อัครเดช วงษพิทักษ์โรจน์ อภิปรายเรื่องญัตติส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยยืนยันจุดยืนพรรคไม่ต้องการแตะหมวด 1-2 และสนับสนุนการทำประชามติก่อนตามคำวินิจฉัยเดิม แม้จะกังวลเรื่องงบประมาณและเวลา แต่เห็นว่าต้องทำเพื่อลดข้อสงสัยทางกฎหมาย
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ได้อภิปรายในประเด็นการยื่นญัตติขอให้ทางรัฐสภาเราได้มีมติในการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยในการพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานรัฐสภาเองวันนี้ได้มีการนัดประชุม ให้ทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้มาหารือกันในประเด็นนี้ ก็อยากจะเรียน กับท่านประธานว่าในประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นในส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติเอง เรามีจุดยืนที่ชัดเจนครับว่าเราไม่ต้องการให้แตะหมวด ๑ แล้วก็หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ แล้วก็ที่สำคัญก็คือในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติ เรามีจุดยืนที่ชัดเจนที่ไม่ต้องการให้มีการแก้ไข ทีนี้ถ้ามีการตั้ง สสร. ขึ้นมา หรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ขึ้นมาอย่างที่ท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ได้อภิปรายไปก็ไม่มีหลักประกันอะไรว่าจะไม่มีการ ไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ อันนี้ก็เปึนประเด็นที่ยังสงสัยอยู่ว่าถ้ามีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยการ ตั้ง สสร. นั้นเราจะดำเนินการในรูปแบบไหนอันนี้คือข้อห่วงใยนะครับ ในส่วนของที่เราสนับสนุน ให้มีการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในการแก้รัฐธรรมนูญนั้นว่าจะต้องมีการทำประชามติ กี่ครั้งนะครับ เดิมทีผมเองเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสมัยที่แล้วได้มีการยื่น ให้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการตีความโดยสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งมีความเห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในการเพิ่มหมวด ๑๕/๑ มันไม่ใช่เปึนการแก้รัฐธรรมนูญ เปึนการร่างหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อันนี้เปึนปัญหาที่จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับว่าสภาสามารถดำเนินการได้ไหม เพราะว่าในกฎหมาย มาตรา ๒๕๖ (๘) ก่อนที่จะมีการทูลเกล้าฯ ถ้ามีการแก้ไขในหมวด ๑ หมวด ๒ หรือเกี่ยวกับหมวด ๑๕ ก็จะต้องมีการทำประชามติก่อนที่จะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ ตามมาตรา ๒๕๖ (๗) แต่ว่าตรงนี้สมาชิกวุฒิสภาท่านนั้นได้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ได้วินิจฉัยว่าการที่ไปเพิ่มหมวด ๑๕/๑ นี้ไม่ใช่เปึนการแก้รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๕๖ แต่เปึนการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องไปถามพี่น้องประชาชนก่อนโดยการทำประชามติ ซึ่งเปึนเจ้าของอำนาจในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้หรือไม่ อันนี้จึงเปึนที่มาว่าในรัฐสภา สมัยนั้นไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ทันเพราะว่าต้องทำประชามติครับ กลับมาครั้งนี้ก็มี เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านมีการยื่นในการที่จะตั้ง สสร. ก็อยากจะให้มันเร็ว แล้วก็มีความหวังดีว่าอยากจะให้ประหยัดงบประมาณเพราะว่าการทำประชามติครั้งหนึ่งก็ใช้ งบประมาณถึง ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็มีความเปึนห่วงก็อยากจะลดขั้นตอนไม่ต้องทำตามคำสั่ง ศาลรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะไปตีความที่มันแตกต่างออกไปนะครับ ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้ว ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วเราเองไม่จำเปึนเลยครับที่จะต้องไปส่ง ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะว่าศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยมาอยู่แล้วว่าก่อนที่จะดำเนินการ แก้ไขเพิ่มหมวด ๑๕/๑ ต้องถามพี่น้องประชาชนก่อน คือทำประชามติก่อน นี่คือรอบที่ ๑ เมื่อมีการผ่านแล้วเรารับหลักการ ถ้ามีการแก้ไขมาตรา ๒๕๖ เราก็ต้องไปดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เมื่อมีการแก้ไขเพิ่มหมวด ๑๕/๑ เราก็ต้องไปดำเนินการ ทำประชามติอีกครั้งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) นี่ก็ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ ก็คือ เมื่อ สสร. ยกร่างเสร็จก็ต้องถามว่าเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไหม ตามที่เราได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ มา ๒ ครั้ง ก็คือป้ ๒๕๕๐ กับป้ ๒๕๖๐ นะครับ ก็ทำเปึน ๓ ครั้ง จริง ๆ เราเองก็เห็นด้วย การกับการที่จะต้องทำประชามติถึง ๓ ครั้ง เพราะว่าครั้งแรกทำตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๒ และครั้งที่ ๓ นั้นทำตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ ทีนี้เมื่อสมาชิกมีความเปึนห่วงเรื่องเวลา มีความเปึนห่วงเรื่องงบประมาณก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าสามารถที่จะทำได้เลยไหม ก็เลยบรรจุ เข้ามา จริง ๆ เพื่อนสมาชิกหลายท่านเมื่อการบรรจุวาระงวดนี้แล้วมีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน เรียนท่านประธานเลยครับไม่กล้าเข้าประชุมนะครับ บางท่านไม่กล้าแม้กระทั่งลงชื่อมาประชุม บางท่านลงชื่อมาประชุมก็ไม่กล้าแสดงตนด้วยซ้ำ เพราะกลัวโดนไปยื่นร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญว่า ทำขัดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ เพราะศาลรัฐธรรมนูญมีวินิจฉัยแล้วต้องผูกพันทุกองค์กร แต่วันนี้ท่านประธานเอาญัตตินี้มาให้สมาชิกได้พิจารณาเพื่อส่งให้ศาลได้วินิจฉัยเพื่อให้สิ้น กระแสความ เพื่อให้สิ้นข้อสงสัยก็เปึนการดีครับไม่ติดขัดอะไร แต่จริง ๆ แล้วผมเอง ก็อยากจะเรียนกับท่านประธานด้วยความเห็นของผมโดยสุจริตเราต้องทำประชามติก่อนตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อประชามติผ่านแล้วค่อยมาเข้ากระบวนการในการแก้ไข หมวด ๑๕/๑ โดยการตั้ง สสร. อันนี้ก็คือความเห็นของเรา แต่ไม่เปึนไรครับถ้าเพื่อนสมาชิก มีความเห็นว่าควรจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อให้สิ้นข้อสงสัย ทางพรรครวมไทยสร้างชาติ เราก็ไม่ได้ติดใจอะไร เราก็ได้มีมติที่จะเห็นชอบในญัตตินี้ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า ก่อนที่จะมีการแก้ไขดังกล่าวนั้นต้องไปทำประชามติหรือไม่ อย่างไร แล้วทำได้หรือเปล่า ก็ขออนุญาตได้อภิปรายให้เพื่อนสมาชิกและท่านประธานรัฐสภาได้รับทราบในเหตุผลครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ