด้วย ขอบพระคุณครับ