อนุสรณ์ เสนอ 5 ข้อแนะเสริมความพร้อมเอฟทีเอไทย-ฮ่องกง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๕ มีนาคม ๒๕๖๘

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเกี่ยวกับข้อตกลง AHKFTA โดยเสนอแนะและตั้งข้อสังเกต 5 ประการเพื่อเสริมสร้างความพร้อมด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนกับฮ่องกง เน้นย้ำความสำคัญของการปรับปรุงเงื่อนไขการค้า ลดอุปสรรค พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและนวัตกรรม พร้อมสนับสนุนให้ SMEs เข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น และผลักดันความร่วมมือด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างเท่าเทียมเพื่อเสริมสร้างศักยภาพไทยและอาเซียนในเวทีโลก

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมฟังถ้อยแถลงน้ำของท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ก็เห็นความตั้งอกตั้งใจ และผมฟังแล้วก็มีความมั่นใจ ประกอบกับมาดูเอกสารประกอบการพิจารณาเรื่อง AHKFTA นี้ ก็เห็นว่าเปึนเรื่องที่เปึนประโยชน์ทั้งต่ออาเซียนแล้วก็ต่อประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกต ๕ ประการที่จะได้มีข้อเสนอแนะและรวมถึงกลยุทธ์การเฝั้าระวังและ การตั้งตนอยู่บนความพร้อมที่จะปรับแก้สถานการณ์ หากสถานการณ์การค้าโลกและการค้า อาเซียน - ฮ่องกง เปลี่ยนแปลงไป ผมมีข้อสังเกต ๕ ประการครับ

ประการที่ ๑ เอฟทีเอฉบับนี้เปึนการขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน ซึ่งเขาทำอยู่แล้ว และฉบับนี้ก็มาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น ที่ว่าปรับปรุงให้ดีขึ้น ปรับปรุง เรื่องอะไรครับ ปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ เรื่องที่ ๑ ก็คือเงื่อนไขทางการค้าเพื่อให้เอื้อต่อการ ส่งออกและเอื้อต่อการนำเข้าสินค้าระหว่างกัน ก็คืออาเซียนกับฮ่องกง ส่วนที่ ๒ ส่งเสริม การลงทุนข้ามพรมแดน เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจขยายตัว ท่านประธานทราบเปึนอย่างดีละครับว่า ฮ่องกงเปึนประเทศที่มีนโยบายเสรีทางการค้าการลงทุน นักลงทุนในฮ่องกงสามารถที่จะไป ลงทุนในทุก ๆ ประเทศ รวมถึงอาเซียนและประเทศไทยนั้นก็เปึนจุดหมายปลายทาง หรือเปึน Destiny ที่ดีที่นักลงทุนของฮ่องกงต้องการจะมา ดังนั้นพิธีสารฉบับนี้จึงตอบโจทย์

ประการที่ ๒ เปึนการลดอุปสรรคการค้าระหว่างกัน แก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบที่เปึนอุปสรรค์ เช่น มาตรการทางศุลกากร และมาตรฐานสินค้า เพิ่มความ โปร่งใสในการดำเนินธุรกิจระหว่างกัน นี่ก็เปึนเรื่องดีครับ

ประการที่ ๓ เปึนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โครงสร้าง พื้นฐานก็ครอบคลุมไปถึงมิติของการพัฒนาการเชื่อมโยงด้านมิติโลจิสติกส์ระหว่างฮ่องกง และประเทศอาเซียน รวมถึงไทยด้วย ที่สำคัญครับ สนับสนุนโครงการหรือโครงสร้างการ ลงทุนในประเภทธุรกิจดิจิทัลและนวัตกรรม พวกลงทุนเอไอ ลงทุน Cloud ซึ่งจะสอดรับกับ Trend การลงทุนระดับโลกในอนาคต ก็รองรับไว้ครบถ้วน

ประการที่ ๔ เปึนการเพิ่มขีดความสามารถของธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม หรือ SMEs เราอาจจะเคยตั้งข้อสังเกตก่อนหน้านี้ว่ากฎระเบียบบางประการนั้น เอื้อเฉพาะกลุ่มทุนผูกขาดหรือกลุ่มทุนขนาดใหญ่ แต่ว่าเอฟทีเอฉบับนี้ครับคนที่เปึน ผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลาง เปึน SMEs สามารถเข้าถึงการทำธุรกิจจากไทยไปฮ่องกง เอื้อ SMEs ให้ได้ประโยชน์ในการเข้าถึงตลาดฮ่องกงได้กว้างขึ้นและง่ายขึ้น ถ้าเปรียบเทียบ ก็เหมือนกับว่าไม่ต้องไปโดยสารต่อเรือหลายทอด SMEs ไทยสามารถพุ่งตรงไปยังฮ่องกงได้ ภายใต้เอฟทีเอฉบับนี้ครับ

ประการที่ ๕ สนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมร่วมกัน และที่สำคัญไปกว่านั้น คือการเป่ดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เราเคยได้ เห็นการร่วมกันในการที่จะแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของประเทศมหาอำนาจ ไม่ว่าจะเปึนโซน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอีกหลายประเทศกับประเทศในอาเซียน และไทยนั้นมีลำดับ ขั้นตอน มีสัญญาณ มีวิวัฒนาการที่ดี แต่ว่าในฝัืงฮ่องกงก็สามารถจะพัฒนาได้ ถ้าเราไปดู บริษัท Tech ชั้นนำของโลกในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่เขาเรียกว่า ๗ หุ้นนางฟัา เปึนหุ้นที่ ลงทุนในเอไอ เขาว่ากันว่าบริษัทใดที่ครอบครองเอไอ หรือครอบครองนวัตกรรมการพัฒนา เอไอมากที่สุด บริษัทนั้นมีโอกาสในการลงทุนในอนาคต ไม่ว่าจะเปึนบริษัท Apple ไม่ว่าจะเปึน Microsoft กู้เกิล หรือแม้แต่ Tesla ก็ตามแต่ ดังนั้นพิธีสารฉบับนี้ครับ จะสนับสนุน จะส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนานวัตกรรมร่วมกัน และแลกเปลี่ยน ความรู้ระหว่างกัน นี่ที่พูดไม่ได้หมายความว่าเราจะไปรอรับความรู้จากเขา เพราะอธิบายไว้ ชัดว่าเปึนการแลกเปลี่ยนระหว่างอาเซียนกับฮ่องกง

ประการที่ ๖ มองไปถึงอนาคต ก็คือการส่งเสริมความร่วมมือในมิติเศรษฐกิจ ระหว่างกันเปึนมุมมองระยะยาวครับ ทำให้เกิดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียน และฮ่องกงแน่นแฟันยิ่งขึ้น และจะปูทางไปสู่ความร่วมมือในมิติอื่น ๆ พูดถึงเอไอ พูดถึง เทคโนโลยี ไม่ได้หมายถึงเฉพาะด้านนวัตกรรมนะครับ แต่ในเรื่องของการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีเพื่ออยู่ได้ในสภาวะโลกร้อนหรือโลกรวน ทำให้คุณภาพชีวิตในมิติสิ่งแวดล้อม ของคนไทย คนอาเซียนดีขึ้นด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ท่านประธานที่เคารพครับ ๖ ประการที่ผมยกมาเห็นได้ชัดเลยว่าพิธีสาร ฉบับนี้จะช่วยปรับปรุงข้อตกลง จะเติมเต็มส่วนที่บกพร่องให้สอดคล้องกับสถานการณ์การค้า หรือเศรษฐกิจของโลก การเปลี่ยนแปลงของผู้นำในประเทศมหาอำนาจของโลก เขาบอกว่า เปึนการนับ ๑ สงครามการค้าโลกระหว่าง ๒ มหาอำนาจยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเปึนฝัืง สหรัฐอเมริกาแล้วก็ฝัืงจีน แต่พิธีสารฉบับนี้ไม่ใช่การนับ ๑ แต่จะเปึนการต่อยอดคือการนับ ๒ ๓ ๔ ๕ ไปเรื่อย ๆ ดังนั้นเอฟทีเอจึงไม่ใช่แค่ Free Trade Area แต่ฮ่องกงนั้นจะเปึ้น Safe Zone ให้กับไทยและอาเซียน แต่สำคัญว่าเราต้องใช้และอยู่ใน Safe Zone อย่างมี กลยุทธ์ควบคู่ไปกับการตั้งรับและประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด รวมถึงตั้งตนอยู่บน ความพร้อมในเอฟทีเอฉบับนี้ที่จะสามารถแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน รวมถึงศึกษาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาร่วมกันที่จะเกิดขึ้น ผมจึงขอสนับสนุนเอฟทีเอฉบับนี้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ