ชลนาน ศรีแก้ว อภิปรายญัตติเรื่องอำนาจรัฐสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยยืนยันการสนับสนุนและเสนอแนวทางแก้ไขว่าหากใช้วิธีเดิมตามมาตรา 256 จะถูกตีความจากศาลจนไม่สามารถผ่านวาระที่สามได้ จึงเสนอให้สภาต้องแสวงหาความเห็นร่วมหรือใช้กลไกอื่น เช่น การส่งคำวินิจฉัยไปยังศาล เพื่อขอความเห็นชอบในการแก้ไขเพิ่มเติมโดยไม่ทำประชามติก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการสูญเสียสมาชิกภาพ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตติ ที่เพื่อนสมาชิกเสนอทั้ง ๒ ญัตตินะครับ ให้วินิจฉัยเรื่องหน้าที่และอำนาจของรัฐสภาเรา ว่ามีหน้าที่และอำนาจในการที่จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่เพิ่มหมวดการจัดทำ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ ท่านประธานครับ ผมเองสนับสนุนญัตตินี้ขอให้สภามีมติส่งไป ที่ศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลสำคัญอยู่หลายประการครับ ท่านประธานครับ
ประการแรกสุดที่เปึนเหตุผลสำคัญที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในรัฐสภาแห่งนี้ ถ้าเรามีความประสงค์ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สำเร็จ วิธีการนี้คือวิธีการที่จะเข้าสู่เปัาหมาย เพราะอะไรครับ สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภา สมัยประชุมที่ ๒๕ สมัยที่ ๒๕ ที่ผ่านมา เราเคยมีความพยายามมากในการจะแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วนะครับ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มหมวด ๑๕/๑ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ผ่านวาระที่สองจนถึงวาระที่สาม นั่นเราก็ทำมาแล้วสุดท้าย ก็ถูกตีความตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญของเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้นะครับ โหวตคว่ำ ในวาระที่สามไป อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีต เราพยายามมาตลอด ยื่นเปึนรายมาตราเราก็ทำ แต่ไม่เคยผ่านครับ มีผ่านอยู่กรณีเดียวเรื่องบัตรเลือกตั้ง นอกนั้นไม่เคยผ่านครับท่านประธาน เราต้องยอมรับครับว่าระบบรัฐสภาเราเปึนระบบเสียงข้างมากเราเคารพเสียงข้างมากครับ เราเปึนเสียงข้างน้อยเราเองก็มีสิทธิที่จะตรวจสอบทักท้วงครับ เสียงข้างมากเปึนไปอย่างไร เราต้องเคารพครับ เช่นกันในสมัยนี้เสียงข้างมากจะมีข้อวินิจฉัย มีดุลยพินิจอย่างไรเราก็ต้องเคารพ ซึ่งเหตุการณ์ต่างจากสมัยที่ ๒๕ แน่นอน ท่านประธานครับ เมื่อเราต้องการทำให้สำเร็จ ถ้าเรายังไม่ดำเนินการให้ทุกฝ์ายได้มีความเห็นร่วมที่ตรงกันตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ไม่มีทางแก้รัฐธรรมนูญได้ครับ เพราะกลไกที่เขียนในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เปึนกลไกที่ทำให้แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้เลย อย่าว่าแต่ทำฉบับใหม่แก้ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้น ความจำเปึนอย่างยิ่งที่เราต้องหาสิ่งที่ทุกคนมีความเห็นร่วมกันต้องดำเนินการโดยเฉพาะ เรื่องของข้อกฎหมาย ข้อกังวลของเพื่อนสมาชิกที่เขามีความเห็นไปอีกมุมหนึ่ง โดยเฉพาะ การใช้หน้าที่และอำนาจของเราเองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่ทำประชามติก่อนตามคำวินิจฉัย รัฐธรรมนูญที่เขาตีความอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอันนี้เปึนเหตุผลแรกเลยครับ ถ้าเราต้องการ ที่จะต้องทำให้สำเร็จเราต้องส่งให้ศาลวินิจฉัย ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านเปึนห่วงกังวล ว่าศาลจะไม่รับหรือรับ ไม่รับ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมถามท่านประธานว่าขณะนี้ มันมีปัญหาไหม มันมีปัญหาในหน้าที่และอำนาจของเราหรือไม่ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพิ่มเติม ต้องตอบว่ามีครับ สมาชิกเมื่อสักครู่ก็พูดว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการทำ ๒ ครั้ง เขาเห็นด้วย ต้องทำ ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นเขาเลยบอกว่าไม่มีหน้าที่และอำนาจ ถ้าไม่ทำถ้าไม่ทำประชามติมาก่อน แต่ผมเองพรรคเพื่อไทยที่ยื่นญัตติที่นำโดยท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ นี่นะครับ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เพิ่มเติมหมวด ๑๕/๑ เราเห็นว่าเรามีหน้าที่และอำนาจครับ และสามารถทำประชามติแค่ ๒ ครั้งตามเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ที่เห็นเหมือนเรา แต่มีเพื่อนสมาชิก ส่วนหนึ่งเขาไม่เห็นอย่างนั้น นี่ปัญหาเกิดขึ้นครับ ถ้าปัญหาเกิดขึ้นอย่างนี้ต่อให้สมัยประชุมนี้ หรือสมัยประชุมต่อไป หรือสภาชุดนี้นะครับ ชุดที่ ๒๖ ไปถึงป้ ๒๕๗๐ ก็แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ ท่านประธานครับ ไม่มีทางครับ แล้วเราจะดำเนินการไปทำไม ถ้าพรรคเพื่อไทยเอง ถ้าผมเอง ไม่เห็น แต่โอกาสความสำเร็จ ไม่หาความร่วมมือแล้ว เราเข้าสู่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมตกครับ ตั้งแต่วาระแรกครับ ยื่นใหม่ก็ตกใหม่ ยื่นใหม่ก็ตกใหม่ เพราะเจตจำนง ของเพื่อนสมาชิกส่วนหนึ่งเขาไม่ต้องการแก้ ถ้าเขายังไม่มีความมั่นใจว่าสถานะ สภาพเขา ขณะนี้เขาเปึนสมาชิกอยู่ครับ ถ้าเกิดเขายื่นแก้ เขาถูกฟัองแล้วสมาชิกภาพเขาสิ้นสุดไป ใครรับผิดชอบ ท่านประธานครับ เราต้องมาแสวงหาความร่วมมือร่วมกัน ท่านประธานครับ เราเองต้องเคารพความเชื่อของสมาชิกแห่งนี้ที่เขามีความเห็นต่างเรา เราประณามเขาไม่ได้ครับ และวิธีการพิจารณาคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเองมันเปึนสิ่งที่ทุกคนก็มีสิทธิที่จะตีความ เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเองเปึนลายลักษณ์อักษรที่เขียนทำให้คนที่มีลักษณะ ต้องการตีความที่จะปกปัองศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความไปอย่างนั้นจริง ๆ ผมไม่เถียงเขาเลย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ศาลรัฐธรรมนูญเขียนว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ด้วยวิธีการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวด ๑๕/๑ ว่าด้วยการจัดรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ สังเกตครับ เขียนอย่างนี้ทำให้เข้าใจได้ว่าการเริ่มแก้รัฐธรรมนูญ เติมหมวด ๑๕/๑ เปึนการเริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นคำว่าก่อนทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เลยบอก ก่อนยื่นร่างแก้ไข แต่ผมเองไม่ได้ตีความอย่างนั้นครับ เพราะอะไรครับ เพราะผมเปึนสมาชิก รัฐสภา ผมไม่ได้ตีความส่วนบุคคล ผมเอาคำของท่านประธานวันนอร์มาใช้เลยครับ ผมเปึน สมาชิกรัฐสภา ผมตีความว่าหากรัฐสภาต้องการครับ มันจึงเปึนจุดเริ่มที่จะทำรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ อะไรคือรัฐสภาต้องการ ก็คือการที่สภามีมติให้แก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่สามนั่นละครับ นั่นคือรัฐสภาต้องการ ครบองค์ประกอบ เริ่มนับหนึ่งใหม่ได้เลย และที่สำคัญครับ การแก้ไข รัฐธรรมนูญเองต้องทำประชามติอยู่แล้วตาม (๘) ครับ ตาม (๘) มันก็เลยเปึนเหตุให้ สามารถถามประชามติ ๒ คำถามไปพร้อมกันได้เลย เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม เห็นด้วย กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่เราเห็น แต่เราจะเอา ความเห็นของเราเองบอกว่าตรงนี้ถูกมันไม่ได้ครับท่านประธาน เมื่อมีความเห็นต่าง คนที่มี อำนาจตัดสินความเห็นต่างตรงนี้ต้องทำหน้าที่ครับ จริง ๆ เราไม่อยากให้เขาทำหรอกครับ แต่มันจำเปึนเพื่อจะได้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เราต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐสภาเราพยายามทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เราเองมุ่งหวังจะให้ได้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จริง ๆ เราเองกลับถูกกล่าวหาจากเพื่อนสมาชิกว่ายื้อ เตะถ่วง ไม่ต้องการแก้จริง ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าถ้าเราดื้อ ส่งร่างรัฐธรรมนูญสู่การพิจารณาในวาระที่หนึ่งตกด้วยเสียงสมาชิกแค่ ๖๗ เสียงก็ไม่ได้แล้ว ตกครับ ท่านต้องรอยืนใหม่ในสมัยประชุมต่อไป กับการที่เราทำโดยละมุนละม่อม ให้ศาล เขาวินิจฉัย ถ้าผลการวินิจฉัยเปึนประโยชน์ครับ เราก็เริ่มทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จบในป้ได้ อะไรจะเสียเวลากว่ากัน อะไรจะยื้อกว่ากันครับ การที่ยื่นแล้วใช้สภาแห่งนี้มาพูดบอกว่า เพื่อประชาชน เพื่อประชาชน เพื่อประชาชน ได้ครับ ได้กระแส ได้คะแนนครับ แต่ไม่ได้ รัฐธรรมนูญครับ เราจะเอาอะไรครับท่านประธานครับ ความเห็นผม ถ้าเราต้องการรัฐธรรมนูญ เราต้องเอารัฐธรรมนูญครับ ผมยอมรับครับว่าการเมืองยุคนี้เปึนการเมืองกระแสครับ แต่การสร้างกระแสที่ไม่จริงมันเปึนการทำร้ายพี่น้องประชาชนโดยที่เขาไม่รู้ตัวครับ ทางเศรษฐศาสตร์บอกทฤษฎีต้มกบครับ แต่ทางการเมือง ทางรัฐธรรมนูญนี่ผมไม่รู้ว่า ต้มอะไรนะครับ แต่ต้มประชาชนแน่นอน ท่านประธานที่เคารพ นี่คือสิ่งที่เราจำเปึนที่เราจะต้องช่วยกันหาความร่วมมือเพราะมาตรา ๒๕๖ เขาบอกว่าถ้าทุกฝ์ายเห็นชอบจึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ขอร้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ เราลดทิฐิครับเราหันหน้าเข้าหากันมาช่วยกันส่งให้ศาลไป แม้ศาลจะรับ หรือไม่รับอย่างไรเราก็มีข้อวินิจฉัยของสมาชิกเราที่จะมีส่วนร่วมในการแก้รัฐธรรมนูญ ลดข้อกังวล ลดความเดือดร้อนของเพื่อนสมาชิกที่เขาเปึนกังวลในการทำหน้าที่ สภาแห่งนี้ทุกคนมาจาก ประชาชนครับ แต่ทำอย่างไรคำว่าประชาชนตรงนี้มันจะเปึนประชาชนที่แท้จริง กราบเรียน ประธานด้วยความเคารพ ผมเห็นด้วยกับการที่พวกเราจะลงมติส่งให้ศาลวินิจฉัยเรื่องหน้าที่ และอำนาจของรัฐสภาของเราในเรื่องนี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ