วิทยา แก้วภราดัย ตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทและอำนาจขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. และ กกต. ที่ได้รับทั้งอำนาจบริหารและตุลาการ แต่กลับดำเนินการไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ จนกลายเป็นองค์กรที่ขาดความน่าเชื่อถือในสายตาประชาชน
ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกรัฐสภา ผมฟังคำชี้แจงอยู่ฝ์ายเดียวนะครับ คือกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วตั้งแต่ฟังท่านแรกจนท่านสุดท้ายนี้ผมก็เห็นตามท่าน ทั้งหมด ก็ยังแปลกใจว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากนี่มาจากไหน ถึงไปตั้งหลักคิดเอาคนทุจริต ที่ให้การเท็จไปคุ้มครองเปึนพยาน ไปเอาวิธีคิดมาจากไหน ผมเข้าใจว่าเขาไม่รู้จัก ป.ป.ช. ป.ป.ช. เปึ้นองค์กรอิสระที่ก่อตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เราเกิดองค์กรอิสระ เยอะมาก และองค์กรอิสระ ณ วันนั้นก็เปึนองค์กรที่ให้ดาบ ให้ป๋น ให้ทุกอย่างไป ให้ทั้ง อำนาจในทางบริหาร แถมอำนาจตุลาการไปด้วยสำหรับองค์กรอิสระ เราตั้ง กกต. ขึ้นมาครับ ท่านประธาน ก่อนหน้านั้นท่านประธานกับผมสมัคร สส. มหาดไทยจัดการทั้งนั้น ใครแพ้ ใครชนะ ใครโกงก็ไปฟัองศาลเอา ชนะแล้วก็มาเลือกตั้งกันใหม่ เราเลยคิดองค์กรพิเศษขึ้นมา ก็คือไม่ต้องใช้ศาล ให้ กกต. ทำหน้าที่แทนมหาดไทยกำกับการเลือกตั้ง จัดการเลือกตั้ง จัดหีบ จัดอะไรทุกอย่าง รวมทั้งวินิจฉัยเลือกตั้งว่าสุจริตหรือไม่สุจริต ออกใบเหลือง ใบแดง เราก็คาดหวังว่าตั้งองค์กรอย่างนี้แล้วประเทศชาตินี้ก็จะมีการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม แต่มาถึงวันนี้รับรู้กันทั้งแผ่นดิน ยิ่งเลือกตั้งไปยิ่งซื้อเสียงมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งเลือกตั้งบ่อยขึ้น ยิ่งทุจริตยิ่งกว่าเดิม นี่ยังคาเรื่องอยู่อีกครับ ท่าน สว. ยังมีค่าเรื่องอยู่อีก ไม่รู้ใครกี่คนครับ มันสะท้อนอะไรครับ สะท้อนว่าการที่เราตั้งองค์กรอิสระมาให้ทั้งอำนาจบริหารและตุลาการ ไม่ประสบความสำเร็จ ป.ป.ช. เช่นเดียวกัน อำนาจท่านไต่ส่วนเพื่อกำกับข้าราชการไม่ให้ ทุจริตคอร์รัปชัน แต่วันนี้ท่านไปเขียนให้อำนาจ ป.ป.ช. ไปคุ้มครองพยานเท็จ พยานที่ให้การ เปึ้นเท็จ พยานโกหก หลักคุณธรรม หลักศีลธรรมหายไปไหน ท่านทราบไหมว่า ป.ป.ช. วันนี้ ท่านไต่สวนเสร็จ ท่านวินิจฉัยเสร็จ คำวินิจฉัยของท่าน ถ้าท่านไต่สวนข้าราชการคนใด คนหนึ่งนั่งอยู่ตรงนี้ว่าทุจริตหรือมีมูล คำไต่ส่วนของ ป.ป.ช. ส่งไปถึงผู้มีอำนาจบริหาร อาจจะส่งไปถึงท่านประธานว่าตรงนี้ทุจริต ท่านประธานไม่มีสิทธิไปตั้งกรรมการใหม่เลย เอาตามที่วินิจฉัยของ ป.ป.ช. ทั้งหมดและดำเนินการ ถ้าบอกว่าข้าราชการคนใดทุจริตไล่ออก ก็ต้องเอาออกเลยครับ แล้วก็ว่าจะไปสู้เสร็จจนถึงศาลฎีกา โดนคดีตั้งแต่ ป.ป.ช. ชี้มูล แล้วก็ออกตั้งแต่อายุ ๕๐ ป้ ๖๕ ป้ศาลเพิ่งยกฟัอง ถามว่าคืนอะไรเขาได้บ้างหรือเปล่า อันนี้คือข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น ทีนี้ผมคิดว่าแล้วกรรมาธิการเสียงข้างมากคิดได้อย่างไรว่าให้ ป.ป.ช. ไปปกปัองพยานที่มายืนยันเรื่องเท็จ เพื่อเอาคนดี ๆ หรือคนที่ไม่ควรจะผิดเข้าคุก เข้าตะราง ผมเลยอยากฟังว่าใครคือกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านมีตรรกะเหตุผลอย่างไร ในการที่ไปแก้อย่างนั้น ท่านทราบไหมว่า ป.ป.ช. ไต่สวนตั้งข้อหาคนลับหลัง ๑๐ ป้โดยไม่เคย แจ้งเลย สอบอยู่ ๑๐ ป้ ผมโดนมาแล้วครับ ผมเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในวันที่มีงบอยู่ในมือ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังไม่ได้ใช้สักบาท สำนักนายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการสอบผมหมดทุกคน ยืนยันมันยังไม่มี เพราะงบประมาณ ๘๖,๐๐๐ ล้านบาทยังอยู่ครบไม่จ่ายสักบาท แต่แพทย์ชนบทเขาเคลื่อนไหวก็เรื่องของเขา ท่านเชื่อไหมครับว่าป้ที่แล้วผมเพิ่งทราบว่า ป.ป.ช. แอบสอบผมอยู่ ๑๐ กว่าป้ ป้ที่แล้ว นี่ใครมี ป.ป.ช. นั่งอยู่ตรงนี้ไปตามมาให้ผมหน่อยครับ ทำหนังสือถึงผมว่าเรื่องที่ถูกกล่าวหา ว่าทุจริตโครงการไทยเข้มแข็งไม่มีมูลความจริง ไม่เคยบอกผมสักคำ แอบไต่ส่วนขึ้นมา ท่านประธาน และมีหน้ามีตามาบอกผมด้วยครับไม่มีมูล ๑๐ กว่าป้ผมออกจากตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมา มันยังมีหนังสือตามหลังผมมา เพราะฉะนั้นผมคิดว่า หลายเรื่องที่ผมจำเปึนจะต้องทบทวนบทบาทขององค์กรอิสระ ผมเคยให้ กกต. ตัดสินใจ ว่าคุณจะเอาอำนาจจัดการเลือกตั้งหรือคุณจะเอาอำนาจวินิจฉัยการเลือกตั้ง เลือกเอา สักอย่าง ถ้าอยากจัดการเลือกตั้ง อยากจัดหีบเลือกตั้งไปทำหน้าที่เลย เหมือนมหาดไทย เมื่อก่อน แต่ถ้าคุณอยากจะเอาอำนาจวินิจฉัยการเลือกตั้ง คุณต้องวินิจฉัยการเลือกตั้ง ให้สุจริต เที่ยงธรรม ไม่ใช่เลือกตั้งแล้วโกงกันทั้งประเทศ สุดท้ายไม่มีสักเรื่องหนึ่ง กลายเปึน องค์กรตลกในสายตาประชาชน อันนี้ สว. ก็คิดบัญชีกันเองแล้วกันครับ ไม่รู้ทั้งฝ์ายสี อะไรก็ตาม ไปคิดบัญชีกันเอง เพราะคุณก็จะโดนด้วย คราวนี้มาถึง ป.ป.ช. เหมือนกัน ข้าราชการแต่ละคนที่โดนชี้มูลโดย ป.ป.ช. ถ้านักการเมืองเราโดนชี้มูล ป.ป.ช. ก็แสดง Spirit ลาออกจากตำแหน่ง ทำมาตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านโดน ชี้มูลว่าแจ้งบัญชีทรัพย์สินเปึนเท็จ ท่านก็ลาออกจากตำแหน่ง ยุติตำแหน่งทั้งหมด แต่คนที่ เปึ้นข้าราชการคำชี้มูล กกต. ผู้บังคับบัญชาต้องถือเปึนคำวินิจฉัยและต้องปฏิบัติตาม ละเว้นไม่ได้ ถ้าข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยคนใดคนหนึ่งถูกชี้มูล อธิบดีถ้าไม่เอาออก อธิบดีเตรียมตัวโดนด้วย แต่สุดท้ายเมื่อสู้คดีกันไปถึงศาลสูงสุด ศาลยกฟัอง โดนไล่ออกตั้งแต่ ซี ๖ ถ้าเขาอยู่อีก ๑๐ ป้ เขาอาจจะเปึนข้าราชการซี ๙ หรืออาจจะเปึนอธิบดี แต่จบชีวิตทาง ราชการ ใครคืนอะไรเขาได้ และถ้าเกิดพยานประเภทอย่างนี้ไปยืนยันเขาในคดีอย่างนั้น ใครจะคืนความเปึนธรรมให้ แถมเรายังต้องเสียงบประมาณไปคุ้มครองประเภทพยานที่ให้ การเปึนเท็จ ไม่สุจริตด้วยซ้ำไป ซึ่งมันขัดหลักนิติธรรมโดยทั้งหมด ผมอยากฟังคำชี้แจง ท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ หลักคิดของใครที่ไปคุ้มครองพยานที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริต หลักคิดของใครที่ไปปกปัองคนชั่ว คนไม่สุจริต แล้วก็สภานี้เอาด้วยไม่ได้ครับ ผมยืนยันว่า ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย และเห็นว่าจำเปึนต้องยืนยันตามร่างที่เสนอผ่าน สภาไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ