ชูศักดิ์ ชี้แจงประเด็นขัดแย้งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ชี้แจงประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองและกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำเจตจำนงของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน และอธิบายที่มาของข้อโต้แย้งทางกฎหมายในอดีต รวมถึงชี้ให้เห็นว่าตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปี 2564 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำเป็นต้องผ่านการลงประชามติอย่างน้อยสองครั้ง

รองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตที่จะร่วมอภิปราย ชี้แจงพอสมควร เพราะว่าจริง ๆ เริ่มต้นก็ไม่อยากจะอภิปรายอะไร เพราะว่ามีเพื่อนสมาชิก ลงชื่อกันมาก แต่รู้สึกวันนี้ชื่อของกระผมก็ถูกเอ่ยถึงรู้สึกจะเต็มไปหมดนะครับ ก็ไม่ได้เสียหาย อะไรแต่ก็คิดว่าถ้าจะชี้แจงทำความเข้าใจกันบ้างเปึนการเบื้องต้นก็จะเปึนการทำความเข้าใจ กันอย่างถ่องแท้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อน อื่นกระผมอยากจะกราบเรียนว่าพรรคเพื่อไทยและตัวกระผมนั้นมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนประชาธิปไตย ต้องการจะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ประชาชนมีส่วน ร่วมในการยกร่าง เพราะว่าบทเรียนจากป้ ๒๕๔๐ ที่เรามีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็เห็นได้ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตย เราใช้มาเปึนเวลาช้านานแล้วก็ เปึนประโยชน์สร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ทำให้การตรวจสอบอำนาจรัฐเกิดขึ้น เปึนครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ แต่กระผมก็ต้องกราบเรียนว่า นับตั้งแต่มีการยึดอำนาจการปกครองประเทศ ประเทศเราติดหล่มความขัดแย้งอยู่มาช้านาน พอสมควร แล้วเราจะมีรัฐธรรมนูญที่เกิดจากการยึดอำนาจการรัฐประหารมาหลายครั้ง ตัวกระผมนี้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาหลายครั้ง ป้ ๒๕๕๕ กระผมเปึนผู้นำในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อนำไปสู่การจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มันนานมาแล้วครับท่านประธาน ขณะนั้นใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งก็เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร ร่างมาจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร ผมเองก็ต้องการ จะให้มีรัฐธรรมนูญเปึนประชาธิปไตยก็ใช้วิธีการแบบนี้ละครับเสนอแก้ไขขณะนั้นเปึน มาตรา ๒๙๑ เพื่อตั้ง สสร. ก็เรียนเพื่อนสมาชิกด้วยความเคารพว่าความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้น ส่วนใหญ่ก็คือมีการสมัยนี้เขาเรียกว่านิติสงคราม ก็เอาญัตติเอาสิ่งที่เราทำตามอำนาจหน้าที่ ในกระบวนการนิติบัญญัติทั้งหลายเอาไปร้องกัน ที่กระผมทำในป้นั้นท้ายสุดก็มีสมาชิก วุฒิสภา มีฝ์ายค้านบางส่วนไปเข้าชื่อร้องกันว่ากระผมและคณะล้มล้างการปกครองประเทศ ล้มล้างอย่างไรก็คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยที่ไม่มีบทบัญญัตินี้ให้ทำได้ถือเปึนการ ทำผิดรัฐธรรมนูญล้มล้างการปกครอง ผมเองจำได้ผมไปเปึนทนายเอง ซักค้านเอง อะไรเอง ในศาลรัฐธรรมนูญ ซักไปซักมาจนท้ายสุดตุลาการบางท่านต้องขอถอนตัวจากองค์คณะ ก็ดีครับเขาวินิจฉัยว่าการกระทำเช่นนี้เปึนการใช้อำนาจนิติบัญญัติยังไม่ถึงขั้นว่าเปึนการล้มล้าง การปกครองประเทศ ที่ผมเอาเรื่องนี้มาพิจารณาเอามาเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ ผมเพียง ตั้งข้อสังเกตว่าเราใช้อำนาจนิติบัญญัติ ภาษาอังกฤษมีคำว่า Supremacy Of Parliament Parliament หรือรัฐสภานั้นมีอำนาจสูงสุดแต่พวกเรากันเองก็ชอบที่จะเอาอำนาจสูงสุดนั้น ไปทำปูัยี่ปูัยำ ไปใช้เปึนนิติสงครามร้องกันไปร้องกันมา ผลจากคำวินิจฉัยนั้นก็ผ่านไปครับ มารัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็บอกไปแล้วเราก็ทำกระบวนการในการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท้ายที่สุดก็มีการไปยื่นคำร้องเมื่อป้ ๒๕๖๓ ท้ายที่สุดมีคำวินิจฉัย ป้ ๒๕๖๔ ผลจากการวินิจฉัย ป้ ๒๕๖๔ ทำให้รัฐสภาในขณะนั้นไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่ว่านี้ได้สำเร็จ แล้วท้ายที่สุดสมาชิกส่วนหนึ่งเดินออกจากห้องประชุม ส่วนหนึ่งไม่โหวต ส่วนหนึ่งไม่เปึนองค์ประชุม การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จึงไม่ประสบความสำเร็จเสียงไม่ถึง ๑ ใน ๓ เสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง ท้ายที่สุดก็ต้องพับไปครับ แต่ว่าผลพวงจากการกระทำเช่นนี้ มีคำวินิจฉัย ป้ ๒๕๖๔ เกิดขึ้น คำวินิจฉัย ป้ ๒๕๖๔ ถ้าท่านไปอ่านโดยสรุปตอนท้าย มันฟังได้ จริง ๆ ว่าทำประชามติเพียง ๒ ครั้ง กล่าวคือเมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ เกิดขึ้นจากประชามติ เพราะฉะนั้นถ้าคุณจะทำฉบับใหม่ก็ต้องถามประชาชนเสียก่อนว่า ประสงค์จะให้ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อถามประชาชนแล้วไปยกร่างมาแล้ว มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้นก็ต้องถามประชาชนอีกครั้งหนึ่งว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่หรือไม่ ถ้าอ่านโดยสรุปแค่นี้ ๒ ครั้ง แล้วผมก็เชื่อว่าผมก็คิดว่าทำแค่ ๒ ครั้งก็พอ แต่ถ้าท่านไปอ่านตอนต้น ๆ เมื่อสักครู่คุณหมอชลน่านขอประทานโทษเอ่ยชื่อได้กล่าวอ้างมาแล้ว การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มันไม่มีวิธีการทำอย่างอื่นเลย เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหน ที่จะเขียนวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้ในรัฐธรรมนูญของตน เขาก็บอกเปึนภาษาง่าย ๆ ว่าถ้าคุณเขียนไว้เช่นนั้น มีวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แสดงว่าคุณร่างมาใช้ไม่ได้ ส่วนใหญ่ เขาก็จะให้ใช้วิธีแก้ไขเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นวิธีทำฉบับใหม่ก็คือว่าต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมแล้วก็บวกวิธีการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นไป โดยสรุปก็คือแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มหมวด ๑๕/๑ ว่าเปึนการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกิดขึ้น แต่ถ้อยคำที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้ตรงนี้ก็ไปพูดว่า การที่สมาชิกรัฐสภาเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ท่านประธานครับ ชื่อมันบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม เพิ่ม ๑๕/๑ เขาไปใช้คำว่า การทำเช่นนี้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม แต่เปึน การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลเปึนการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับเดิม ท่านประธานครับ ชื่อมันบอกว่า แก้ไขเพิ่มเติม แต่ศาลบอกว่าอันนี้ไม่ใช่แก้ไขเพิ่มเติม แต่นำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่จึงต้องทำประชามติเสียก่อน ตรงนี้เองก่อให้เกิดการตีความของนักการเมืองพูดง่าย ๆ สมาชิกรัฐสภาหลายส่วนบอกนี่อย่างไรคุณต้องวินิจฉัยทำประชามติเสียก่อน เปึนการทำ ประชามติครั้งแรกตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เปึนที่ไปที่มาของการทำ ๓ ครั้งครับ ถ้าโดย ส่วนตัวกระผมไม่เห็นด้วยครับ ผมเห็นด้วยว่า ๒ ครั้งพอโดยตามข้อสรุป ทีนี้เมื่อเปึนเช่นนี้แล้ว ก็หมายความว่าถ้าเราจะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยกระบวนการ สสร. ก็แปลว่าสมาชิก มีความเห็นแตกต่างกัน เรานัดประชุมกันวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ ท่านประธานที่เคารพครับ เราก็เห็น กันอยู่ว่าบรรยากาศเปึน สมาชิกส่วนหนึ่งบอกว่าประธานบรรจุไม่ได้ เหตุผลสำคัญก็คือเคยสั่ง ไม่บรรจุมาแล้วอย่างไร ครั้งนี้มาบรรจุได้อย่างไร ประธานทำผิดบรรจุไม่ได้ พอบรรจุไม่ได้สมาชิก ไม่มีอำนาจพิจารณา แต่อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าบรรจุถูกแล้ว ท่านประธานวันนอร์สั่งบรรจุ เดิมไม่บรรจุของผมตอนหลังสั่งบรรจุแล้วก็ส่งสัญญาณมา ผมก็บอกว่าผมเห็นด้วย ๒ ผมเลย เสนอร่างประกบกับพรรคประชาชน แต่ว่าท่านประธานโดยสรุปความเปึนอย่างนี้ครับ ถ้าครั้งนั้น เราพิจารณาต่อไปผมว่าท่านประธานก็ทราบดี สมาชิกวุฒิสภาจะได้ ๖๗ เสียงไหมท่านทราบดี ท่านรู้ดี ขณะเดียวกันจะเกินกึ่งหนึ่งไหม ไม่เกิน ท้ายที่สุดอะไรครับ การจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่เปึนอันพับไป ไม่ผ่าน พวกผมจึงมาเสนอกันว่าเราต้องแก้ แก้อย่างไรก็เสนอญัตติเสีย ไปถามกันครั้งนี้คิดว่าจะตอบ เหตุผลที่ผมคิดว่าจะตอบเพราะอะไรครับ เพราะครั้งก่อนที่เขา ตอบมาที่ผมถามไปครั้งนั้นประธานไม่ได้บรรจุร่างแก้ไขเพิ่มเติมเข้าสู่วาระ แต่ครั้งนี้บรรจุ แล้วก่อให้เกิดความขัดแย้งความเห็นไม่ตรงกัน จึงเปึนที่ไปที่มาของการเสนอญัตติวันนี้ โดยสรุปความครับท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าเรามีความตั้งใจครับ อยากจะให้มีการทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และให้มันเกิดเปึนรูปธรรมให้เกิดสำเร็จให้ได้ อย่างน้อยที่สุดเราก็มี นโยบายร่วมกันมาว่าอยากจะเห็นการมี สสร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็กราบเรียน ด้วยความเคารพครับท่านประธาน โดยสรุปครับ ขอบพระคุณครับ