ณัฐวุฒิ อภิปรายญัตติศาลรธน. ยืนยันประชาชนคือผู้กำหนดรัฐธรรมนูญ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

ณัฐวุฒิ บัวประทุม อภิปรายญัตติขอใหรัฐสภามีมติขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของรัฐสภา โดยชี้แจงเหตุผลความแตกตางในการตีความคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และวิพากษการออกเสียงประชามติ ๓ ครั้ง ณัฐวุฒิ บัวประทุม ระบุความกังวลต่อการยื่นญัตติถามศาลรัฐธรรมนูญซ้ำซ้อนและชี้ว่าการทำประชามติต้องเชื่อมโยงกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมยืนยันจุดยืนทางการเมืองที่สอดคล้องกับนโยบายพรรคประชาชน โดยเน้นย้ำเรื่องเทคโนโลยีและการแบ่งแยกอำนาจตามหลัก Montesquieu เพื่อเตือนถึงผลกระทบจากการคืนอำนาจให้ศาลซึ่งมาจากการเลือกของส.ว. ณัฐวุฒิ บัวประทุม ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความบทบัญญัติเรื่องอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ และขอลงมติคัดค้าน โดยชี้แจงว่าประชาชนคือ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานครับ วันนี้คงเปึนวันอีกวันหนึ่ง ที่พี่น้องชาวจังหวัดอ่างทองน่าจะภูมิใจในการทำหน้าที่ตัวแทนของท่าน ไม่ได้ภูมิใจในแง่ของ การที่บอกว่าเราต้องรอแล้วปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไป ๆ แต่น่าจะต้องภูมิใจครับว่าจริง ๆ แล้ว การทำหน้าที่ตัวแทนของท่านนั้นทำความเข้าใจต่อโลกแห่งความเปึนจริงบนพื้นฐานอุดมการณ์ อย่างไร ไม่มีโลกคู่ขนานหรอกครับ นั่นเปึนเรื่องละครครับ ไม่มีโลกคู่ขนานหรอกครับที่บอกว่า มีโลก ๒ ใบแต่ที่แห่งนี้มีโลกเดียวครับคือโลกของความเปึนจริงที่ยืนยันอยู่บนอุดมการณ์ ว่าเราเลือกอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใดในการเข้ามาทำงานในสภาผู้แทนราษฎรหรือใน รัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้รัฐสภา มีมติขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา แน่นอนครับมีความต่างในข้อความภาษาผมคงไม่ติดใจและผมเองก็มีความสงสัยด้วยซ้ำ ว่าการที่เพื่อนสมาชิกบางท่านลงชื่อซ้ำใน ๒ ญัตตินั้นสามารถทำได้หรือไม่ ผมเข้าใจว่า ท่านคงอยากย้ำ อยากเน้น อยากจะให้ตีความส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเราเองก็พูดมาโดย ตลอดว่าเราคลางแคลงใจในการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าผมพูดแบบนี้ในป้ ๒๕๔๐ ผมคงออกมาอย่างผิดหวังแน่นอนครับ เพราะผมคงเปึนคนหนึ่งที่รณรงค์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และชื่นชมนายกบรรหาร ศิลปอาชา มาโดยตลอด แต่ถ้าผมพูดแบบนั้นในป้นี้เปึนคนละ บริบทคนละเรื่องกันครับ เราไม่อยากให้มีเหตุการณ์ใด ๆ ไม่ว่าจะเปึนเหตุการณ์ความรุนแรง ที่เคยเกิดขึ้นในพฤษภาคม ป้ ๒๕๓๕ หรือความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง เช่นการรัฐประหาร แล้วก็เอาอำนาจของการรัฐประหารมาสถาปนารัฐธรรมนูญใหม่อีก เราไม่อยากให้เกิด เหตุการณ์แบบนั้น ฉะนั้นแน่นอนครับว่าการหาฉันทามติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นคงเปึน เรื่องที่เราต้องหนีไม่พ้นและพูดถึงทั้งที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับญัตติในวันนี้ แต่แน่นอนว่า มันปฏิเสธความเกี่ยวข้องไม่ได้ครับ หากวันนี้ไอน์สไตน์ (Einstein) ยังมีชีวิตอยู่ ไอน์สไตน์ (Einstein) คงไม่ลุกขึ้นมาบอกว่า Imagine More Than Knowledge จินตนาการสำคัญ กว่าความรู้ เพราะจินตนาการสำคัญกว่าความรู้นั้นเขาใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม Soft Power Innovation ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่ไอน์สไตน์ (Einstein) หากเปึนคนมีสัญชาติไทยและมีทางเลือก เขาคงเลือกที่จะย้ายจากประเทศไทย คงไม่สามารถอยู่ในประเทศแห่งนี้ที่สัญญาไม่เปึนสัญญา ทำอย่างแต่อ้างว่าก่อนนั้นคิดมาอีกอย่างหนึ่ง คิดใหญ่แต่ถึงเวลาทำเล็กลง ๆ Real ลงไปเรื่อย ๆ จนไม่รู้ว่าจุดยืนในโลกที่ท่านกำลังยืนอยู่นี้มันโลกใบเดียวกับท่านยืนอยู่จุดไหนในโลกแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ จะเชื่อไม่เชื่อไม่เปึนไร จะมั่นใจ ไม่มั่นใจ ไม่เปึนไร จะบอกว่าศาลตีความแบบไหน อย่างไรก็แล้วแต่ ผมเองไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่ก็ยอมรับ ถึงข้อผูกพันและไม่เคยมีจุดใดในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ ตั้งคำถาม ถึงการทำประชามติที่มากกว่า ๒ ครั้งเลย ญัตติของคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ก็เคารพท่าน ท่านเปึนนักกิจกรรมเก่าเข้าใจดีครับว่าท่านเคยมีบทบาทในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิเสรีภาพ หลายประการ แต่ญัตติคุณหมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ โดยเฉพาะในหน้าที่ ๒ นั้นพูดถึงความเห็น ที่แตกต่างว่าสมาชิกรัฐสภาบางส่วนเห็นว่าต้องมีการดำเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ ๓ ครั้ง นี่ท่านเอา ๓ ครั้งนี้มาจากจุดใด ท่านเอาส่วนใดของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๔/๒๕๖๔ มาใช้ ท่านเอาส่วนใดของคำวินิจฉัยส่วนตน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีทั้งหมด ๙ ท่านนะครับ คณิตศาสตร์พื้นฐานที่สุดครับ ใน ๙ ท่าน มี ๖ ท่านที่เขียนคำวินิจฉัยชัดเจนว่ากระบวนการ ทำประชามตินั้นสามารถกระทำได้โดย ๒ ครั้ง ๖ ท่านบอก ๒ ครั้ง มีเพียง ๒ ท่านบอก ๓ ครั้ง และมีเพียง ๑ ท่านที่ท่านไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก็ไม่เปึนไรเปึนอาจารย์ ผมก็ไม่เปึนไรยกออกไว้ก่อน แต่ว่า ๖ ท่านนะครับใน ๙ ท่านนั้นบอกว่า ๒ ครั้งแล้วจุดใด ที่ท่านบอกว่าคำวินิจฉัยนี้สามารถตีความไปได้ว่ามีการทำ ๓ ครั้ง เพื่อนสมาชิกบางท่านอ้าง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ (๘) โยง (๗) ไปโยง (๙) บอกเช่นนั้นเช่นนี้ แต่ศาลเองก็บอกอย่างไร ว่ากระบวนการทำประชามตินั้นเกิดขึ้น ๒ ครั้งได้ ผมเหมือนถ้าเอาเรื่องนี้เปึนตัวตั้งเอาโลก ๒ ใบเปึนตัวตั้งแบบที่ท่านอภิปรายกันนะครับ เสมือนผมย้อนกลับไปป้ ๒๕๖๓ วันนั้นผมนั่ง อยู่ตรงนั้น แล้ววันนี้ป้ ๒๕๖๘ กลับมาพูดเรื่องเดิมก่อนที่นำไปสู่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เสียสิ้น เพียงแต่วันนั้นคนที่เชื่อแบบผมกลับตั้งคำถามแล้วกลับมาเชื่ออีกแบบหนึ่ง ไม่ได้ เรียกร้องว่าท่านเปึนแบบใด แต่โลก ๒ ใบเปึนแบบนี้ต่างหาก ท่านประธานที่เคารพครับ กรณีญัตติของคุณหมอเปรมศักดิ์เองหรือกรณีของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ก็ด้วยความเคารพ ท่านเปึนอย่างยิ่ง มันคือการย้อนกลับไปใช้วาทกรรมหรือคำถามแบบเดิมที่เราเคยได้ผลลัพธ์ มาแล้ว วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ มีคำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ วันที่ ๑๗ เมษายน มีคำวินิจฉัย ๗ ต่อ ๐ ในป้ ๒๕๖๗ บอกว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย วันนั้นอ้างเพราะเหตุว่า ญัตตินี้ยังไม่ได้ถูกบรรจุวาระในการพิจารณา วงรอบมันก็กลับมาเปึนแบบนี้ ๆ ครับ แล้วเรา จะตอบตัวเองอย่างไรครับ เราจะตอบตัวเองวันที่เราขึ้นหาเสียงเลือกตั้งป้ ๒๕๖๖ เราจะตอบ ตัวเองวันที่ทำออกเสียง Debate การเลือกตั้งต่าง ๆ ว่าเราสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งด้วยความเคารพยกเว้นพรรครวมไทยสร้างชาติได้อย่างไรครับ เรากับวันนั้นกับเราวันนี้ คนเดียวกันไหมครับ และการแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนั้นนี่เราเสียเวลามามากแล้ว จนไม่อาจจะระบุได้ว่าตกลงการแก้ไขเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ฉะนั้นผมคิดว่าวันนี้ครับ สิ่งที่เราพูดกันไม่ใช่ประเด็นการตีความกฎหมาย ที่มาบอกว่าอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเปึน ผมไม่มั่นใจผมเองจบกฎหมายก็ไม่กล้าจะบอกท่านว่าเปึนอย่างไร แต่ผมอยากชี้ชวนท่าน ว่าจริง ๆ แล้วนี่คือเรื่องเจตจำนงทางการเมืองใช่หรือไม่ มันเปึนเจตจำนงทางการเมืองแบบเดียวกันครับ วันหนึ่งท่านบอกนโยบายแบบนี้เคยพูดไว้ Entertainment Complex วันนี้บอกต้องเดินหน้าทำ แต่พอเปึนรัฐธรรมนูญท่านบอก ต้องเดินหน้าถาม แล้วถ้าถามกลับมาได้คำตอบไม่ตรงกับสิ่งที่ท่านอยากได้ละครับ ในใจไม่รู้ เจตจำนงในใจไม่ทราบแต่เจตจำนงที่ออกมานอกใจเสมือนว่าไม่อยากให้เกิดขึ้น ฉะนั้นเวที วันนี้ไม่ได้พูดเอาหล่อครับ ไม่ได้พูดเอาดี ไม่ได้พูดเอาเข้าตัวว่าพรรคก้าวไกลคิดไกลกว่าใคร พรรคประชาชนคิดถึงประชาชนกว่าใคร ยกตรงนี้ออกไปเถอะครับ ไม่มา Debate ด้วย ในประเด็นเหล่านี้ แต่ยืนยันว่าพรรคประชาชนมีเจตจำนง ว่าในเมื่อเราเห็นตรงกันว่าปัญหา ของการพัฒนาประชาธิปไตยที่ทำให้เกิดการยอมรับอยู่ที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๖๐ แล้วมันจะแปลกอะไรครับ ที่เราไม่สามารถเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได้ ท่านบอก ถามเพื่อความสบายใจเอาให้ชัดว่าสามารถทำได้ ก็ท่านไม่ใช่หรือครับที่เคยเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ก็พวกผมไม่ใช่หรือครับที่เคยเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วท่านก็เห็นด้วย ก็คณะกรรมการที่เคยศึกษาไม่ใช่หรือครับที่บอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๖ ที่อาจจะนำไปสู่การตั้ง สสร. ที่เห็นต่างแต่เพียงว่า สสร. ควรมาจากแบบใด นั่นเกิดขึ้นได้ ก็สภาของเราไม่ใช่หรือครับที่เคยมีมติร่วมกันว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเปึนการ ปลดล็อก แล้วคืนความเปึนปกติ ซึ่งจะนำไปสู่การปัองกันมิให้มีการฉีกรัฐธรรมนูญขึ้นอีก แต่วันนี้กฎหมาย ป.ป.ช. ก่อนหน้านี้ก็เห็นชัด เสมือนท่านกลัวหรือเกรงว่าการไปแตะโครงสร้าง บางอย่างอาจจะนำไปสู่การใช้อำนาจนอกระบบ ท่านมีประสบการณ์ ผมประสบการณ์น้อย แต่พวกผมไม่กลัว ผมประสบการณ์น้อยแต่พวกผมไม่กลัว เพราะสิ่งที่ผมบอกกับประชาชน ภาษากฎหมายแพ่งเขาเรียก Packta Sunt Servanda สัญญาต้องเปึนสัญญา คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนที่เราเลือกนายกรัฐมนตรี ตอนที่เราอภิปรายสอบถามก็นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่หรือครับที่บอกว่าจะเดินหน้าในการแก้ไขบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้นด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ

ประการที่ ๑ ผมไม่สามารถตอบคำถามตัวเองได้ว่าผมภูมิใจที่จะลงมติ สนับสนุนการยื่นญัตติ ๒ ฉบับนี้ที่จะนำไปสู่การถามศาลรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง

ประการที่ ๒ ผมยืนยันว่าการถามคำถามเพื่อนำไปสู่การทำประชามติที่ท่าน บอกว่าต้องช่วยกันประหยัดงบ ต้องทำความเข้าใจนะ ท่านประธานเองก็เห็นด้วยแล้ว สามารถบรรจุญัตติได้ ถาม ๒ ครั้งนั้นสามารถทำได้ไปพร้อมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะคิดเปึนอื่นไปได้

ประการที่ ๓ ผมไม่หลอกตัวเองครับ พรรคประชาชนมีนโยบายเรื่องนี้และ เราเดินหน้าตามนโยบายที่เราประกาศไว้ แพ้ชนะเกมในสภาไม่เปึนไร แต่ขอให้พี่น้อง ประชาชนเห็นถึงจุดยืนในทางการเมืองและจุดยืนในโลกอุดมการณ์นะครับ ไม่ใช่โลกความเปึนจริง กับโลกเสมือนจริง นั่นเรื่องเอไอครับ นั่นเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งพวกผมไม่ถนัด

ประการที่ ๔ ก็คือการยืนยันว่าเรื่องการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความนั้น ไม่ทราบจริง ๆ ว่าผลลัพธ์ที่ท่านต้องการคือแบบใด เหมือนกับที่ท่านส่งให้ตีความอะไร ที่เรียกว่าซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ ซึ่งท้ายที่สุดมันก็หนีกรอบที่ท่านบอกไปไม่พ้นว่าก็ให้ ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้วินิจฉัย

ประการที่ ๕ ตกลงอำนาจในบ้านเมืองนี้มีกี่อำนาจกันแน่ หนังสือแปล Montesquieu ผมมีนะครับ แต่ฉบับภาษาฝรั่งเศสไม่มี เขาไม่ได้บอกการแบ่งแยกอำนาจ ที่เด็ดขาด แต่อย่างน้อยที่สุดดุลอำนาจระหว่างฝ์ายบริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการนั้นต้องไป พร้อมกัน แต่เสมือนว่าวันนี้เราคืนอำนาจทุกอย่างไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งท้ายที่สุดศาลนั้น ก็มาจากการเลือกของสมาชิกวุฒิสภา

ประการที่ ๗ เปึนเรื่องที่สำคัญที่สุดครับว่าเรื่องนี้ไปไกลกว่ากฎหมาย แต่เปึน เรื่องสะท้อนให้เห็นว่าวุฒิภาวะและเจตจำนงในทางการเมืองนั้นใครกันแน่ที่ยืนตัวตรงไม่ก้มหัว ต่อหน้าเผด็จการ ไม่ต้องเอาประเภทแบบยกมือไหว้นะครับ

และประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ผมได้นำเรียน ผมอยากฟังคำชี้แจงเวลาสรุปของเจ้าของญัตติทั้งสองว่าท่านสามารถตอบคำถามเหล่านี้ ที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ใช้เวลาที่เรานัดมาร่วมกันในวันจันทร์ในการประชุมเพื่อถามท่าน ให้ท่านคลี่คลายความสงสัยได้หรือไม่ แน่นอนครับว่าประการสุดท้ายนั้นพวกผมขอยืนยัน ว่าพวกผมไม่เห็นด้วยกับการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความบทบัญญัติเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง และขอลงมติคัดค้านการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะท้ายที่สุดนั้นถ้าเรามั่นใจว่า อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเปึนอำนาจของประชาชน เราทำหน้าที่แทนประชาชนอย่างเต็มที่ นี่คือความภาคภูมิใจที่จะถูกบันทึกไว้มากกว่าตำแหน่งแห่งที่ที่พวกท่านมีสถานะต่อสังคม ในวันนี้ ขอบคุณครับ