ธีระพงษ์ มีลักษณะ ยืนยันหลักการร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเสนอให้โอนอำนาจพิจารณาจากศาลทหารไปเป็นศาลอาญาคดีทุจริต เพื่อให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน พร้อมรายงานผลการศึกษาว่ามาตรา 96 กำหนดให้อัยการสูงสุดมอบหมายอัยการทหารดำเนินคดีได้ และชี้แจงรายละเอียดกรณีความผิดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ธีระพงษ์ มีลักษณะ อธิบายหลักการเขตอำนาจศาลในคดีทุจริตที่เจ้าหน้าที่ทหารกระทำผิดร่วมกับพลเรือน โดยเสนอให้แก้ไขกฎหมายเฉพาะเพื่อโอนคดีดังกล่าวจากศาลทหารไปศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อป้องกันความสับสนทางกฎหมายและรักษาสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง ธีระพงษ์ มีลักษณะ เสนอแนวทางแก้ไขเขตอำนาจศาลในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยชี้แจงว่ากฎหมายใหม่ไม่ครอบคลุมคดีตามกฎหมายอื่น จึงต้องดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา 4 และกำหนดบทเฉพาะกาลให้อัยการสูงสุดมีฐานะเป็นอัยการทหารเพื่อทำหน้าที่ฟ้อง
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธีระพงษ์ มีลักษณ์ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ กระผมซึ่งเปึนตัวแทนของคณะกรรมาธิการฝ์ายข้างมากขออนุญาต กราบเรียนยืนยันกับท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการทั้งฝ์ายข้างมากและฝ์ายข้างน้อยตระหนัก และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของท่านสมาชิกรัฐสภาที่ได้กรุณารับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ในวาระที่หนึ่ง โดยมุ่งหมายให้การดำเนินคดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยู่ในอำนาจ พิจารณาพิพากษาของศาลทหารไปดำเนินคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้มีประสิทธิภาพและเปึนมาตรฐานเดียวกัน คณะกรรมาธิการได้ปฏิบัติตามภารกิจ ที่ได้รับมอบหมายจากทางรัฐสภาภายใต้กรอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ โดยได้ มีการศึกษาบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องและได้มีการเชิญผู้แทนหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ เข้ามาให้ ข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อให้การพิจารณาเปึนไปโดยรอบคอบที่สุด กระผมขออนุญาตเรียนเปึน เบื้องต้นว่าจากผลการศึกษาและพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ในพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ มีบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กับการดำเนินคดีในศาลทหาร ๑ มาตรา คือมาตรา ๙๖ ซึ่งเปึนการกำหนดให้อำนาจอัยการ สูงสุดมีฐานะเปึนอัยการทหาร เพื่อให้การดำเนินคดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลทหารนั้นสามารถดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อย โดยมาตรา ๙๖ ที่มีผลใช้บังคับในปัจจุบัน ซึ่งที่ประชุมแห่งนี้ได้ผ่านการพิจารณาในร่างมาตรา ๓ ให้ยกเลิกไปแล้วนั้น กำหนดให้อัยการสูงสุด อาจจะมอบหมายให้อัยการทหารเปึนผู้ดำเนินการแทนก็ได้ การพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบที่มีเจ้าหน้าที่ฝ์ายทหารเปึนผู้กระทำความผิดนั้น ปัจจุบันจะแบ่งได้เปึน ๒ กรณี
กรณีที่ ๑ คดีที่เจ้าหน้าที่ฝ์ายทหารกระทำความผิดร่วมกับพลเรือน คดีดังกล่าว จะอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบอยู่แล้ว โดยผลของบทยกเว้น ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ คงมีแต่เพียงคดีที่มี เจ้าหน้าที่ฝ์ายทหารกระทำผิดฝ์ายเดียวที่ยังคงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบก็ได้กำหนดให้นำกระบวนการ ดังกล่าวมาใช้ในการพิจารณาในศาลทหารด้วยนะครับ สำหรับการจะดำเนินการให้เปึนไป ตามความมุ่งหมายของท่านสมาชิกรัฐสภาที่จะให้คดีทุจริตและประพฤติมิชอบที่อยู่ในอำนาจ ศาลทหารนั้นไปดำเนินการในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวน ๒ ฉบับ ฉบับแรก คือพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ ฉบับที่ ๒ คือพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งคณะกรรมาธิการ พิจารณาแล้วเห็นว่าการจะดำเนินการให้เปึนไปตามความมุ่งประสงค์ของท่านสมาชิกรัฐสภา อย่างแท้จริงนั้น สมควรมีการดำเนินการโดยการแก้ไขบทกฎหมายเฉพาะว่าด้วยเขตอำนาจศาล ซึ่งจะทำให้การดำเนินการสามารถกำหนดให้คดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบได้ โดยมีเหตุผล ๓ ประการครับ
ประการที่ ๑ การกำหนดบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเขตอำนาจศาลในร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และลักษณะการ Overrule กฎหมายเฉพาะว่าด้วย เขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้องนั้น เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับย่อมจะทำให้เกิดความสับสน ความลักลั่น กับผู้ที่จะปฏิบัติให้เปึนไปตามกฎหมาย และจะนำไปสู่การโต้แย้งถึงความชอบด้วยกฎหมาย ในการปฏิบัติให้เปึนไปตามร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป
ประการที่ ๒ ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การจะกำหนด เรื่องของเขตอำนาจศาลโดยกำหนดให้มีการโอนคดีย่อมมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง ในคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจำเปึนจะต้องมีการกำหนดกระบวนการในการโอนคดี อย่างรอบคอบ โดยพิจารณาพร้อมกับเนื้อหาของกฎหมายว่าด้วยเขตอำนาจศาลที่จะมีการ กำหนดให้มีการโอนคดี
ประการที่ ๓ คดีที่อยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นอกจากที่อยู่ในกฎหมาย ป.ป.ช. แล้ว ยังมีคดีตามกฎหมายอื่น เช่น คดีประพฤติมิชอบ ตามพระราชบัญญัติมาตรการของฝ์ายบริหารในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้ประกาศใช้เปึนกฎหมาย พระราชบัญญัติมาตรการของฝ์ายบริหารในการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งผ่านความเห็นชอบและได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ดังนั้นแม้จะได้มีการกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ก็ไม่ได้มีผลถึงคดีที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่น ดังนั้นคณะกรรมาธิการ จึงเห็นว่าในการจะดำเนินการให้เปึนไปตามวัตถุประสงค์ของท่านสมาชิกรัฐสภาจึงสมควร ดำเนินการโดยการแก้ไขบทกฎหมายเฉพาะว่าด้วยเขตอำนาจศาลที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างมาตรา ๔ นั้น โดยที่ร่างมาตรา ๓ ได้มีการยกเลิก มาตรา ๙๖ ดังนั้นในระหว่างระยะเวลาที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขบทกฎหมายว่าด้วยเขตอำนาจศาล จึงมีความจำเปึนจะต้องกำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อจะรองรับการดำเนินการไม่ให้เกิดปัญหา ในทางปฏิบัติ โดยให้อัยการสูงสุดมีฐานะเปึนอัยการทหารเพื่อทำหน้าที่ฟัองและดำเนินคดี ในศาลทหาร โดยการกำหนดบทเฉพาะกาลดังกล่าวทางคณะกรรมาธิการมิได้กำหนด ให้อัยการสูงสุดสามารถมอบหมายให้อัยการทหารสามารถดำเนินคดีแทนได้ดังเช่นที่เคย กำหนดไว้ในกฎหมายเดิม โดยมีเจตนารมณ์เปึนการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินคดี รวมทั้งเปึนกลไกในการคานอำนาจในศาลทหาร
สุดท้ายครับ ทางคณะกรรมาธิการได้นำความมุ่งประสงค์ของท่านสมาชิก รัฐสภาเขียนไว้ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ เพื่อจะส่งไปถึงคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการ แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ต่อไปด้วยแล้ว กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนเปึนเบื้องต้น ต่อท่านประธานและท่านสมาชิกรัฐสภา ในส่วนของหลักทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกระผมขออนุญาต ให้ท่านกรรมาธิการท่านต่อไปเปึนคนชี้แจง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อชี้แจง ต่อท่านสมาชิกด้วยความเคารพครับ กราบขอบพระคุณครับ