สุทิน ชี้แก้รธน.ต้องเลือกทางเดิน ยื่นตีความแทนเสี่ยงล้มเหลว โหวตไม่พอ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

สุทิน คลังแสง ชี้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเลือกทางเดินระหว่างลงมติให้ผ่านหรือยื่นตีความ โดยยืนยันว่าเสียง 67 เสียงไม่เพียงพอที่จะผลักดันกฎหมายผ่านสภา จึงเสนอให้ยื่นคำร้องตีความเพื่อสร้างความชัดเจนและหลีกเลี่ยงปัญหาการเมืองในอนาคตแทนการเสี่ยงต่อการล้มเหลวในการโหวต สุทิน คลังแสง ระบุว่า การยื่นญัตติอาจใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน 1 เดือน และยืนยันว่าการรอคอยความชัดเจนนั้นคุ้มค่ากว่าการเร่งรัดจนเกิดความเสียหาย

นายสุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ได้รับมอบหมายจากเจ้าของญัตติ คือท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ให้ผมได้ทำหน้าที่ สรุปแล้วผมก็จะใช้โอกาสนี้ใช้สิทธิพาดพิง ซึ่งมีสมาชิกได้พาดพิงให้เกิดความเสียหายอยู่ไม่น้อย ก็จะใช้เวลาไม่นานครับท่านประธาน กระชับเพื่อให้ได้เกิดความเข้าใจ ท่านประธานครับ ตลอดเวลาในการอภิปรายวันนี้ก็มีคำถามแล้วมีข้อกล่าวหาจากเพื่อนสมาชิกในส่วนที่ไม่เห็นด้วย กับการเสนอญัตติ มีข้อกล่าวหาอยู่ ๓ ๔ ข้อ ซึ่งผมคิดว่าถ้าไม่อธิบายเพิ่มเติมมันจะมีผล ต่อการพิจารณาลงมติ ผมจึงขออนุญาตอธิบายข้อกล่าวหาให้ชัดนิดหนึ่ง ข้อกล่าวหาที่กล่าวหา กันอยู่ซ้ำหลายครั้งก็คือ เจตนาเตะถ่วง ยื้อเวลาการแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความเสียหาย เสียเวลา อันนี้ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ก็กลัว ฝ์ายที่เสนอญัตติวันนี้เปึนฝ์ายที่มีความกลัว ไม่กล้าเดินหน้า ในการที่จะพิจารณาญัตตินี้ กลัวต่อศาล กลัวต่อคำวินิจฉัย แล้วก็พูดเลยไปจนถึงว่าความกลัวนั้น ทำให้สภาเสียหาย ทำให้ประชาชนเสียหาย อันนี้ก็ต้องอธิบายซึ่งก็มีสมาชิกบางส่วนอธิบาย ไปแล้วผมก็จะเพิ่มเติมไม่มาก แล้วที่สำคัญที่สุดก็มีข้อกล่าวหาที่ค่อนข้างรุนแรงจากเพื่อนสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนามคือคุณวิโรจน์ ก็ได้กล่าวหาว่าฝ์ายที่เสนอคือพวกกระผมไม่มีความกล้าหาญ ขลาดเขลา หงอ ใช้คำประมาณนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ต้องชี้แจงครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มันเดินมาถึงจุดทางเลือก ๒ ทาง เท่านั้นล่ะ ครั้งวันที่ ๑๓ ครั้งวันที่ ๑๔ ที่แล้ว กับครั้งนี้ก็เหมือนกัน คือจะเดินหน้าต่อให้มัน จบวาระที่สาม หรือจะไม่เดินหน้าต่อเปลี่ยนมายื่นตีความ เท่านั้นละครับ ฝ์ายหนึ่งก็บอกว่า เดินต่อ ฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าเดินต่อทำท่าจะไม่ดี หันมายื่นตีความให้ชัดเจนเสียก่อน พวกผม อยู่ในฝ์ายที่ขอมายื่นตีความ เพราะฉะนั้นก็ถูกกล่าวหาว่าทำไมไม่เดินหน้าต่อ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้นำฝ์ายค้านและทางซีกฝ์ายค้าน และฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยก็ย้ำมากว่าต้องเดินหน้าต่อ เอามาตรา ๒๕๖ ให้จบ ส่วนคนที่ไม่เดินหน้าต่ออย่างพวกผมก็ถูกกล่าวหาว่าขี้กลัวและถ่วง ผมเลยเรียนอย่างนี้ครับ ผมถามว่าถ้าเดินหน้าต่อนี่ท่านวิเคราะห์อย่างไร พวกผมวิเคราะห์ บนโลกบนความเปึนจริงแล้วว่าเดินหน้าต่อนี่ คะแนนไม่ถึงตกแน่ ตกแน่นอน อันนี้ถ้าเปึนโลก อุดมการณ์อาจจะมองว่าถ้ายังไม่ลงคะแนนมันจะไปรู้ได้อย่างไรก็ว่าไปเรื่องอุดมการณ์ แต่ความเปึนจริงเราได้ทำการบ้านแล้ว ตกแน่ ถ้าตกได้ประโยชน์อะไร แล้วกลับมาถอย แล้วยื่นตีความได้ประโยชน์อะไร ผมเรียนถามที่ไม่เห็นด้วยโดยเฉพาะท่านผู้นำฝ์ายค้าน ท่านบอกว่าเดินหน้าต่อ มาตรา ๒๕๖ ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าถ้าเดินหน้าต่อแล้วเราจะได้ รัฐธรรมนูญ มั่นใจอย่างไรว่าเดินหน้าต่อแล้วจะแก้สำเร็จ ถึงได้เกิดคำถามว่าอยากแก้ให้ได้แก้ เท่านั้นหรือเอาให้แก้ได้ พอมาถึงตรงนี้ท่านก็จะถามต่อว่าปัญหามันอยู่ที่การเมืองนี้หรืออยู่ ข้อกฎหมาย ท่านก็พูดให้ชัดขึ้นมาหน่อยว่าการเมืองก็คือการแก้คราวนี้ก็คือรัฐบาลไม่เห็นด้วย ด้วยกัน ไม่มีเอกภาพ เสียงไม่พอจะตก ผมเรียนตอบเลยว่าในทางการเมืองในพรรคร่วม แม้จะไม่ได้เห็นด้วยกันทุกพรรค แม้บางพรรคไม่เห็นด้วย แต่จากการที่เราได้สำรวจ ทำการบ้าน เสียงฝ์าย สส. ในพรรคร่วมเราผ่านครับ แต่ที่ไม่ผ่านคืออะไรครับ ก็เรียนตรงไปตรงมา อยู่นี่ละ ก็คือ ๖๗ เสียง นับแล้วอย่างไรก็ไม่พอ ๖๗ เสียง ซึ่งเรื่องนี้ท่านก็พอทราบ ทุกคน ก็พอทราบว่า ๖๗ เสียงมันไม่พอ ๖๗ เสียงมาจากฝ์ายไหนก็ไม่ต้องพูดไปเอ่ยกันละ แต่รู้ว่า ๖๗ เสียงนี้หาไม่ได้ เมื่อหาไม่ได้ก็รู้ว่า เดินหน้าก็ตก เรายอมตก ถ้าท่านยอมตก ถามว่าประชาชนได้อะไร ประชาชนเสียเวลาไหม หรือท่านจะบอกว่าถ้าตกก็ยื่นใหม่อีก ๔ เดือนข้างหน้า ผมก็จะถามท่านว่าถ้า ๔ เดือน ข้างหน้า สมัยหน้ามายื่นกันอีกแล้วความไม่ชัดเจนข้อนี้ก็ยังเปึนปัญหาเปึนเงาทะมึนอยู่ สมาชิกบางส่วนก็จะกลัวถูกเล่นงาน ถูกลงโทษ ถูกข้อหาก็ไม่ลงอีก ความมืดดำหรือความไม่ชัดเจนนี้ ก็ยังเปึนเงาทะมึนอยู่ ๔ เดือนข้างหน้าก็กลับมาวนเวียนมาเจอปัญหาเดิม แล้วทางเลือกนี้ ผมถามว่าจะได้รัฐธรรมนูญด้วยวิธีไหนมีความหวังอย่างไร เพราะฉะนั้นเราจึงหันมาใช้วิธีการ ไปยื่นตีความเสียให้ชัด ถ้าชัดแล้วว่าทำกี่ครั้ง กี่รอบอย่างไรเสร็จสรรพ คนที่อ้างก็จะอ้างไม่ได้ คนที่เอามาเปึนเหตุอ้างว่าเพราะกลัวโน่นกลัวนี่ อ้างไม่ได้ และที่สำคัญที่สุดที่ท่านบอกว่า พวกผมกลัวศาลรัฐธรรมนูญ ท่านทำไมไม่คิดว่าถ้าถามไปเสียคราวนี้จากที่ท่านตอบไว้กำกวม ไม่ชัดเจนบังคับให้ท่านพูดให้ชัดเสีย แล้วคราวหน้าท่านจะไม่ได้มาเล่นงานผมภายหลัง ทำไม ท่านไม่คิดแบบนั้น ภาษาชาวบ้านเขาบอกว่าทำไมไม่ตัดหางยัดปากไว้เลย ทำไมไม่ใช้วิธีนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องว่ากลัวนี่ผมขอปฏิเสธ แล้วการเดินหน้าแม้วันนี้สมมุติเรามีมติว่าไม่ยื่น แล้วมาเดินหน้ากัน ท่านกับผมมานั่งคุยกันเลยว่าตกหรือไม่ตก แล้วตกท่านจะตอบประชาชน ว่าอย่างไร

ประการต่อมาก็บอกว่าเราเตะถ่วง ท่านประธานที่เคารพครับ การยื่นญัตตินี้ คุณหมอเปรมศักดิ์อาจจะพูดแล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณากี่วัน กี่เดือนไม่มีใครจะไป แทรกแซง ไปบังคับท่านได้ จริงครับ แต่เราก็สามารถที่จะหาคำตอบจากประสบการณ์ได้ จากประสบการณ์ที่เคยยื่นแล้วศาลเคยใช้วิธีพิจารณานี่เราก็พอประมาณการได้ แม้ไม่ได้ ไปบังคับท่าน ผมก็ประมาณการว่าไม่น่าจะเกิน ๑ เดือน ถ้าเราจะช้าสัก ๑ เดือนมันจะเสียหาย อะไรมากไหมถ้าแลกกับความชัดเจนที่ได้มา เพราะฉะนั้นที่บอกว่าเตะถ่วงผมว่า ๑ เดือน มันไม่น่าจะถึงขั้นเตะถ่วง อาจจะสะดุดนิดหนึ่ง แต่สะดุดเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีกลับมา

ประการต่อมาคำถามที่ชอบพูดแล้วข้อกล่าวหาก็คือหาว่าเรากลัวศาลก็ตอบ ไปบ้างแล้ว แต่ประเด็นใหญ่ที่มันครอบคลุมด้วยกันก็คือบอกว่า เราไม่มีความกล้าหาญ เราไปหงอ ให้กับอำนาจที่ไม่ใช่อำนาจประชาชน เราไปสยบยอม แล้วก็กล่าวพาดพิงมาถึงเพื่อนสมาชิก เข้าใจว่าก่อแก้ว เมื่อก่อนกล้าหาญวันนี้ทำไมไม่กล้าหาญ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่า เราเปึนพรรคที่อยู่มานานพอสมควร เราเคยใช้ความกล้าหาญมามากแล้ว เราเคยใช้ความเด็ดเดี่ยว มามาก แต่ผลที่ได้คืออย่างไร ชัดเจน ท่านมาทีหลังผมท่านก็ใช้ความกล้าหาญท่านก็โดน เหมือนกัน โดนมากี่ดอก เพราะฉะนั้นคำพระท่านบอกว่า ความกล้าหาญควรเสมอด้วยปัญญา ปัญญาควรเสมอด้วยสติ หมายความว่าใช้ความกล้าหาญอย่างเดียวแต่ไม่ใช้สติปัญญา ประกอบ รบร้อยครั้งคุณแพ้ ผมเคยทำงานกับทหารท่านฟังนะ เขาคัดคนไปรบกล้าหาญ อย่างเดียวก็ไม่ได้หรอก ถ้ากล้าหาญแล้วโง่ ๆ ส่งไปแพ้หมด เขาอยากได้ทหารที่กล้าหาญ แล้วฉลาดด้วย แล้วความกล้าหาญต้องเสมอด้วยสติคืออะไร มีปัญญาไม่พอ เรียนเก่งไม่พอ รู้ไม่พอ รู้การยุทธ์หมด แต่สติต้องรู้ ต้องเย็นพอ ต้องรู้ว่าเวลาที่มันควรต้องใช้ประมาณไหน ต้องอดทนให้ได้ แล้วต้องแยกแยะมิตรให้ออก ศัตรูให้ออก คำว่า สติ ผมฝากท่าน ว่าเรื่องแก้ รัฐธรรมนูญนี้ท่านกำลังสู้กับใครครับ คิดดี ๆ นะครับ ท่านควรตำหนิพวกเราด้วยกันเอง หรือตำหนิศาล หรือตำหนิฝ์ายไหน ลองคิดนิดหนึ่ง ถ้าท่านเลือกถูก เลือกมิตร เลือกศัตรูถูก เลือกคนร่วมทางถูก ติพองามอย่าถึงขั้นทำร้ายกัน ท่านจะมีเพื่อนร่วมเดินทาง ไม่อย่างนั้นเปึนมวยหลงมุม เปึนไก่หลงตีตัวเองนี่ก็แพ้หมด ท่านครับ ผมกราบเรียนคำว่า ปัญญา คืออย่างไร ปัญญาก็คือวันนี้เราได้พิจารณาแล้วว่า ปัญหาที่สำคัญของการแก้รัฐธรรมนูญคือคำวินิจฉัยของศาล ศาลทำไมวินิจฉัยอย่างนี้ เราก็ วินิจฉัย เราก็ใช้ปัญญาวิเคราะห์ไปได้ว่าที่มาที่ไปคืออย่างไร วันนี้สมมุติว่าเราเดินหน้าแก้ มาตรา ๒๕๖ ให้จบไม่ต้องยื่นตีความ เกิดมีปาฏิหาริย์ว่าได้ ๖๗ เสียงครบ ผ่าน เราก็ใช้ ปัญญาคิดได้จากประสบการณ์ว่าจะมีคนไปยื่นตีความไหม เกิดมีฝ์ายไม่หวังดีไปยื่นศาล ตีความว่ากระบวนการที่ผ่านมาทั้งหมดนี้ไม่ชอบด้วยคำวินิจฉัย มันก็จะเกิดปัญหาอีก เพราะฉะนั้นถ้าเรามีปัญญาที่พอเราแก้ปัญหาไว้เสียให้มันจบคราวเดียว เดินวันนี้ก็ไม่ต้องไป สะดุดกี่ครั้ง ๆ หรือเมื่อเดินผ่านไปแล้วก็ไม่ต้องมานอนผวาว่าจะมีคนไปยื่นแล้วจะถูก เล่นงานอีก เพราะฉะนั้นถ้าจะใช้เวลาสักหน่อยสักเดือนหนึ่งเพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อปัองกัน ฝ์ายที่จะต้องเล่นงานเราหลาย ๆ ด่านต่อไปนี้เพื่อให้มันหมดจด ผมคิดว่าเราได้ใช้สติ ได้ใช้ ปัญญาด้วย แล้วที่สำคัญที่สุดความกล้าหาญนี่ผมฝากครับ เราจะต้องสู้อะไรอีกมากมายในประเทศ ของเรากับการต่อสู้เพื่อได้มาซึ่งประชาธิปไตย ประชาธิปไตยไม่ใช่รถด่วนคุณหมอเปรมศักดิ์ พูดถูก ผมก็เพิ่มครับ การต่อสู้ให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ซึ่งหลายคนหลายรุ่นที่เขาสู้มาแล้วเขา แพ้มา เขาอะไรมาเยอะนี่ มันบอกให้เรารู้ว่าเราใช้ความกล้าหาญอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีกลยุทธ์ ลมมันเปลี่ยนทิศต้องเบนหัวเรือในบางครั้ง ไม่ได้เบนหนีแต่เบนไม่ให้เรืออับปาง เบนเพื่อหลบลม เพื่อที่จะไปสู่เปัาหมาย ไม่ใช่เรากล้าหาญ ลมมันมาทิศนี้มาสู่เรา เราก็หันหัวเรือใส่ลม ผมคิดว่า แบบนี้สู้ให้ได้ให้ตายก็ไม่ได้ประชาธิปไตยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าได้ใช้โอกาส ใช้เวลาสรุปเพื่ออธิบายข้อกล่าวหาเพื่อนสมาชิกอีกฝ์ายหนึ่งตามสมควร ก็ขออนุญาตยืนยัน อีกครั้งหนึ่งว่าพรรคเพื่อไทยและเพื่อนสมาชิกที่สนับสนุนวันนี้มีเจตนาบริสุทธิ์ที่อยากจะให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญมันสำเร็จ ให้แก้ได้ไม่เพียงให้ได้แก้ และเปัาหมายเราอยากได้รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ไปให้ประชาชน ขอบคุณครับท่านประธานครับ