สุทิน คลังแสง อภิปรายสนับสนุนการยื่นคำร้องให้ศาลตีความรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าคำวินิจฉัยของศาลปี 2564 สร้างความไม่ชัดเจนและเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะมีเสียงคัดค้านว่าเป็นการเตะถ่วง แต่เขามองว่าการยื่นตีความเป็นการเปิดทางให้ประชาชนยืนยันอำนาจและผ่านพ้นจุดติดขัดทางการเมือง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่รัฐธรรมนูญจะตกตายโดยไม่มีโอกาสแก้ไขในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติซึ่งจะเสนอให้ศาลพิจารณาตีความ ในวันนี้ แต่ก่อนที่จะพิจารณาด้วยเหตุด้วยผลว่าทำไมผมต้องสนับสนุน ผมต้องขอแสดง ความภูมิใจของตัวผมเองกับเพื่อนสมาชิกบางส่วนที่ยังเห็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู่ ในสภา ทั้ง ๆ ที่จริงน่าจะตกไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๓ วันที่ ๑๔ เดือนที่แล้ว เราภูมิใจที่ทำให้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังมีชีวิตอยู่ แล้วได้มาพูดคุยกันในการที่จะต่อชีวิตแล้วทำให้รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีชีวิตต่อไป แม้บางวิธีการเราจะไม่ภูมิใจและไม่อยากทำ ท่านประธานครับ การยื่น ตีความวันนี้เท่าที่ผมนั่งฟังมานี่ก็ฟังว่าเปึนความหลากหลายทางความคิด บางท่านก็บอกว่า นี่กำลังเปึนการเตะถ่วง แล้วหลายท่านก็อภิปรายเยอะด้วยซ้ำไปว่าเรากำลังจะเป่ดประตู ให้ตุลาการขยายเขตอำนาจมา ทำไมเราต้องไปยอมศาล ทำไมต้องไปยื่นตีความ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าในบรรดาพรรคการเมืองทุกพรรคที่ได้ประกาศนโยบายว่าจะแก้ไข รัฐธรรมนูญเชื่อว่าเดินหน้าจริง เวลาก็พิสูจน์กันมาตั้งแต่สภาสมัยที่แล้ว แล้วก็สมัยนี้ใครทำ อะไรบ้าง แล้วผมก็เชื่อว่าในกลุ่มพรรคที่อยากแก้จริง ๆ วันนี้ได้เห็นข้อสรุปตรงกันว่าปัญหา และกำแพงที่เราเดินข้ามไม่ได้ก็คือคำวินิจฉัยของศาลเมื่อป้ ๒๕๖๔ ที่ได้สร้างความไม่ชัดเจน ตรงนั้นก็เลยเปึนบ่อเกิดแห่งปัญหาทั้งฝ์ายที่อยากแก้และไม่อยากแก้ ฝ์ายอยากแก้ก็คิดว่า จะต้องเดินหน้าเพื่อทลายกำแพงนี้ ฝ์ายไม่อยากแก้ก็อ้างว่าเปึนความคลุมเครือและเปึนข้อ อันตรายด้วยซ้ำไป ท่านประธานครับ การยื่นเสนอตีความวันนี้หลายคนที่บอกว่าเปึนการเตะถ่วง ผมไม่แน่ใจว่า ท่านไปคิดว่ามันจะต้องใช้เวลาตีความนานขนาดไหน ผมยังเชื่อมั่นว่าถ้าเรายื่นส่งศาลวันนี้ ศาลใช้เวลาพิจารณาไม่เกิน ๑ เดือนหรอกครับ กับ ๑ เดือนที่เราคิดว่าวันนี้จะต้องเดินหน้า ผมว่ามันตกสัปดาห์หน้า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ตก แล้วโอกาสจะแก้ไขอีกก็กลับมาเจอวังวนเดิม คำถามเดิม อะไรคือถ่วง ถ้าจะเลือกว่าผมเปึนการเตะถ่วง ผมเลือกเอาเตะถ่วงนอกดีกว่า การส่งรัฐธรรมนูญไปตกตาย ถ้าผมจะถ่วงอีกสัก ๑ เดือนกับการผลักดันให้รัฐธรรมนูญ เดินหน้าไปวันนี้แล้วไปตกตายแล้วถูกตีตกในสัปดาห์หน้า ผมเลือกเอาเตะถ่วง แต่ท่านประธานครับ นี่คือการเปรียบเทียบ ผมไม่มีเจตนา พรรคเพื่อไทยไม่มีเจตนาเตะถ่วง แต่เราเจตนาว่าวันนี้ เราจะต้องผ่าทางตันให้ได้ ผ่าทางตันก็คือคำวินิจฉัยของศาลที่ไม่ชัดเจนนั่นล่ะ คนก็อ้างไป ต่าง ๆ นานา บางคนอยากแก้แต่ไม่กล้าแก้ อันนี้โดยสุจริตใจ กลัวคำพิพากษา กลัวรับโทษ บางคนไม่อยากแก้ก็ถือโอกาสอ้างเลย เพราะฉะนั้นวินิจฉัยชี้ขาดเสียตรงนี้จะได้รู้ใครของจริง ใครของปลอม ใครอยากแก้ ใครไม่อยากแก้ ผมว่าถ้าคำวินิจฉัยของศาลออกมาแล้วจะชัดเจน แล้วเรื่องที่บอกว่าเราจะต้องไปขยาย ยื่นมือไปเชื่ออำนาจศาล ให้ศาลขยายขอบเขตมา เราไปกลัวทำไม เราทำไมไม่ยืนยันความเข้มแข็งของอำนาจประชาชน ท่านคิดแบบนั้นผมก็ เคารพนะ แต่ผมจะแบ่งคนออกวันนี้ในสภา คนหนึ่งอยู่ในโลกของอุดมการณ์กับคนหนึ่งอยู่ใน โลกความเปึนจริง ถ้าโลกในอุดมการณ์นะ ผมกราบเรียนท่านประธานไปหาเพื่อนสมาชิกเลย ผมไม่อยากให้มีแม้แต่ศาลรัฐธรรมนูญเลย ถ้าอุดมการณ์ประชาธิปไตยมันไม่มีหรอก ศาลรัฐธรรมนูญ แต่โลกความเปึนจริงประเทศนี้มันมี มันมี แล้วมีแล้วเราฝ๋นได้ไหม เราก็ฝ๋น ไม่ได้ เมื่อฝ๋นไม่ได้ อยู่ในความเปึนจริงก็ต้องอยู่ไปตาม แล้วโลกในอุดมการณ์ ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลอะไรก็แล้วแต่มันไม่ควรมายุบพรรคหรอก คนที่จะยุบพรรคการเมืองก็คือประชาชนยุบ แต่โลกความเปึนจริงมันยุบมาแล้วกี่พรรค บางพรรคโดนมาแล้วกี่เด้ง กี่ครั้ง ท่านจะอยู่ในโลก อุดมการณ์หรือความเปึนจริง ในโลกอุดมการณ์นายกรัฐมนตรีไม่ควรถูกปลดด้วยข้อหา ทำกับข้าวออกทีวีหรอก แล้วไม่ควรถูกปลดด้วยข้อหาจริยธรรมง่าย ๆ เมื่อป้ที่แล้วหรอก นั่นโลกอุดมการณ์ไม่ควรเกิด นายกเศรษฐา นายกสมัคร ไม่ควรโดน แต่โลกความจริงมันโดนแล้ว และโลกความจริงไม่รู้ใครจะโดนอีกไหมวันข้างหน้า เราจะอยู่กับโลกความจริงหรืออยู่กับโลก อุดมการณ์ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ชัดเจน ถ้าโลกความจริงอำนาจประชาชนเปึนของจริงป์านนี้ มันแก้เสร็จแล้ว แต่พอโลกความเปึนจริงศาลบอกว่าคุณจะต้องไปทำนั่นทำนี่ ทำให้มันเกิด ความเข้าใจคลุมเครือ ต้องทำให้เรามายุ่ง เราจะยอมรับโลกความเปึนจริง เรายอมรับโลก ความเปึนจริงก็เอาเลย ศาลชี้มาให้ชัด ถ้าชัดมาแล้วพวกผมจะได้ไม่ผ้ามัดตาเดินอีก หรือจะเสี่ยง ผ้ามัดตาเดินต่อ ถ้าเสี่ยงผ้ามัดตาเดินต่อแล้วคุณไปตกบ่อตายแล้วคุณจะโทษใคร กลับให้เป่ดตา เดินเลยเสียเวลานิดเดียว เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าการยื่น ให้ศาลพิจารณาตีความวันนี้ ผมว่าใช้เวลาไม่นาน คำวินิจฉัยออกมาเสร็จปัูบ เรามาเดินกัน เป่ดตาเดินทีนี้จะเจออะไรก็มาว่ากัน ผมยังเชื่อว่าวิธีนี้เปึนวิธีการแก้รัฐธรรมนูญที่ถูกต้องที่สุด หลายคนชอบอ้างไอน์สไตน์ (Einstein) มาก คราวก่อนก็อ้าง ซีกโน้นก็อ้าง คนโง่เท่านั้นที่ทำ วิธีการเดิม ๆ แล้วคิดว่ามันจะได้คำตอบใหม่ แต่คุณพูดไม่หมด หรือคุณคิดไม่หมด คุณไป ตีความไอน์สไตน์ (Einstein) ไม่ใช่ ทำไมไม่ถามอย่างนี้ถ้าไอน์สไตน์ (Einstein) ยังมีชีวิตอยู่ ผมจะถามไอน์สไตน์ (Einstein) คืนว่าทำวิธีเดิม ๆ แต่ในบริบทใหม่มันอาจจะได้คำตอบใหม่ ถูกไหมครับ แต่ถ้าทำวิธีเดิม ๆ ในบริบทเดิมแน่นอนครับไอน์สไตน์ (Einstein) พูดถูกครับ แต่ทำวิธีเดิม ในบริบทใหม่ผมว่าไอน์สไตน์ (Einstein) เกิดมาแล้วต้องมาคิดใหม่ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมมั่นใจและผมภูมิใจที่จะสนับสนุนให้นำญัตตินี้ขึ้นสู่ศาลตีความ เมื่อตีความมา ชัดเจนแล้วผมว่าเดินได้ ส่วนที่บอกว่าศาลจะรับหรือไม่รับก็นี่ผมถึงบอกว่าท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ยื่นใหม่ ยื่นแบบเดิมแต่ในบริบทเดิมเงื่อนไขมันเปลี่ยนไปแล้วครับ วันนี้เกิดความเห็นต่าง เกิดความขัดแย้งระหว่างองค์กร เกิดความเห็นต่างแย้งขึ้นแล้วในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ฝ์ายหนึ่งบอกควรทำ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ก็วันนี้มันเกิดบริบทใหม่แล้วอาจารย์ชูศักดิ์ยื่นใหม่มันจะ เปึนอะไร ผมก็ยังหวังว่าจะได้คำตอบใหม่นะ แต่ถ้าคนบอกว่ามันจะได้แบบเดิม ๆ รู้ได้อย่างไร ว่าจะได้แบบเดิมถ้าไม่ยื่น วันนี้จะได้แบบเดิมหรือแบบใหม่ต้องยื่นครับ ให้มันหายสงสัยให้สิ้น กระแสความไปเลย ชัดเจนไปเลย ผมจึงสนับสนุนให้ยื่นศาลเพื่อวินิจฉัยต่อ ขอขอบพระคุณครับ