เปรมศักดิ์ ถามความเสมอภาคผู้ลงนามเอฟทีเอฮ่องกง

รัฐสภา · ครั้งที่ ๕ · ๕ มีนาคม ๒๕๖๘

เปรมศักดิ์ เพียยุระ ตั้งคำถามถึงความเสมอภาคในการลงนามพิธีสารการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง โดยเฉพาะความแตกต่างของระดับผู้ลงนามจากทั้งสองฝ่าย พร้อมผลักดันให้รัฐบาลใช้ความตกลงดังกล่าวเป็นกลไกเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองแรงงานไทยและพัฒนาศักยภาพแรงงานในภาคบริการสุขภาพและการแพทย์ ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน

นายเปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มอาชีพการสาธารณสุข จากอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วาระการ พิจารณาพิธีสารฉบับที่หนึ่งเพื่อแก้ไขความตกลงการค้าเสรีอาเซียน - ฮ่องกง ก่อนอื่นผมขอ ประทานกราบเรียนเปึนเบื้องต้นเสียก่อนว่า การที่เราอภิปรายวันนี้ในนามของสมาชิก รัฐสภาแห่งประเทศไทย ซึ่งเปึน ๑ ใน ๑๐ ประเทศของกลุ่มอาเซียน ซึ่งประกอบไปด้วย บรูไนดารุสซาลาม ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว มาเลเซีย สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐฟ่ลิปป่นส์ สาธารณรัฐ สิงคโปร์ ราชอาณาจักรไทย และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่งกลุ่มสมาชิกสมาคม ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ลงนามกับรัฐบาลของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนอื่นผมขอถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ว่าการลงนามของประเทศไทย เอกสารของกรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ลงนามโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ นี่เปึนการลงนามฝ์ายไทย แต่ทำไมในส่วนของรัฐบาลแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีนหรือจีนแผ่นดินใหญ่ จึงลงนามโดย อัลเจอร์นอน เหยา หยิ่ง-ว่า ซึ่งเปึนเพียงปลัดกระทรวงพาณิชย์และการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่ผมสงสัย ก็เพราะว่าสถานะของผู้ลงนาม ของเราเปึนถึงรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ซึ่งเดิมท่าน เคยเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่ของฮ่องกงเปึนเพียงปลัดกระทรวง จะเสมอโดย ศักดิ์ของการลงนามหรือไม่ อย่างไร อันนี้ผมขอถามคำถามที่ ๑ นะครับ

คำถามที่ ๒ หลังจากที่ท่านสมาชิกวุฒิสภา ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านพรชัยได้อภิปรายถึงรายละเอียดว่าเราแทบจะไม่ได้อะไรจากกติกาเอฟทีเอระหว่าง เรากับฮ่องกงเท่าไรนัก ผู้ประกอบการได้ประโยชน์น้อยมาก ไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ข้อเสนอของท่าน สว. พรชัย จึงเสนอให้รัฐบาลชักชวนโน้มน้าวให้ ผู้ประกอบการไทยได้เข้าร่วมใน AHKFTA นี้ด้วย จึงจะลงทุนคุ้มค่ากับการที่เรามีเอฟทีเอ ฉบับนี้ ท่านประธานดูรายละเอียดต่าง ๆ เราได้เปรียบแค่ไหน เราเสียเปรียบแค่ไหน อันนี้คือ เรื่องสำคัญ สินค้านำเข้า สินค้าส่งออก ใครได้เปรียบ เสียเปรียบ ผมไม่อยากให้การลงนาม ฉบับไหนก็ตาม เราลงนามตามแฟชั่น ก็คือมีการลงนามระหว่างประเทศ เราก็แห่ไปลงนาม โดยที่ว่าผลประโยชน์ได้นั้นไม่ได้คุ้มค่าอะไร เรามีเอฟทีเอไม่รู้กี่ฉบับ แต่ทำไมคนไทย จึงยากจนเหมือนเดิม ท่านรัฐมนตรีออกไปตามต่างจังหวัดดูสิครับ เงียบเหงาซบเซาเหลือเกิน ทำอย่างไรเอฟทีเอที่ท่านลงนามนี้จะเปึนเอกสารที่เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับ ประชาชน เพราะเราก็รู้ว่าฮ่องกงมีเม็ดเงินมหาศาล เราจะทำอย่างไรให้เม็ดเงินมหาศาล มาอยู่ในกระเปิาคนไทย อันนี้คือผลประโยชน์ของการลงนามเอฟทีเอ ไม่ใช่ลงนามโก้ ๆ แล้วก็ไม่เกิดผลประโยชน์อะไรต่อประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมเรียนว่ามันจะเสียโอกาสไป เปล่า ๆ ผมอยากเสนอเพียง ๒ เรื่องให้ท่านรัฐมนตรีพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้เราได้ ประโยชน์คุ้มค่าจากเอฟทีเอ ท่านประธานครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง แรงงาน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ได้นำคณะไปที่ประเทศฮ่องกง ไปที่เขตบริหารพิเศษ ฮ่องกง เพื่อไปดูเกี่ยวกับการนำเข้าแรงงานไทย อันนี้ผมถือว่าท่านเก่าถูกที่คันครับ เพราะผม เคยเปึนประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เคยไปช่วยแรงงานไทยที่ไป ทำงานเปึนแม่บ้านที่ฮ่องกงแล้วติดคุกติดตาราง เอาออกจากคุกแล้วส่งกลับบ้าน เพื่อจะให้ อย่างน้อยเปึนขวัญกำลังใจว่ามีคนไทยไปช่วยกันในต่างแดน วันนี้ท่านรัฐมนตรีไปเป่ด ตลาดแรงงานอีกครั้งหนึ่ง ผมว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านมาแถลงวันนี้ ท่านก็นั่งอยู่ใน ครม. เดียวกับท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ท่านจับมือกันได้ไหมครับ อย่าให้เปึนว่ารัฐบาลเดียวกันเอามือไขว้หลังถือดาบคนละเล่ม ไม่รู้จะแท่งหลังกันเมื่อไร อย่างนี้ไม่เกิดประโยชน์ครับ วันนี้รัฐมนตรีแรงงานบุกไปที่ฮ่องกง ไปดูตำแหน่งงานและจะให้ ส่งแรงงานแบบรัฐต่อรัฐ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านทนฟังไม่ได้หรือครับ ผมเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องนี้สำคัญ เพราะมันเปึน เรื่องที่จะก่อให้เกิดเม็ดเงินเข้าประเทศไทย สินค้าบริการของเราถ้าพวก Hi Tech เราทำอย่างไรก็สู้ฮ่องกงเขาไม่ได้หรอกครับ เราต้องเน้นสิ่งที่เปึน Hi Touch ก็คือเรื่องของ แพทย์แผนไทย เรื่องของงานบริการแบบไทย ๆ จะเปึนเรื่องของสมุนไพรไทยหรือว่าเรื่องของ การรักษาพยาบาล ซึ่งอาศัยภูมิปัญญาแบบไทย ๆ ฮ่องกงประทับใจคนไทยเพราะเรื่องนี้ครับ เขาไม่ได้นำเข้าสินค้าที่มันเปึนสินค้าอุตสาหกรรมที่เปึน Hi Tech จากเราหรอกครับ เพราะเทคโนโลยีของเราไม่ได้ล้ำหน้าขนาดนั้น ดังนั้นการที่มีการเข้าไปเชื่อมเรื่องแรงงาน ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีขยายผลของการเจรจาความร่วมมือด้านแรงงานให้ไปสู่ภูมิภาค ต่าง ๆ ที่มีแรงงานและรอทำงาน รอเม็ดเงินเข้าประเทศมาชุบชีวิตคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเปึนภาคเหนือหรือภาคอีสานของผม พวกเราเปึนคนสู้งานท่านประธานครับ ขอให้มี งานทำครับ ไกลขนาดไหนก็ไป สมัยที่ผมเปึนประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร แทบไม่น่าเชื่อครับ คนไทยไปทำงานถึงอะแลสกา ไปขุดน้ำมันในดินแดน ที่มีอุณหภูมิถึงจุดเยือกแข็ง คนอีสานไปอยู่ได้ถึงขนาดนั้น ขอให้มีสตางค์เข้าประเทศกลับไป เลี้ยงครอบครัว คนอีสานทำได้ครับ แต่ทำอย่างไรฮ่องกงไม่ต้องไปอยู่จุดเยือกแข็ง ไม่ต้องไป ทำงานสู้ชีวิตขนาดนั้น จะสามารถนำเงินเข้าประเทศไทย เข้ามาสู่ประชาชน จะได้ฟุ๋นฟู เศรษฐกิจ ตรงนี้ท่านประธานครับเรื่องบริการอย่างอื่นผมคิดว่าเราได้เปรียบเขา แต่ว่าเรื่อง แรงงานเราเปึนที่ ๑ ทำอย่างไรเราจะได้การนำเข้าแรงงานไปสู่ฮ่องกง หรือหมายถึงว่าคนไทย ส่งออกแรงงานมากขึ้น นักรบแรงงานของไทยเรียนด้วยครับ มีอีกจำนวนมาก ขอให้รัฐบาล เจรจา G to G คือไม่ต้องเสียเงินค่าหัวคิวให้กับบริษัทจัดหางาน ที่ผ่านมามันไม่ใช่ G to G มันเปึนจี๊ทูจี๊ ก็คือต้องมีเงินว่างหัวคิวถึงจะได้ไปเมืองนอก ไปถึงถูกลอยแพ้ ไปถึงมีคดีติดคุก ติดตาราง จนผมได้นำคณะไปช่วยเมื่อ ๑๐ กว่าป้ที่ผ่านมา

ท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากอีกประเด็นหนึ่ง นอกจากเรื่องแรงงานแล้ว ก็คือเรื่องของบริการสุขภาพ คนที่มาเรียนด้านบริการสุขภาพ ไม่ว่าจะเปึนแพทย์ ทันต์แพทย์ เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ พยาบาล หรือผู้ให้บริการทางสาธารณสุข คนไทยเอาคนที่ มันสมองเกรด A บวก มาเรียนวิทยาศาสตร์สุขภาพ ดังนั้นตลาดแรงงานถ้าได้คนไทย ไปทำงานจะนำเม็ดเงิน อันนี้เรียกว่า Skill Labor คือเปึนแรงงานที่มีทักษะในการทำงาน มีความสามารถเฉพาะด้านในการทำงาน ก็จะนำเงินตราเข้าประเทศได้อีกตลาดหนึ่ง นอกจากตลาดแรงงานด้านล่างพวกแม่บ้านหรือนวดแผนโบราณ หรือกิจการอื่น ๆ ที่ผมได้ กล่าวมาแล้ว เราต้องทำให้ได้ ๒ ตลาด ตลาดบนก็คือด้านบริการทางการแพทย์ พยาบาล และอาชีพอยู่ในวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ผมได้กล่าวมาแล้ว และตลาดล่างก็คืออาชีพแม่บ้าน และบริการนวดแผนไทย สมุนไพรไทย และอื่น ๆ ที่สามารถจะเข้าไปถึงบริการที่คนฮ่องกง เขาชื่นชอบบริการจากคนไทย ท่านประธานครับ ผมหวังว่าเอฟทีเอฉบับนี้ที่เราจะไปทำกับ ทางฮ่องกง ความตกลงการค้าเสรีนี้จะเปึนเพียงเศษกระดาษที่ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย เท่าที่ควร ผมอยากให้เอกสารพิธีสารฉบับนี้มีชีวิตและเปึ้นเอกสารมาชุบชีวิตพี่น้องคนไทย ที่รอคอยเศรษฐกิจฟุ๋นตัว ขอขอบพระคุณครับ