เอกราช ยันตัดมาตรา 4 ขัดหลักการ ให้ทหารขึ้นศาลพลเรือน

รัฐสภา · ครั้งที่ ๖ · ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๘

เอกราช อุดมอำนวย ชี้ว่าการตัดมาตรา 4 ออกขัดหลักการและเสนอให้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทหารที่กระทำผิดคดีทุจริตต้องขึ้นศาลพลเรือนแทนศาลทหาร

นายเอกราช อุดมอำนวย กรรมาธิการ

เรียนท่านประธานรัฐสภานะครับ ผม เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะสมาชิกรัฐสภาแล้วก็เปึน กรรมาธิการในการพิจารณาด้วยนะครับ ท่านประธานครับ สำหรับร่างมาตรา ๔ ที่กรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ได้มีการตัดในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบถือว่าเปึนการแก้หลักการ ซึ่งในรายงานเราแน่นอนว่าสมาชิกต่าง ๆ ก็อาจจะไม่ได้มีสิทธิในการที่จะอภิปรายเกี่ยวกับ ข้อสังเกต แต่ว่าผมขอพูดไปถึงในคราวเดียวกันเลยนะครับว่าการแก้ไขหลักการโดยการตัด มาตรา ๔ ออกนะครับ ทำให้ผลของสภาที่พิจารณาในการรับหลักการเข้าไปมีทั้งหมด ๒ เรื่อง เรื่องแรกก็คือยกเลิกการดำเนินการของอัยการทหารนะครับ ซึ่งอัยการทหารก็อยู่ภายใต้ กรมพระธรรมนูญเฉกเช่นเดียวกันกับตุลาการทหาร ดังนั้นอัยการสูงสุดจะเปึนผู้ดำเนินกระบวน พิจารณาในการสั่งฟัอง มีความเห็นต่าง ๆ ตาม พ.ร.ป. ป.ป.ช. อันนี้เปึนเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ส่วนหลักการข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของการที่ให้ทหารขึ้นศาลอาญาทุจริต ซึ่งเพื่อนสมาชิกและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ผมอยากจะตอกย้ำ ตรงนี้ครับท่านประธานว่าใน พ.ร.บ. อุ้มหายที่เราเรียกสั้น ๆ นะครับ ก็มีการ Overrule บางส่วน คือเปึนการเขียนในคดีทุจริต ในร่างของ พ.ร.บ. อุ้มหายเปึนคดีที่ประพฤติมิชอบนะครับ ให้ไปดำเนินการในศาลอาญาทุจริต ทำไม พ.ร.บ. อุ้มหายทำได้ล่ะครับ แล้วทำไม พ.ร.ป. ป.ป.ช. ถึงทำไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ถกเถียงกันในชั้นกรรมาธิการและมีการลงความเห็นนะครับ ผมก็ ยังมีความเห็นว่าอยากจะให้เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ทบทวนเรื่องนี้ครับว่าถ้าหากว่าเราเห็น ปัญหาร่วมกันจริง ๆ นะครับว่าในช่วงที่คณะรัฐประหารมาอยู่หรือในช่วงกลไกต่าง ๆ ปกตินี้ ทหารเหมือนรัฐที่ซ้อนอยู่ในรัฐไทย มีอำนาจของตัวเองนะครับ มีศาลของตนเอง วันนี้เราจะ ดึงให้อย่างน้อยในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและประพฤติมิชอบต้องอยู่ในการพิจารณาของ ศาลพลเรือน เรามาช่วยกันครับท่านสมาชิกทั้งหลาย ดังนั้นการที่กรรมาธิการตัดออกถือเปึน การขัดกับหลักการที่สภาแห่งนี้รับไป ในประเด็นที่ ๒ ครับ ก็คือว่าเรามี Jigsaw กฎหมาย ทั้งหมด ๓ ฉบับ แต่ว่าในกระบวนนิติวิธีของสภาแห่งนี้รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้แตกต่างกัน คือ พ.ร.ป. ให้พิจารณาจาก สส. และ สว. ที่ตั้งมาเปึนกรรมาธิการครั้งเดียวจบ แต่ในขณะเดียวกัน พอเปึนร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับที่บรรจุวาระเอาไว้เสนอโดยท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โดยกรรมาธิการการทหารได้ศึกษาและแก้ไขเรื่องนี้นะครับ คือแก้ไข พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ และ พ.ร.บ. วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งต้อง พิจารณาไปในคราวเดียวกันนะครับ ซึ่งท่านประธานก็ได้บรรจุเอาไว้อยู่ในระเบียบวาระแล้ว จึงอยากฝากไปถึงวิปรัฐบาลนะครับว่ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีความสำคัญและเปึน Jigsaw ต่อเนื่องกันกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงมีความจำเปึนเร่งด่วนที่จะต้อง ดึงขึ้นมาพิจารณาเพื่อให้เสร็จไปในคราวเดียวกัน ซึ่งถ้าทั้ง ๒ ฉบับนั้นได้แก้ไขก็สามารถที่จะ ให้ทหารที่ทำผิดในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบดำเนินคดีในศาลอาญาทุจริตและประพฤติ มิชอบได้ แต่ว่าการแก้ถ้อยคำแบบนี้นะครับ เพราะกรรมาธิการเสียงข้างมากซึ่งเปึนเสียงจาก รัฐบาลอ้างว่าไม่แน่ใจว่ากฎหมายจะพิจารณาทันหรือได้พิจารณาแล้วเสร็จหรือไม่ ซึ่งก็สามารถ รับฟังได้ เหมือนขอไป ๑๐๐ ได้มา ๕๐ นะครับ แต่ว่าท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเราจะจริงจัง เรื่องนี้เราสามารถเดินหน้าต่อได้ จึงฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านให้ช่วยกันผลักดันในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ นอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีคณะประชาชนซึ่งขออนุญาตที่เอ่ยนาม แต่ว่าไม่เสียหายนะครับคือ นายแพทย์เหวง โตจิราการ พร้อมทนายความนำประชาชน คณะ คปช. ๕๓ มายื่นให้กับกรรมาธิการกฎหมายเพื่อผลักดันการแก้กฎหมายให้นำทหาร ที่กระทำผิดอาญาต่อประชาชนขึ้นศาลพลเรือน เพราะว่าพี่น้องประชาชนเห็นบาดแผล มีบาดแผลที่เคยเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนนะครับ ที่เรายังไม่สามารถที่จะทวงคืนความยุติธรรม ให้กับประชาชนแล้วก็ยุติที่การกระทำต่าง ๆ ของทหารที่เคยทำกับประชาชนในอดีตได้นะครับ แต่ในขณะเดียวกันวันนี้ถ้าเรานับ ๑ แก้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเรานับ ๒ นับ ๓ ด้วยกันในการแก้ไขกฎหมายอีก ๒ ฉบับที่ผมได้กล่าวไปนะครับ ก็จะสามารถทำให้ ร่างพระราชบัญญัตินี้ถือว่าเปึนบันทึกประวัติศาสตร์ว่าเราไม่ยอมอีกแล้วที่ทหารทำผิดแล้วก็ ตัดสินกันเอง ท่านประธานครับ ดังนั้นการที่กรรมาธิการแก้ไขตัดคำว่า ในศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ออก ผมจึงไม่เห็นด้วยและอยากจะขอสงวนเอาไว้แล้วอยากให้เพื่อนสมาชิกช่วยกันยืนยัน ในหลักการที่สภาได้รับไปคือ ๑. ให้อัยการสูงสุดดำเนินการแทน ซึ่งกรรมาธิการทั้งคณะ เห็นด้วยกันในเรื่องนี้ และ ๒. ที่เห็นต่างกันนิดเดียวเองคือในศาลคือศาลเฉย ๆ เพื่อรอให้ ๒ ร่างกฎหมายนี้ผ่านไปได้นะครับ ซึ่งผมคิดว่าสามารถ Overrule เขียนไปในแบบเจาะจงไปเลยว่า ให้ไปศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบได้ เพราะว่า พ.ร.บ. อุ้มหายก็ทำแบบนั้นมาก่อน ฝากท่านประธานด้วย ขอบพระคุณครับ