ธีระชัย แสนแก้ว อภิปรายญัตติขอใหรัฐสภามีมติใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปญหาเกี่ยวกับหนาที่และอำนาจของสภา เพื่อแกไขความเคลือบแคลงใจตอกระบวนการยกรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม โดยชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการถามศาลรัฐธรรมนูญก่อนลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อเป็นขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการผลักดันให้กฎหมายผ่านสภา
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นาย ธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตร่วมอภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้รัฐสภามีมติให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ รัฐสภาที่ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และพวกกระผมพรรคเพื่อไทยที่ลงชื่อเปึนผู้เสนอรวมทั้งญัตติ ของท่านวุฒิสมาชิกเปรมศักดิ์ เพียยุระ ในวันนี้ ท่านประธานครับ อย่างที่พวกเราทราบและ รู้กันอยู่แล้วว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็ทราบกันดีว่ารัฐธรรมนูญที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ มันเปึนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๖๐ มันเปึนรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาแล้วก็แก้ยากมากทั้งที่ไปที่มา ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ยกร่างมาเพื่อใคร ยกร่างมาเพื่อรักษาอำนาจใคร และที่สำคัญที่สุดก็คือปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันแก้ยากวุ่นวาย หลายขั้นหลายตอนเหลือเกินครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ถ้าจำกันได้สภาชุดที่ ๒๕ มีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้มา ๒๐ ร่าง แต่ที่ผ่านมาได้เพียงร่างเดียว นั้นก็คือการแก้ไขระบบการเลือกตั้งจาก ๑ ใบ เปึน ๒ ใบเท่านั้นเอง ก็เปึนที่ทราบกันดี นั่นก็คือ การแก้ไขเปึนรายมาตราครับท่านประธาน ซึ่งในร่างนั้นมีการแก้ไขเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น เมื่อเดือนก่อนถ้าจำได้ก็คือเมื่อเดือนที่แล้ววันที่ ๑๓ ๑๔ พรรคเพื่อไทยของกระผมก็ได้ มีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญพร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกพรรคฝ์ายค้านด้วย เพื่อแก้ไขมาตรา ๒๕๖ ซึ่งกระผมก็เตรียมที่จะอภิปรายในวันนั้นด้วยนะครับ ท่านประธานครับ เพื่อที่จะสนับสนุน ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ในเวลาเดียวกันท่านประธานครับ กระผมมั่นใจว่า จะตีความอย่างไรก็เปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียวน่าจะเริ่ม Start ได้ทันที คือคิดเอง คิดเองเออเอง แก้ได้ น่าจะทำได้ น่าจะแก้ได้ น่าจะทำได้ แต่ท่านประธานในเวลานั้น พอถึงเวลาเพื่อนวุฒิสมาชิกมีความเห็นว่าการแก้ไขมาตรา ๒๕๖ เปึนการแก้ไขเพื่อเปึนการ เป่ดทางให้มีการ ตั้ง สสร. เพื่อให้ปลายทางนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งมันก็อาจจะตีความไปเช่นนั้นละครับท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผมก็ทราบว่า ก็มีพวกเราอีกไม่น้อยที่ยังมีความกังวลปัญหาที่รัฐสภามีอำนาจโหวตให้มีการแก้ไขมาตรา ๒๕๖ เพิ่ม คือเพิ่มเติมเปึนเสี้ยวหมวด ๑๕/๑ จะทำได้จริง ๆ หรือไม่ นี่ก็คือความเห็นที่แตกต่างกัน ไปแล้วในขณะนั้น จนทำให้เพื่อนสมาชิกของพวกเราอภิปรายไม่เห็นด้วย การประกาศว่า จะร่วมการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น กระผมก็เลยวิเคราะห์สถานการณ์ตอนนั้นนะครับว่า ถ้าหากเราดื้อดึงหัวชนฝาจะฝ๋นพิจารณาร่างนั้นต่อไป มันก็มีแต่ตกกับตก ได้พูดเฉย ๆ ครับ แต่ถึงเวลามันก็มีปัญหา ก็รู้และเห็นกันอยู่แล้ว เพราะเราเห็นอยู่แล้วว่ามันเปึนหลุมเปึนบ่อ มันมีเหวอยู่ข้างหน้านะครับท่านประธาน มีเสาไฟฟัา ขับรถจะไปชนเสาไฟฟัาหรือครับ รัฐธรรมนูญของเราจะดีอย่างไร จะดีเลิศประเสริฐศรีอย่างไร จะร่างอย่างไร พวกเราจะเปึน ประชาธิปไตยอย่างไร ต่อให้พี่น้องประชาชนจะรัก จะชอบร่างรัฐธรรมนูญอย่างมากมายขนาดไหน ที่เราคิดว่าเราจะร่างขึ้น แต่คะแนนเสียงโหวตเห็นชอบมันไม่ถึงเกณฑ์ มันก็ตกอยู่ดีละครับ ท่านประธาน นี่ละครับสิ่งที่พวกเราต้องมาพูดกันในวันนี้ ก็เพราะเนื่องจากมันมีคำวินิจฉัยก็พูด หลายครั้งหลายหน คำวินิจฉัยที่ ๔/๒๕๖๔ มีใจความว่า การแก้ไขมาตรา ๒๕๖ เพื่อเพิ่มเติม หมวด ๑๕/๑ ย่อมเปึนผลให้เกิดการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งเปึนการแก้ไขในหลักการ สำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญดั้งเดิม ต้องมีการปกปัองคุ้มครองหากรัฐสภาต้องการ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องจัดให้พี่น้องประชาชนซึ่งเปึนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ออกเสียงประชามติก่อน ว่าสมควรร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ นี่คือความสงสัยครับ ประเทศไทยเดี๋ยวนี้มีแต่ความสงสัยครับ ในเมื่อมันมีความสงสัยมันมีแตกประเด็นออกไป มันก็ต้องใช้เราก็ควรที่จะประคับประคองตรงนี้ไว้นะครับ มันก็ไม่ได้เสียหายนี่ครับถึงได้มีการ ยื่นญัตติในวันนี้ นอกจากนี้เรายังมีความกังวล ก็เกรงว่าท่านประธานครับท่านรู้จักบักสีหาเหตุไหม บักสีหาเหตุ อ้ายพวกโหนกระแส อ้ายพวกนักร้อง พวกหิวแสงจะตามไปร้องนี่ละครับ ท่านประธาน ว่าเราจะทำอะไรท่ามกลางความไม่ชัดเจน มีแต่เครื่องหมายคำถามสงสัย แล้วมัน จะเดินหน้าได้อย่างไรครับท่านประธาน ประเทศเรามันมีแต่ความสงสัย คนนี้ก็สงสัยอันนั้น คนนี้ก็สงสัยอันนี้ มีแต่สงสัยมันก็เลยไม่ไปหน้ามาหลังจนทุกวันนี้ครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างชัดเจน มาตรา ๒๑๐ (๒) บอกว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจพิจารณา วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา ชัดเจนครับ ดังนั้นครับมันไม่ผิดหรอกครับที่เราจะยื่นญัตติในวันนี้ เมื่อเราไม่มีความมั่นใจถึงกระบวนการ ที่ถูกต้องอย่างแท้จริง กระผมคิดว่าการที่เราจะสอบถามความชัดเจนไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะให้เรารู้กระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อที่จะทำให้เราแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างสำเร็จ กระผมคิดว่าเราสมควรทำนะครับท่านประธาน แล้วที่สำคัญนะครับ ญัตติของท่านวิสุทธิ์ และพรรคเพื่อไทยไม่ได้เปึนการถามซ้ำแล้วซ้ำอีกนะครับท่านประธานหรือสงสัยในอำนาจ ของตัวเองประการใด เพราะถ้าท่านลองดูให้ดี ๆ พวกเราสอบถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญอย่างนี้ ๑. พวกเราถามว่ารัฐสภาจะพิจารณาและลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีบทบัญญัติ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้หรือไม่ครับ อันนี้อันดับแรก คำถามแรกที่ถามไป
คำถามที่ ๒ การพิจารณาและลงมติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ พวกเราทำได้โดยไม่มีผลการออกเสียงประชามติว่าพี่น้องประชาชนประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ได้หรือไม่ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันอยู่นี่นะครับ นี่คือเนื้อหาสาระของญัตติ พวกเราในวันนี้ อยากจะเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังพี่น้องประชาชนนะครับว่า ที่บางท่าน อาจสงสัยทำไมต้องถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญก่อนครับ เพราะการถามไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้เราถามไปอีกขั้นตอนหนึ่งที่ล้ำหน้ากว่า และเปึนอีกขั้นตอนในความก้าวหน้าในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ถ้าเราถามมันก็เปึนความก้าวหน้าครับ ถ้าเราไม่ถามมันก็ล้าหลังครับ เพราะอย่างไร มติก็ไม่ผ่านอยู่แล้ว ดังนั้นกระผมจึงขอสนับสนุนญัตตินี้เพื่อท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ และท่าน สว. เปรมศักดิ์ เพียยุระ ในวันนี้ ขอขอบพระคุณครับ