รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

วรายุทธ ทองสุข เสนอแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแนะนำให้ดำเนินการประชามติ 2 ครั้ง เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยไม่ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด เนื่องจากมีความกังวลว่าการยื่นนี้จะเป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยมงคลในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

นายวรายุทธ ทองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวรายุทธ ทองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคประชาชนครับ ผมขอเรียนท่านประธานครับว่าเมื่อสัก ๑ เดือนก่อนที่ผ่านมาครับ ผมรู้สึกมีความหวังเปึนอย่างยิ่งที่จะได้เห็นการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ภายใต้รัฐสภาชุดนี้ครับ เพราะทันทีที่ท่านประธานยอมบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ เข้าสู่การพิจารณา ของรัฐสภาก็หมายความว่าเราสามารถประหยัดการทำประชามติที่ไม่จำเปึนไปได้ ๑ ครั้ง ซึ่งนอกจากจะประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทแล้วมันยังเปึนหนทาง ในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ที่เร็วที่สุด แต่จากความหวังก็แปรเปลี่ยนเปึนความผิดหวังครับ เมื่อเกิดเหตุการณ์สภาล่มในระหว่างการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ซึ่งมี เพื่อนสมาชิกให้เหตุผลว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ในครั้งที่ผ่านมา เปึนการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ กระผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับว่าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ หรือการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนผ่านการทำประชามติ เพียง ๒ ครั้ง เปึนการกระทำที่ขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ในเมื่อเราไปดูคำวินิจฉัยส่วนกลางของศาลรัฐธรรมนูญก็ระบุชัดว่ารัฐสภามีอำนาจในการ จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่โดยต้องจัดให้มีการทำประชามติก่อนและหลังการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งนับแล้วก็มีเพียงแค่ ๒ ครั้ง และเมื่อดูคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะพบว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากเห็นว่ารัฐสภาสามารถเดินหน้าจัดทำ รัฐธรรมนูญใหม่ได้ด้วยการทำประชามติแค่ ๒ ครั้ง ซึ่งหมายความว่ารัฐสภาสามารถที่จะ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ได้ทันที โดยไม่ต้องไปทำประชามติก่อนการ พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่งครับ เช่นเดียวกับความเห็นของนักวิชาการ ด้านนิติศาสตร์จำนวน ๒ ท่าน ซึ่งทั้ง ๒ ท่านเปึนบุคคลที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ขอความเห็น ในเรื่องเส้นทางการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไว้ นั่นคือศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมคิด เลิศไพฑูรย์ และศาสตราจารย์ ดอกเตอร์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ครับ จากข้อมูลและหลักฐานข้างต้น ครับท่านประธาน ผมไม่เห็นถึงความจำเปึนใด ๆ ที่เราจะต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามา วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นดังกล่าวครับ ในขณะเดียวกันกระผมมีความกังวลว่าการยื่นญัตติ ในครั้งนี้จะเปึนการทำให้เส้นทางในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องอยู่บนทางสามแพร่ง ซึ่งบ้านผมคนเฒ่าคนแก่เขาถือกันนะครับ ว่าทางสามแพร่งนี่เปึนเส้นทางที่ไม่ค่อยเปึนมงคล เท่าไรครับ เพราะการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดมันมีความเปึนไปได้ของคำวินิจฉัยอยู่อย่างน้อย ๓ แนวทาง เดี๋ยวผมขออนุญาตเล่าให้ฟังครับ

แนวทางแรก คือแนวทางที่ดีที่สุด กล่าวคือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหม่ และระบุชัดให้ทำประชามติ ๒ ครั้ง คือทำประชามติหลังรัฐสภาเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวาระที่สามและทำประชามติหลังมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จเปึนที่เรียบร้อยนะครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแนวทางดังกล่าวก็จะถือว่ารัฐสภาได้ข้อยุติเกี่ยวกับจำนวนครั้ง ของการทำประชามติ และศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียวให้รัฐสภาสามารถดำเนินการพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ได้ในทันทีครับ และมีโอกาสที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ได้ทันในป้ ๒๕๗๐

แนวทางที่ ๒ คือศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยใหม่และระบุชัดให้ทำประชามติ ๓ ครั้ง ได้แก่ การทำประชามติก่อนรัฐสภาเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่งครับ ทำประชามติหลังรัฐสภาเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่สาม และทำประชามติหลัง มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เสร็จครับ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยในแนวทางนี้แปลว่า เส้นทางการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นี่จะต้องเพิ่มการทำประชามติเพิ่มขึ้นมาอีก ๑ ครั้งครับ ดังนั้นรัฐสภายังไม่สามารถพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ได้จนกว่าจะมีการทำ ประชามติก่อนครับ และแนวทางนี้ก็ไม่สามารถที่จะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้เสร็จในป้ ๒๕๗๐ แน่นอนครับ

แนวทางที่ ๓ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเหมือนเดิมครับ แปลว่าเส้นทาง การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต้องอยู่ในภาวะสุญญากาศทางการเมืองครับ ซึ่งทางออกในเรื่องนี้ คือรัฐสภาต้องหาข้อยุติร่วมกันว่าจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ด้วยการทำ ประชามติ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งครับ ผมขอยืนยันครับท่านประธานว่าเพื่อไม่ให้เราต้องเสียเวลา โดยเปล่าประโยชน์เราควรเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ด้วยการทำประชามติ ๒ ครั้ง เพราะหนทางนี้อย่างดีที่สุดก็แค่เสมอตัวครับ คือ ๒ ประชามติตามที่ผมได้นำเรียนมาครับ ขอบคุณครับ