นพดล ปทมะ อภิปรายสนับสนุนญัตติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพื่อสร้างความชัดเจนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้แจงเจตนาบริสุทธิ์ของสมาชิกพรรคเพื่อไทยในการยื่นญัตติ และโต้แย้งข้อกล่าวหาว่าเป็นสภาโจ๊ก พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นที่ต้องทำประชามติ 2 ครั้งเพื่อประหยัดงบประมาณและยอมรับข้อจำกัดทางการเมืองในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นพดล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ผมขอลุกขึ้นอภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้พิจารณา ซึ่งคำตอบจะนำไปสู่การที่จะได้คำตอบว่าเราจะทำประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้ง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไรรัฐสภา ของเราที่เราสงสัยแม้กระทั่งประเด็นอำนาจว่าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญไปอย่างไรนะครับ ท่านประธานครับ ถ้าประเทศอังกฤษซึ่งใช้หลัก Supremacy Of Parliament ความสูงสุด ของรัฐสภาทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น เพราะว่าประเด็นทางรัฐธรรมนูญสามารถที่จะแก้ไขและยุติ ที่รัฐสภา แต่บังเอิญในเมื่อความเปึนจริงบ้านเราให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยซึ่งมีผลผูกพัน ฝ์ายบริหาร ฝ์ายตุลาการและฝ์ายนิติบัญญัติ จึงจำเปึนที่จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเรื่องนี้เราเคยมีการตีความบทบัญญัติของมาตรา ๒๕๖ ในอดีต หลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ แล้ววันนี้เราก็ยังไม่ชัดเจนในแง่เนื้อหา ของคำวินิจฉัย ถ้าจะพูดก็คือเรา Doubt หรือสงสัยเปึน Double Doubt สงสัยทั้งคำวินิจฉัย ของมาตรา ๒๕๖ สงสัยทั้งเนื้อหาของคำวินิจฉัย ภาษานักกฎหมายเขาบอกว่าเมื่อคุณสงสัย When in Doubt โปรดอย่าเดา ก็คือเราจำเปึนจะต้องหาความชัดเจนในเรื่องนี้ให้ได้ อย่าเดา ท่านประธานที่เคารพ มันมีประเด็นอย่างนี้ครับว่ามีสมาชิกหลายท่านซึ่งน่าเสียดายผมนั่งฟังอยู่ ได้อภิปรายในทำนองว่าการยื่นญัตติในวันนี้ของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทำไปเพื่อที่จะเหนี่ยวรั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มันล่าช้าไป ซึ่งผมขอปฏิเสธโดยสิ้นเชิงครับ ผมคงไม่สามารถไปชี้แจงแทนท่าน สว. หรือท่านนักการเมืองพรรคอื่น แต่ผมก็ไม่สงสัย ในเจตนาของท่านครับ ผมคิดว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่ยื่นญัตติในวันนี้รวมทั้งตัวกระผมด้วย กระทำโดยบริสุทธิ์ใจ กระทำโดยสุจริต มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เราไม่ได้กังขาครับ เราไม่ได้มีการเหนี่ยวรั้ง เพราะฉะนั้นการกล่าวอ้างในลักษณะเปึนสภาโจ๊กหรือสภาข้าวต้มก็แล้วแต่ ผมคิดว่าไม่เปึนธรรม กับสมาชิกพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่มีการหยิบยกกันในเรื่องนี้ก็คือว่า เราต้องสร้างความชัดเจนแล้วต้องทำประชามติหรือไม่ ถ้าสมมุติว่าเราสามารถที่จะสร้าง ความชัดเจนในเรื่องนี้ได้เราก็สามารถที่จะประหยัดงบประมาณได้ ถ้าทำ ๒ ครั้งก็ประหยัด งบประมาณได้ประมาณ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันผมคิดว่ามันมีเหตุมีผล ในการที่จะได้รับความรอบคอบในเรื่องนี้ แล้วนอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพก็คงทราบว่า การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ประสบความสำเร็จ แม้ท่านมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดียว ถึง ๔๙๙ เสียงก็ตาม ท่านก็ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะว่าในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญปัจจุบันเขาบังคับว่าจะต้องมีเสียง สว. ในวาระรับหลักการ ๑ ใน ๓ หรือประมาณ ๖๗ คน ซึ่งเรื่องนี้ก็เปึนเรื่องที่จะต้องมีการโน้มน้าวให้ทาง สว. และสมาชิกรัฐสภาเหล่านั้น ให้เห็นด้วยกับแนวคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังมีสมาชิกบางท่านอภิปราย ในทำนองครับว่าพรรคเพื่อไทยมีปัญหาว่าไม่เอาจริงในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะให้การกระทำมันเปึนพยานในตัวของมันเองครับท่านประธาน เราเคยเสนอแก้ไข มาตราหลายมาตรา รวมทั้งการแก้ไขเขตเลือกตั้ง การแก้ไขรายมาตรา การยื่นแก้ไข สสร. ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาไม่ขาดสายเปึนเวลานมนานแล้ว เพราะฉะนั้นการกระทำคงจะแน่นแฟัน เปึนอย่างยิ่งว่าเรารักษาคำสัญญาในการหาเสียง ผมจึงอยากจะขอแก้ประเด็นนี้ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ต้องการสร้างรัฐสภาเปึนโรงลิเกหรือเปึนสภาโจ๊ก เรามีความมุ่งมั่นจริง ๆ ทีนี้มาประเด็น อย่างนี้ครับท่านประธาน เราต้องยอมรับว่าถ้าเราติดตามข่าวสารเราจะรู้ว่ามีสมาชิกรัฐสภา หลายท่าน ไม่ว่าเปึน สส. หรือ สว. บางพรรคการเมืองค่อนข้างกังวลว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรม ในการพิจารณาญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มี สสร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ความกังวล เหล่านั้นมันเปึนเอกสิทธิ์ หรือมันเปึนสิทธิส่วนบุคคลของเขาที่เขามีความกังวลเช่นนั้น ท่านไม่สามารถที่จะถ่ายโอนความเห็นของท่านไปยังบุคคลเหล่านั้นได้ เราต้องเคารพความเห็น ของเขา แล้วถ้าเราไม่ได้รับเสียงถึง ๖๗ เสียงจากสมาชิกวุฒิสภาเราก็ไม่สามารถผลักดัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ครับ มันเปึนอย่างนั้นเลยครับ ผมเห็นด้วยกับแนวคิดที่เอามาจากคลังแสงของท่านสุทินนะครับ ท่านเห็นว่าในโลกของ อุดมการณ์หรือในโลกของปฏิบัตินิยมนี่มันแตกต่างกัน ผมคิดว่ามันมีส่วนหนึ่งที่นักการเมือง เราต้องการอยู่ในโลกของความเปึนจริงแล้วก็แก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของความเปึนจริงครับ เรารู้ข้อจำกัดของการที่จะได้ ๖๗ เสียงจาก สว. แล้วเราก็รู้วิธีการที่จะคลายความกังวลเพื่อให้เขา ได้เทคะแนนเสียงมาให้เพื่อที่เพิ่มโอกาสในการที่เราจะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ผ่าน รัฐสภาไปได้ ไม่มีหลักประกันครับท่านประธานที่เคารพครับว่าจะสำเร็จ แต่อย่างน้อยการลด อุปสรรคที่ให้เขามั่นใจมากขึ้นก็น่าจะช่วยให้เราได้สามารถที่จะเพิ่มโอกาสในการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญได้สำเร็จมากขึ้นนะครับ กล่าวโดยสรุปผมคิดว่าพรรคเพื่อไทยมีความจริงใจมุ่งมั่น บางทีคนขับรถมันใช้ Slow But Sure ก็คือว่าช้าแต่ชัวร์ดีกว่ามัวซัวแล้วเหยียบมิดนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนั้นเปึนเรื่องที่คาดการณ์ไม่ได้ว่าจะประสบความสำเร็จอย่างที่ท่านสมาชิก พรรคเพื่อไทยหลายท่านได้อภิปรายไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียน ประเด็นที่สำคัญที่ผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือญัตติในวันนี้มันเปึนต้นไม้ต้นหนึ่ง ในป์าใหญ่ ๆ ผมอยากจะชวนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกรัฐสภาได้มองป์าทั้งป์าดูครับว่า เรามีอุปสรรคอะไรบ้างที่จะไปสู่สนามสีเขียวของประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ในอนาคต ผมคิดว่า เราต้องเผชิญอยู่ ๒ เนินเขา แล้วก็ ๒ ยอดเขากว่าจะไปเจอสนามประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ พี่น้องมีความสุข มีแมกไม้นานาพันธุ์ ท่านประธานที่เคารพครับ เนินเขาเนินแรกก็คือวันนี้ละครับ เราจะต้องมีเสียงอย่างน้อย ๓๕๐ เสียงสนับสนุนญัตติ ให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ตีความตามที่เนื้อหาในญัตติ เนินที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรายัง จะต้องรอคำวินิจฉัยครับว่าศาลรัฐธรรมนูญท่านจะรับวินิจฉัยหรือไม่นะครับ ผมก็เชื่อมั่น ในรองศาสตราจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล นะครับ เพราะท่านก็อภิปรายในพรรคว่ามันมีความเห็น ไม่ตรงกัน หรือประเด็นเรื่องอำนาจหน้าที่ขององค์กรซึ่งน่าจะสามารถที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับแล้วก็มีคำวินิจฉัยให้ชัดเจนว่าจะทำประชามติ ๒ หรือ ๓ ครั้ง หลังจากเราข้ามเนิน ๒ เนินแล้วเรามีภูเขาอยู่ ๒ ลูก ท่านประธานที่เคารพครับ ลูกแรกก็คือ การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ไปตั้ง สสร. แล้วก็ได้ประชามติยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านประชามติ ซึ่งนั่นก็เปึนความท้าทายที่ค่อนข้างเยอะ ส่วนยอดเขาสุดท้ายที่ผมคิดว่า ยังมีความกังวลอยู่ก็คือเรื่องของการที่จะมี สสร. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแล้วก็นำไปสู่ การทำประชามติแล้วผ่านนะครับ เข้าใจว่าล่าสุดนั้นกฎหมายประชามติที่จะผ่านสภาก็คือ เราใช้เสียงข้างมากไม่ใช่ Double Majority นะครับ ใช้เสียงข้างมากข้างเดียวเพราะเราสภา ยืนยันไป ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหลายทั้งปวงผมก็ยังอยากกราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายว่าแม้เราจะผ่าน ๒ เนินแล้ว ๒ ยอดเขา ประชาธิปไตย ก็เปึนสิ่งซึ่งเราต้องเดินหน้าต่อเพื่อแสวงหาครับ มันไม่ได้มาโดยอัตโนมัติ ที่ผมพูดเช่นนั้น เพราะอะไรครับ เรายังต้องเผชิญความท้าทายของการใช้และการตีความรัฐธรรมนูญต่อไปอีก ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้นครับ ผมคิดว่าไม่ว่าเราจะมีรัฐธรรมนูญดีเพียงใด คนใช้และคนตีความ จะต้องวินิจฉัยให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรมและหลักกฎหมายด้วย ผมขออนุญาตแลกเปลี่ยน กับท่านประธานในขณะที่เปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศครับ ได้ไปลงนาม ในคำแถลงการณ์ร่วมซึ่งท่านก็คงเข้าใจดี Joint communique กรมสนธิสัญญาและ กฎหมายบอกว่าไม่ใช่หนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตเพราะมันเปึนกลไก ในการเจรจา กรมสนธิสัญญาและกฎหมายเปึนที่ปรึกษากฎหมายของรัฐที่รู้เรื่องกฎหมาย ระหว่างประเทศดีที่สุดในแผ่นดินนี้นะครับ เห็นว่าไม่ใช่หนังสือสัญญา แต่ท้ายที่สุดมีคน ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๖ หรือ ๘ นี่ผมจำไม่ได้ น่าจะ ๘ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ในขณะที่ผมอยู่แคนาดา บทบัญญัติตอนหนึ่งที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยนกับท่านประธาน ก็คือว่าศาลบอกว่าแม้ต้องเปลี่ยนแปลงอาณาเขตถึงจะเข้าสู่สภาเพื่อขอความเห็นชอบ ศาลท่านวินิจฉัยว่า แม้คำแถลงการณ์ร่วมไม่มีบทบัญญัติเปลี่ยนแปลงอาณาเขต แต่อาจมี บทบัญญัติเปลี่ยนแปลงอาณาเขต ขีดเส้นใต้คำว่า อาจ ๕๐๐ เส้นครับท่านประธาน เรื่องนี้ เปึนเรื่องที่น่าพิจารณาครับ ผมเอามาอภิปรายในสภานี้โดยความเคารพศาลรัฐธรรมนูญ และเคารพในคำวินิจฉัยของท่าน แต่กรณีนี้เปึนกรณีศึกษาว่าการใช้และการตีความ รัฐธรรมนูญนี้จะต้องบนพื้นฐานของความชัดเจนในหลักนิติธรรมมี Predictibility และ Certainty คือมีความคาดการณ์ได้และความแน่นอนชัดเจน เพราะว่ากฎหมายท้ายที่สุด มันเปึนบรรทัดฐานให้คนปฏิบัติตาม เขาก็ต้องตีความในลักษณะที่เขาเข้าใจ อีกกรณีหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาท่านประธานบอกว่ารัฐมนตรีต้องไม่เปึนลูกจ้างหรือรวมทั้ง ตัวนายกรัฐมนตรี คนทั่วไปก็เข้าใจว่าเปึนลูกจ้างประเภทที่นายจ้างสั่งให้ไปทำโน่นทำนี่ได้ เปึนลูกจ้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเปึนลูกจ้างตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน แต่ท่านประธานคงจำได้ว่าความเปึนนายกรัฐมนตรีของ ฯพณฯ ท่านนายก สมัคร สุนทรเวช ซึ่งผมโชคดีที่มีโอกาสได้ทำงานร่วมกับคณะรัฐมนตรีของท่าน สถานะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง เพราะว่าไปทำกับข้าวรายการชิมไปบ่นไม่ได้มีปัญหาเรื่องใส่ซอสมะเขือเทศน้อยไปหรืออะไร แต่มีประเด็นว่าเปึนลูกจ้าง หนึ่งในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าการจะตีความคำว่า ลูกจ้างนั้นจะใช้หลักการของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่พอเพียง จะใช้หลักการ ของกฎหมายคุ้มครองแรงงานก็ไม่พอจะต้องไปดูพจนานุกรมตีความคำว่า ลูกจ้าง ซึ่งรวมถึง คนที่รับทำงานแล้วมีสินจ้างซึ่งมันกว้างมากครับท่านประธานที่เคารพ อันนี้ก็เปึนตัวอย่างหนึ่ง ของหลักกฎหมายที่บอกว่าการตีความกฎหมายที่จำกัดสิทธิกฎหมายที่เปึนข้อยกเว้น ต้องตีความโดยเคร่งครัด ตีความอย่างจำกัดขอบเขตนี่ยังเปึนจริงเสมอครับ หลักนิติธรรม แม้มีรัฐธรรมนูญที่ดีเพียงใดก็ตามหลักนิติธรรมจะต้องถูกปฏิบัติตาม อันนี้ผมก็ฝาก ศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตด้วย ท่านมีหน้าที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญและวินิจฉัยเนื้อหา ของรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับหลักนิติธรรม ท้ายที่สุดท่านประธานครับผมก็ไม่ได้อยู่ในสภา หลายป้ แต่ก็อายุมากพอสมควรแล้ว ผมอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกคนหนุ่มสาว ทั้งหลายหรือคนที่มีพลังทั้งหลายผมเคารพในความเห็นของท่าน เราไม่ได้เรียกท่านเปึนน้อง หรือเราเคารพความเห็นของท่านครับ หลายคนมีความรู้ความสามารถเราก็รับฟังครับ แต่การเมืองของเราพักหลังมันเปึนการเมืองของการกล่าวหาเสียเยอะท่านประธาน การเมืองที่กล่าวหากันเสียเยอะเปึนการเมืองที่เขาเรียกว่าการเมืองที่ Confrontation การเมืองที่เผชิญหน้ามากกว่า Collaboration หรือการเมืองความร่วมมือ เปึนการเมือง ที่เผชิญหน้ามากกว่าการเมืองแห่งการเผชิญปัญหาอย่างมีวุฒิภาวะ ซึ่งเรื่องนี้ผมอยากจะเชื้อเชิญ นักการเมืองทุกพรรค ทุกสี ทุกเหล่า รวมทั้งวุฒิสมาชิก สว. ด้วยครับ ว่าประชาธิปไตย ในบ้านเราถ้าเรายังเล่นการเมืองในลักษณะที่กล่าวหากัน แล้วก็นักการเมืองในลักษณะที่ไม่มี ความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน ผมคิดว่าเราแก้ลำบากครับ เรายังมีความท้าทายอยู่มาก ในการที่จะผลักดันเรื่องนี้เพื่อสร้างประชาธิปไตยที่มั่นคงที่ยั่งยืนที่แข็งแรง ผมอยากเชื้อเชิญ ผมคิดว่าวาระแห่งชาติไม่พอ ต้องเปึนฉันทานุมัติใหม่ของประเทศไทยครับ เปลี่ยนการด่าทอ มาเปึนการถักทอความรักความเข้าใจระหว่างกันเพื่อนำประเทศไปข้างหน้าครับ พวกผมที่มี ประสบการณ์อยู่บ้างเราก็จะร่วมมือในส่วนที่เราทำได้แล้วก็อยากจะเชิญท่านสมาชิกรัฐสภา ได้โหวตเห็นด้วยกับญัตติที่ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมทั้งท่าน สว. หมอเปรมศักดิ์ ได้เสนอในวันนี้เพื่อให้ศาลได้พิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน