เปรมศักดิ์ ยืนยันขอศาลรธน.วินิจฉัยอำนาจรัฐสภา

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

เปรมศักดิ์ เพียยุระ ยืนยันความจำเป็นในการเสนอญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 เพื่อป้องกันปัญหาการใช้อำนาจผิดกฎหมาย เสนอว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องไม่เป็นการเมืองหรือเกมการเมือง แต่ต้องตอบสนองความต้องการของประชาชนที่แท้จริง เช่น เศรษฐกิจ เกษตรกร และผู้สูงอายุ ชี้แจงว่าระยะเวลาในการรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องปกติเนื่องจากเป็นองค์กรอิสระและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิกรัฐสภา ย้ำว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรเป็นกลาง ไม่เกี่ยวข้องกับการหา

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานวุฒิสภา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มอาชีพ สาธารณสุข จากอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมพร้อมกับผู้ร่วมเสนอญัตติทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรวมแล้ว ๖๐ ท่าน ได้รับฟังการอภิปรายตั้งแต่บ่ายมารวมแล้ว ๕ ชั่วโมงเศษ ๆ กระผมเองกราบเรียนว่า ได้รับฟังแนวความคิดและเสียงสะท้อนจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาด้วยความสนใจ และกระผมเอง ยังยืนยันว่าการที่เสนอเพื่อที่จะให้รัฐสภามีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหา เกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๐ วรรคหนึ่ง (๒) นั้น ผมยัง ย้ำยืนยันเหมือนเดิมว่ามีความจำเปึนอย่างยิ่ง ประการแรกท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้มีปัญหา ตามมา ท่านประธานครับ เราเล่นกีฬา เราต้องถามกติกาก่อนว่าเล่นอย่างไร ทำอย่างไรไม่ให้ Foul ทำอย่างไรให้เล่นกีฬาได้จนครบตามระยะเวลาของเกมกีฬานั้น ๆ กระผมเองค่อนข้างวิตกว่า เพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่าผมเสนอญัตติด้วยความกลัว ท่านประธานครับ ถ้าจะมีอยู่บ้างก็คือกลัว เพื่อนร่วมรัฐสภาทำอะไรที่ผิดกฎหมายแล้วเกิดโทษทัณฑ์ตามมา มันจะอยู่กันไม่ครบครับ ท่านประธานครับ ไม่ได้เกี่ยวกับความกลัวแต่เรื่องใด ๆ เลย ชีวิตผมสะกดคำว่ากลัวไม่ค่อยเปึน เสียด้วยครับ อันที่ ๒ ท่านประธานครับ ขอย้ำว่าการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องไม่เปึนเกม การเมืองที่ต้องเอาชนะคะคานกันหรืออ้างประชาชนอยู่ร่ำไป ท่านประธานครับ ถ้าอ้างประชาชน ประชาชนวันนี้ไม่ได้สนใจการแก้รัฐธรรมนูญนะครับ สนใจว่าเศรษฐกิจจะเปึนอย่างไร เกษตรกร ก็สนใจว่าราคาข้าวที่ตกต่ำจะทำอย่างไร ผู้สูงอายุคนที่เกษียณก็กลัวปัญหา Call Center เมื่อไรจะจัดการได้ เขากลัวสิ่งเหล่านี้ครับ ออกไปจากรั้วรัฐสภาจะไม่พบเลยครับว่ามีใคร เรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมว่าถ้าเราทำตามความเรียกร้องของประชาชนเรื่องนี้ไม่ได้เปึนประเด็นเลยครับ แล้วต่อ คำถามของหลายท่านที่ถามว่าแล้วนานแค่ไหน ศาลรัฐธรรมนูญถึงจะมีคำวินิจฉัยลงมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอตอบแบบศัพท์สมัยเก่าว่านานเท่าไรก็จะรอครับ เพราะอะไร เพราะท่านมีอำนาจ ในวงจรขององค์กรอิสระไม่มีใครไปกดดันศาลรัฐธรรมนูญได้ ดังนั้น ระยะเวลาท่านจะวินิจฉัยนานเท่าไร ผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ผมคิดว่าท่านต้องรอบคอบ ที่จะวินิจฉัยลงมาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสมาชิกรัฐสภาที่ยื่นญัตติขึ้นมา ท่านประธาน และอีกประเด็นหนึ่ง ผมกราบเรียนว่า ที่ผมกราบเรียนว่าไม่ควรจะเปึนเรื่องทางการเมือง เพราะว่าพวกเราสมาชิกรัฐสภาโดยเฉพาะวุฒิสมาชิกหาเสียงไม่ได้ครับ ได้เปึน สว. แค่สมัยเดียว ก็หมดไปครับ จะมาคาดหวังว่าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อจะไปสมัคร สว. สมัยหน้าไม่มีสักคนครับ ผมขอเรียนเตือนท่านเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาเลยครับ แต่เราเปึนองค์ประชุมเรื่องนี้ครับ เพราะรัฐธรรมนูญให้เรามีบทบาทในการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ ถ้าบอกว่าต้องมี สมาชิกวุฒิสภา ๑ ใน ๓ จึงจะครบองค์ประกอบ คือ ๖๗ คน ผมก็พร้อมจะเปึนคนหนึ่งใน ๖๗ ที่จะร่วมมือกับท่าน ถ้าแก้แล้วมันมีประโยชน์ เพราะฉะนั้นอันนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการหาเสียง ทางการเมืองครับ เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ที่แก้แล้วจะได้ประโยชน์จริงหรือไม่ แล้วอะไร รับประกันได้ ผมยกตัวอย่างท่านประธานบอกว่าถ้าเราจะให้ สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เอารัฐธรรมนูญไปร่างเองทั้งฉบับ ผมเกรงครับว่าจะเปึนการตีเช็คเปล่าให้ไปกรอกตัวเลข ตามอำเภอใจหรือเปล่า แล้วเราจะทำอะไรได้เมื่อยกอำนาจไปขนาดนั้นแล้ว แต่ถ้าเราแก้รายมาตรา อย่างที่เราแก้เรื่องวิธีการเลือกตั้ง เรื่องบัตรเลือกตั้ง ท่านเห็นไหมครับก็แก้ได้ มีบัตร ๒ ใบ ใบหนึ่งเลือกแบบบัญชีรายชื่อ ใบหนึ่งเลือกแบบแบ่งเขต ๆ ละ ๑ คน ผลการเลือกตั้งพรรคได้ที่ ๑ ก็คือพรรคประชาชนไม่ใช่หรือครับ พรรคก้าวไกลตอนนั้นครับ พรรคได้ที่ ๒ กลับกลายเปึน พรรคเพื่อไทยด้วยซ้ำไปครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เกี่ยวผมอยากให้มองอนาคตเรื่องของบ้านเมือง มากกว่าเรื่องทางการเมือง ท่านประธานครับ และอีกประเด็นสุดท้าย สว. ต้องเปึนกลาง ผมกราบเรียนว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นบางอย่างความเห็นอาจจะตรงกับพรรคการเมือง บางพรรคบ้างหรือขัดแย้งกับพรรคการเมืองบางพรรคบ้างไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่เราจะไป เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองแต่อย่างใด แต่มองว่าจะเปึนประโยชน์อย่างไรต่อพี่น้องประชาชน หรือไม่ เพราะฉะนั้นเราจะแก้รัฐธรรมนูญแบบรื้อบ้านทั้งหลังต้องถามก่อนว่าเราให้ความเปึนธรรม กับบ้านหลังที่เราจะรื้อหรือไม่ บ้านหลังที่เราจะรื้อให้ความร่มเย็นอบอุ่นให้ชีวิตความเปึนอยู่ ของเราและสมาชิกครอบครัวมาจนถึงวันนี้ จะรื้อทั้งหลังโดยไม่มีความดีสักอย่างจะเปึนไปได้ อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นถ้าใครจะรื้อเรื่องกลไกปราบโกงผมก็ไม่เห็นด้วย จะรื้อหมวด ๑ หมวด ๒ ผมยิ่งไม่เอาด้วยเลยครับ แล้วสมาชิกจำนวนมากก็ไม่เอาด้วยครับ เพราะฉะนั้น การที่จะทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้าท่านอยากได้เสียงวุฒิสภา ๖๗ เสียงไม่ได้ยากหรอกครับ เอาใจมาวัดกันว่าเราจะทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมืองอย่างไร ไม่มีใครที่จะไม่ร่วมมือหรอกครับ ผมอยากให้มองโลกในแง่ดี แล้วก็ให้โอกาสพวกเราทำงานร่วมกัน แล้วจะเปึนผลสำเร็จ อย่างแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ผมจะจบด้วยคำว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่รถไฟความเร็วสูง ผมเคยพูดเมื่อเช้าแล้วว่าถ้าไปด้วยความเร็วสูงมันจะอุบัติเหตุก่อนแล้วมันจะเกิดปัญหา ต่อผู้โดยสารมากมาย เปึนรถไฟธรรมดาก็ได้ ลำเลียงผู้โดยสารให้ไปสู่เปัาหมายด้วยความปลอดภัย แล้วก็ไม่ต้องเร่งรัดเร่งรีบ ข้อสำคัญมองสมาชิกที่ร่วมขบวนด้วยความเมตตา ด้วยความที่เปึน คนที่อยู่ในขบวนเดียวกัน แล้วเราจะถึงปลายทางทั้งขบวน ขอบพระคุณท่านประธานครับ